“กระแทกมันให้จมดิน! ไอ้ขยะแห่งตระกูลหลี่ นี่คือบทเรียนสำหรับคนที่ริอ่านจะข้ามหน้าข้ามตาผู้มีพระคุณ!”
เสียงถ่มน้ำลายดังฟังชัดคล้ายเสียงฟาดแส้ลงบนพื้นดินที่แห้งกรัง รองเท้าบูทหุ้มเหล็กของชายร่างกำยำกระแทกเข้าที่ซี่โครงของร่างที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นอย่างไร้ทางสู้ เสียงกระดูกซี่โครงลั่นกรอบแกรบสะท้อนก้องในหุบเขาอเวจี หุบเขาที่ซึ่งไร้ซึ่งแสงตะวันและวิญญาณคนบาปมักถูกทอดทิ้งให้ดับสูญ
หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้น—ไม่ใช่ตื่นจากภวังค์การหลับใหล แต่เป็นการกระชากวิญญาณกลับมาจากขุมนรกที่มืดมิด
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างดุจถูกกระบี่นับพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน ทว่าในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความรู้สึกประหลาดที่เขาทั้งคุ้นเคยและหวาดหวั่น... พลังปราณที่แห้งเหือดในเส้นชีพจรบัดนี้กลับเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเกียจคร้านราวกับงูที่จำศีลมานานปี
*นี่ข้า... ยังไม่ตายงั้นหรือ?*
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายดินโคลนที่คลุกเคล้าด้วยคาวเลือด กลิ่นของความพ่ายแพ้ที่เขาจำได้ดีในวาระสุดท้ายก่อนลมหายใจดับสิ้นที่ยอดเขาเซียนกระบี่ ทว่าครานี้ ร่างกายที่ครอบครองอยู่กลับบอบบางและอ่อนแอเกินกว่าจะรับแรงกดดันจากวิญญาณอันหนักอึ้งของเขาได้
“หัวเราะหรือ? แกยังกล้าหัวเราะอีกรึไอ้สวะ!” ชายฉกรรจ์อีกคนเงื้อกระบองไม้โอ๊คลงมา หมายจะบดขยี้กะโหลกของเด็กหนุ่มให้แหลกคามือ
ในชั่วพริบตาที่กระบองกำลังจะฟาดลงมา จังหวะเวลาในสายตาของหลี่มู่เฉินพลันบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ โลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนช้าลง... เขาเห็นเศษฝุ่นที่ลอยเคว้งในอากาศ เห็นเส้นเลือดบนหลังมือของศัตรูที่กำลังเกร็งแน่น
ไม่ใช่ความตายที่รอเขาอยู่ แต่มันคือโอกาสที่สวรรค์หยิบยื่นให้ผ่านนรกขุมนี้!
หลี่มู่เฉินแค่นยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ลงมือชะงักงันไปชั่วอึดใจ มันไม่ใช่รอยยิ้มของคนขลาดกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของพยัคฆ์ที่เพียงแค่ถอยไปลับเล็บในเงาความมืด มือที่เปื้อนฝุ่นดินคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของชายผู้กำลังจะฟาดกระบอง แรงบีบนั้นแฝงไปด้วยเคล็ดวิชาที่หลี่มู่เฉินเคยใช้สังหารจอมยุทธ์นับพันในอดีต
*วิชาดูดกลืนดารา... แม้จะเหลือเพียงเศษเสี้ยว ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนกระแสน้ำในร่างนี้*
“แก...” ชายฉกรรจ์หน้าถอดสี พยายามสะบัดขาออกทว่ากลับรู้สึกราวกับว่ากระดูกข้อเท้าของเขาถูกคีมเหล็กหนีบไว้จนขยับไม่ได้
“อาศัยอำนาจผู้อื่นข่มเหงผู้อ่อนแอ ถือเป็นนิสัยของสุนัขรับใช้ที่ไร้ศักดิ์ศรี” เสียงของหลี่มู่เฉินแหบพร่า ทว่ากังวานด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างกดดันจนคนรอบข้างต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
เขายันกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ ร่างกายของศิษย์สวะที่ผู้คนต่างเหยียดหยามบัดนี้กลับแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวดั่งมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่ง หลี่มู่เฉินกวาดสายตามองคนกลุ่มนั้นเพียงปราดเดียว แรงกดดันทางจิตวิญญาณที่สั่งสมมานับพันปีถูกปลดปล่อยออกไปเพียงน้อยนิด ทว่ามันกลับหนักหน่วงดุจภูเขาถล่ม
