"ถ้าคุณยังยืนกรานจะลากกระเป๋าเดินทางล้อลากแบรนด์หรูใบนี้ลุยโคลนขึ้นดอยแม่มอญล่ะก็... ผมแนะนำให้คุณนั่งวินมอเตอร์ไซค์กลับสนามบินตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่าครับ คุณภาคิน"
เสียงถอนหายใจดังเฮือกใหญ่หลุดออกมาจากริมฝีปากของรินรดา ไกด์สาวสายลุยที่ตอนนี้กำลังใช้มือข้างหนึ่งเท้าเอว ส่วนมืออีกข้างถือแผนที่กระดาษยับยู่ยี่ เธอปรายตามองชายหนุ่มผู้ดีตีนแดงที่ยืนทำหน้ายุ่งอยู่ข้างกาย เขาไม่ได้ใส่ใจเสียงเตือนของเธอเลยแม้แต่น้อย สองมือของเขายังคงกุมด้ามจับกระเป๋าลากสีเงินเงางามราวกับมันคือสมบัติล้ำค่า แถมชุดสูทผ้าลินินสีครีมกับรองเท้าโลฟเฟอร์หนังกลับราคาแพงลิบลิ่วของเขานั้น... ช่างดูไม่เข้ากับบรรยากาศทางลูกรังแดงฉานที่เพิ่งโดนฝนถล่มเมื่อคืนนี้เอาเสียเลย
ภาคินขยับกรอบแว่นสายตาเลนส์บางเฉียบด้วยความหงุดหงิด เขากวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความรู้สึกอยากจะเป็นลม ถนนดินโคลน รถสองแถวเก่าๆ ที่พ่นควันดำโขมง และฝูงไก่ที่เดินคุ้ยเขี่ยอยู่ข้างทาง มันช่างไกล 108 โยชน์จากแพลตฟอร์มงานแปลนิยายแฟนตาซีสุดอลังการที่เขาอุตส่าห์วางแผนไทม์ไลน์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบทุกวินาที
"คุณรินรดาครับ รบกวนทำความเข้าใจใหม่ด้วย ผมจ้างคุณมาในฐานะ 'ไกด์และผู้ประสานงาน' ไม่ใช่ผู้จัดการส่วนตัวที่จะมาวิจารณ์รสนิยมการเลือกกระเป๋าของผม" ภาคินตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมตามสไตล์นักแปลหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว "แล้วตามกำหนดการที่เราตกลงกันไว้ผ่านอีเมล เราควรจะถึงรีสอร์ทระดับสี่ดาวตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว เพื่อผมนั่งเคลียร์บัทเจ็ทและแปลต้นฉบับบทที่สามในห้องแอร์เย็นๆ ไม่ใช่มายืนจมโคลนตมอยู่ตรงจุดอัปสัญญาณโทรศัพท์แบบนี้ครับ"
"รีสอร์ทสี่ดาวอะไรของคุณคะ... เอ้ย! ครับ!" รินรดาเผลอหลุดเสียงสูงใส่จนเกือบหลุดคำพูดติดปาก รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาจับผิดของพ่อคุณชายจอมเรื่องมาก "บนดอยนี้มีแต่โฮมสเตย์ไม้ไผ่กับสัญญาณไวไฟที่วิ่งช้ากว่าเต่าคลานครับคุณชายภาคิน ถ้าคุณยังมัวแต่ห่วงกระเป๋าเดินทางใบเก่งของคุณ ระวังมันจะได้กลายเป็นที่นอนถาวรของปลวกแถวนี้แทนนะครับ"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่คุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต รินรดารู้สึกปวดหัวตุบๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มารับงานนี้ผ่านเอเจนซี่ทัวร์ เธอนึกว่ามันจะเป็นงานนำเที่ยวชิลๆ พาชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวสายคาเฟ่ชมวิวหมอกสวยๆ แต่ที่ไหนได้... ลูกค้าคนนี้กลับเป็นนักแปลหนุ่มเจ้าปัญหาที่ต้องการหา "กลิ่นอายและบรรยากาศดิบๆ ของหมู่บ้านชนเผ่า" ไปใส่ไว้ในฉากสำคัญของนิยายแปลเล่มใหม่ที่เขารับผิดชอบ โดยมีเดดไลน์ต้นฉบับจ่ออยู่ที่คอหอยในอีกเจ็ดวันข้างหน้า
"ผมไม่ได้มาเที่ยวเล่นนะครับรินรดา ผมมีสัญญากับสำนักพิมพ์ค้ำคออยู่ ทุกตัวอักษรต้องเป๊ะ ทุกบริบททางวัฒนธรรมต้องถูกต้อง ถ้าผมไม่ได้ข้อมูลดิบที่แท้จริงจากพื้นที่ป่าดิบชื้นแห่งนี้ นิยายเล่มนั้นพังแน่ๆ และคุณ... ในฐานะไกด์ผู้รับผิดชอบ ก็จะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดด้วย" ภาคินยื่นคำขาด น้ำเสียงของเขาจริงจังจนน่าหมั่นไส้
