"หากเจ้าคิดว่ากระบี่ในมือคืออาวุธที่ใช้สังหาร... เจ้าก็สมควรตายตั้งแต่ร้อยปีก่อนแล้ว หลี่มู่เฉิน!"
เสียงคำรามก้องดั่งอสนีบาตสั่นประสาทของคนผู้นั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพ แม้บัดนี้หลี่มู่เฉินจะก้าวเข้ามาอยู่ในความเวิ้งว้างของถ้ำลับใต้หุบเขาหมื่นมรณาแล้วก็ตาม รอยแผลเป็นที่พาดผ่านแผ่นหลังของเขายังคงเต้นตุบๆ ราวกับจะย้ำเตือนถึงความพ่ายแพ้ที่ถูกทรยศโดยศิษย์น้องร่วมสำนัก
หลี่มู่เฉินปาดเลือดที่มุมปากทิ้งอย่างไม่แยแส แววตาคมกริบดุจกระบี่หิมะกวาดมองไปรอบโถงหินที่อับชื้น กลิ่นสาบของกาลเวลาและไอสังหารที่ตกค้างอยู่นับพันปีทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เบื้องหน้าของเขาหาใช่กำแพงหินธรรมดา แต่เป็นม่านพลังที่ถูกปิดตายด้วยค่ายกลดาราไร้ลักษณ์
"เจ้ามาทำอะไรที่นี่"
เสียงเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาดังขึ้นจากความมืดด้านหลัง หลี่มู่เฉินไม่หันกลับไปมอง เขารู้ดีว่าเป็นนาง... เซียนจื่อเวย
"ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนเป็น" นางกล่าวเสริม น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความกังวลที่นางเองก็มิอาจปิดบังได้มิด "ข้าเตือนเจ้าแล้ว หากก้าวล่วงเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำแห่งนี้ เจ้าจะสูญสิ้นตัวตน"
หลี่มู่เฉินแค่นยิ้ม รอยยิ้มหยันโลกที่ทำให้ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาดูดิบเถื่อนขึ้นหลายส่วน "ตัวตนรึ? เซียนจื่อเวย... ในยามที่ข้าถูกศิษย์น้องแทงข้างหลัง จนสูญสิ้นทั้งฐานลมปราณและเกียรติยศ ตัวตนของข้าก็ได้ตายไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ที่เหลืออยู่เพียงร่างนี้ ก็เป็นเพียงเศษซากที่รอวันดับสูญ การสละทิ้งซึ่งตัวตนอาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ข้า... ได้ในสิ่งที่ต้องการ"
เขาก้าวเท้าผ่านม่านพลังนั้นไปโดยไม่ลังเล แสงสว่างจ้าจากศิลาจารึกที่สลักลึกลงไปในผนังหินปรากฏขึ้น รอยอักขระโบราณดิ้นรนราวกับมีชีวิต พวกมันไม่ได้ถูกสลักด้วยมีด แต่ถูกจารึกด้วย 'จิตเจตจำนง' ของยอดฝีมือที่ล่วงลับไปนานนับกัป
หลี่มู่เฉินทรุดตัวลงคุกเข่า มือหยาบกร้านจากการจับกระบี่มาทั้งชีวิตแตะสัมผัสลงบนจารึกนั้นทันที
*เปรี้ยง!*
กระแสพลังมหาศาลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรที่ขาดสะบั้นของเขา ราวกับพายุคลั่งที่โหมซัดเข้าสู่เรือลำน้อย หลี่มู่เฉินกัดฟันแน่นจนเลือดซึมออกมาตามไรฟัน ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากปราณภายในไม่ได้ทำให้เขาถอยห่าง แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้เขาดื่มด่ำกับมัน
"เจ้าจะบ้าไปแล้วหรือ! หยุดเสียเดี๋ยวนี้!" เซียนจื่อเวยพุ่งเข้ามารั้งแขนเขาไว้ ทว่าแรงปะทะจากจารึกกลับดีดร่างนางกระเด็นถอยหลังไปเกือบสิบก้าว ใบหน้าของนางซีดเผือดเมื่อเห็นละอองปราณสีทองเริ่มห่อหุ้มร่างของหลี่มู่เฉิน
"เคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์..." หลี่มู่เฉินพึมพำ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับห้วงอวกาศที่ไร้จุดจบ "แท้จริงแล้ว กระบี่ไม่มีเงา... เพราะตัวกระบี่เองคือความว่างเปล่า... มิใช่การแสวงหาพลังที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือการละทิ้งความยึดติดทั้งหมด..."