“พวกเจ้ามีเวลาสามลมหายใจ... ที่จะไสหัวไปก่อนที่กระบี่ในใจข้าจะบดขยี้วิญญาณพวกเจ้าจนมิอาจไปผุดไปเกิดได้อีก”
กลุ่มชายฉกรรจ์ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจโดยไร้สาเหตุ พวกเขารีบคว้าพรรคพวกที่ถูกหลี่มู่เฉินบีบเท้าจนกระดูกร้าวแล้ววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงร่างของหลี่มู่เฉินที่ยืนหยัดอยู่กลางหุบเขาอเวจีเพียงลำพัง
เขายกมือขึ้นมอง ร่างกายนี้ช่างทรุดโทรมและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการถูกซ้อมนับครั้งไม่ถ้วน เส้นชีพจรที่ควรจะเชื่อมต่อกับจักรวาลกลับอุดตันราวกับลำธารที่ถูกก้อนหินปิดตาย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา... สำหรับบุรุษผู้เคยเป็นถึงจ้าวกระบี่ไร้เงา การรื้อฟื้นร่างนี้มิใช่เรื่องเกินกำลัง
ทว่าขณะที่เขากำลังจะรวบรวมลมปราณเพื่อทะลวงจุดอุดตัน เสียงฝีเท้าที่เบาดุจหิมะโปรยปรายก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“เจ้าเปลี่ยนไปแล้ว... หลี่มู่เฉิน”
เสียงนั้นเย็นชา เยือกแข็งดุจธารน้ำแข็งหมื่นปี แต่มันกลับแฝงไปด้วยความกังขาที่สั่นคลอนหัวใจของผู้ฟัง หลี่มู่เฉินหมุนตัวกลับไปช้าๆ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือสตรีในชุดขาวบริสุทธิ์ นางยืนอยู่บนกิ่งไม้ที่ไหวเอนเพียงน้อยนิด ใบหน้างดงามราวกับงานแกะสลักจากหยกขาวทว่าไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ดวงตาคู่คมดุจกระบี่น้ำแข็งจ้องมองมาที่เขา ราวกับจะทะลวงถึงความลับที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณ
นั่นคือ ‘เซียนจื่อเวย’... ธิดาแห่งขุนเขาหิมะ ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่ปรับและคนเดียวที่เคยเข้าใกล้หัวใจของเขามากที่สุด
“เจ้ารู้จักชื่อข้า?” หลี่มู่เฉินเอ่ยถามพลางหยัดยิ้มที่มุมปาก
เซียนจื่อเวยขมวดคิ้วแน่น มือเรียวงามวางทาบลงบนด้ามกระบี่ที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที “เจ้าไม่ใช่หลี่มู่เฉินที่ข้ารู้จัก... เพราะขยะตัวนั้นไม่มีทางมีแววตาที่เย่อหยิ่งและโหดเหี้ยมเช่นนี้ได้... เจ้าเป็นใครกันแน่?”
นางชักกระบี่ออกมาเพียงครึ่งฝัก รัศมีกระบี่อันเย็นเยียบพุ่งทะยานเข้าหาเขาโดยไม่รอคำตอบ!
ท่ามกลางหุบเขาที่เงียบสงัด พลังปราณที่รุนแรงของนางเริ่มหมุนวนจนเกิดพายุหิมะรอบตัว หลี่มู่เฉินมิได้หลบหลีก เขากลับยืนนิ่งรับกระแสลมนั้นด้วยรอยยิ้มหยันโลกแบบเดิม เพราะเขาจำได้... จำได้ว่ากระบี่เล่มนี้ เคยเป็นของเขาเองเมื่อสามร้อยปีก่อน ในวันที่เขามอบมันให้แก่สตรีผู้กุมหัวใจไว้เพียงหนึ่งเดียว
เขาขยับก้าวหนึ่งก้าวเข้าหากระบี่ที่กำลังจะทะลวงอก โดยไม่สนใจความเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้น!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางสู่มหากาพย์การล้างแค้นและโชคชะตาที่ฝืนลิขิตสวรรค์ไปกับผมนะครับ
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กระบี่ไร้เงา ดาบสะท้านปฐพี•ตอนที่ 1
วิญญาณหวนคืนสู่หุบเขาอเวจี
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้เงา ดาบสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