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอจ้องหน้าชายหนุ่มผู้ไม่เคยรู้จักคำว่า "ยืดหยุ่น" คนนี้ด้วยความท้าทาย สัญชาตญาณไกด์สายลุยในตัวเธอกำลังบอกว่า... ทริปเจ็ดตอนนี้ ไม่น่าจะรอดจนถึงวันสุดท้ายอย่างแน่นอน
"งั้นก็เชิญคุณชายแบกกระเป๋าเทวดานี่เดินตามหลังฉันมาเงียบๆ เลยค่ะ... เอ๊ย! ครับ!" รินรดาค้อนขวับ หยิบเป้สะพายหลังใบโตขึ้นพาดบ่าแล้วออกเดินนำลิ่วไปตามทางดินแคบๆ ทิ้งให้ภาคินยืนเคว้งอยู่กลางสายฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกรอบ
"เฮ้! เดี๋ยวก่อนสิรินรดา! ทางนั้นมันไม่มีไฟถนนนะ แล้วกระเป๋าผมลกล้อติดโคลนแล้วเนี่ย!"
ภาคินร้องโวยวายตามหลัง แต่ไกด์สาวตัวแสบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรอ เธอเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ปล่อยให้เสียงบ่นกระปอดกระแปดของนักแปลหนุ่มดังไล่หลังมาท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าที่เริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมดอยแม่มอญทีละน้อย
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของรินรดาสั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอ เธอกดเปิดอ่านด้วยความรำคาญใจ คิดว่าเป็นข้อความจากเอเจนซี่ทัวร์ที่โทรมาจู้จี้เรื่องกำหนดการ แต่ทว่า... ข้อความล่าสุดที่ปรากฏบนหน้าจอแชตกลับไม่ใช่เรื่องงาน และมันไม่ได้ส่งมาจากเอเจนซี่
*[ระบบแชตข้อความ]*
**ภาคิน (ผู้ชายเรื่องมากคนนั้น):** "นี่... ถ้าเกิดเราติดอยู่กลางป่าแล้วไม่ได้ลงจากดอยนี้จริงๆ คุณจะยอมแบ่งมาม่าเผ็ดในเป้ของคุณให้ผมกินคนละครึ่งทางไหมครับ?"
รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เธอหันขวับกลับไปมองข้างหลัง ท่ามกลางความมืดมลของทางเดินเขา เธอเห็นภาคินยืนถือโทรศัพท์หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบ ใบหน้าคมคายของเขามีรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์และกวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิต
ก่อนที่รินรดาจะทันได้พิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อด่าทอความกะล่อนของเขา หน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งข้อความใหม่ขึ้นมาติดๆ
**ภาคิน (ผู้ชายเรื่องมากคนนั้น):** "อ้อ... แล้วก็เลิกแอบบ่นผมในใจสักที ผมรู้หรอกน่าว่าคุณกำลังคิดจะทิ้งผมไว้ให้หมีควายคาบไปกินใช่มั้ยล่ะครับ ยัยไกด์ตัวแสบ"
ข้อความนั้นถูกส่งออกไปแล้ว... และในเสี้ยววินาทีต่อมา ภาคินก็เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอผ่านความมืดของค่ำคืนที่ไร้ดาว พร้อมกับรอยยิ้มท้าทายที่ส่งตรงมาถึงเธออย่างจงใจ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางผจญภัยไปกับทริปสุดป่วนครั้งนี้นะครับ
ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักแปลที่เอาแต่ใจ•ตอนที่ 1
ทริปนี้ไม่มีในแผน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักแปลที่เอาแต่ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