ฉับพลันนั้น อักขระโบราณทั้งหมดก็พุ่งเข้าสู่ร่างของเขา ราวกับฝูงผีเสื้อที่บินกลับคืนสู่รัง หลี่มู่เฉินรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์ เส้นชีพจรที่เคยพังทลายกำลังถูกหลอมรวมใหม่ด้วยปราณกระบี่ที่บริสุทธิ์และแหลมคมยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า
ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนบีบคั้น เซียนจื่อเวยยืนนิ่งค้าง สายตาของนางที่เคยมองเขาด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับสั่นไหวอย่างประหลาด นางก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกครั้งในยามที่เขาลืมตาขึ้น
"เจ้าได้มันไปแล้ว..." นางเอ่ยเสียงเบา "วิชาที่ข้าเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต... วิชาที่จะทำให้เจ้ากลายเป็นเหนือคน แต่จงจำไว้ หลี่มู่เฉิน... พลังที่ไร้ซึ่งเงา ย่อมเป็นพลังที่ไร้ซึ่งความเมตตา หากเจ้าเดินไปบนเส้นทางนี้ เจ้าจะสูญเสียสิ่งที่เรียกว่า 'ความเป็นมนุษย์' ไปทีละน้อย"
หลี่มู่เฉินลุกขึ้นยืน ร่างกายของเขาสูงโปร่งขึ้น กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนหินรอบข้างเริ่มร้าวระแหง เขาหันมามองสตรีที่อยู่ตรงหน้า แววตาของเขาที่เคยไร้ซึ่งความรู้สึก บัดนี้กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง... ลึกเกินกว่าที่ใครจะหยั่งถึง
"ถ้าความเมตตาคือสิ่งที่ทำให้ข้าต้องถูกทรยศ..." เขาเว้นจังหวะ พลางก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจรินรดใบหน้าของนาง "เช่นนั้น ข้าก็ยินดีที่จะเป็นปีศาจ... แต่ต่อให้ข้ากลายเป็นปีศาจ ข้าก็จะไม่มีวันทำร้ายเจ้า... นั่นคือพันธสัญญาเดียวที่ข้าจะหลงเหลือไว้"
*ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้มาเยือนปริศนาดังสะท้อนมาจากปากถ้ำ ทั้งสองคนหยุดชะงัก หลี่มู่เฉินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย กลิ่นอายของ 'คนทรยศ' ที่เขาเคยร่วมสาบานเป็นพี่น้องในสำนัก
"ศิษย์พี่... ข้ารู้ว่าท่านยังไม่ตาย" เสียงของ 'จ้าวเฟยหลง' ดังแว่วมาพร้อมกับเสียงดาบที่ถูกชักออกจากฝัก "ออกมาเถิด อย่าให้ข้าต้องเผาถ้ำแห่งนี้ให้กลายเป็นสุสานของท่านทั้งสองเลย!"
หลี่มู่เฉินกระตุกยิ้มมุมปาก มือของเขาเลื่อนไปแตะที่ด้ามกระบี่ข้างกายที่บัดนี้ไร้ซึ่งตัวตน แต่กลับหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา
"ดูเหมือนว่า... โชคชะตาจะใจร้อนยิ่งกว่าตัวข้านะ"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีแห่งเซียนกับผม หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการเริ่มต้นของตำนานบทนี้และคอยเป็นกำลังใจให้หลี่มู่เฉินกันต่อไปนะครับ
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กระบี่ไร้เงา ดาบสะท้านปฐพี•ตอนที่ 2
เคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้เงา ดาบสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
