เซฟเฮาส์ลับกับทนายสาวผู้ขุดคุ้ยความจริง•ตอนที่ 1

ทนายความกับศพที่ไม่มีจริง

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
คราบกาแฟเย็นเฉียบที่ก้นแก้วกระดาษราคาถูก ไม่ได้ช่วยให้สมองของเรวิกาแล่นเร็วขึ้นกว่าเดิมเลยสักนิด ในเมื่อเอกสารสำนวนคดีบนโต๊ะทำงานไม้สนอัดราคาประหยัดแผ่นนั้น กำลังตะโกนใส่หน้าเธอด้วยตัวอักษรสีแดงฉานว่า *‘จำหน่ายคดีเนื่องจากขาดพยานหลักฐาน’* น่าขันสิ้นดี... พ่อของเธอตายในคุกด้วยข้อหาสนับสนุนการทุจริตที่เขาไม่ได้ทำ ส่วนลูกสาวที่อุตส่าห์ดั้นด้นเรียนจนได้ใบอนุญาตทนายความ กลับต้องมานั่งเซ็นชื่อปิดคดีฆาตกรรมอำพรางของพนักงานบริษัทเงินทุนขี้คุก ที่ไม่มีแม้แต่ญาติมาร้องไห้หน้าศาล “ถ้าความยุติธรรมมันหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ฉันคงเหมามาล้างพื้นห้องทำงานไปนานแล้ว” เรวิกาสบพึมพำกับความว่างเปล่า ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะกระชั้นชิดตามอารมณ์ที่คุกรุ่น ก่อนที่เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกจะดังขึ้นสามครั้ง—สั้น ห้วน และทรงพลังจนคนฟังรู้สึกได้ถึงคุกคาม “เชิญค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก” ทนายสาวเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับดึงใบหน้าตึงเครียดกลับมาสวมหน้ากากมืออาชีพ แต่คนที่ผลักประตูเข้ามา กลับไม่ใช่ลูกความวิตจริตที่เธอคาดหวังไว้ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีดำสนิทไร้รอยยับ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานด้วยก้าวเดินที่เงียบเชียบราวกับแมวป่า ลมหายใจเย็นยะเยือกดูเหมือนจะลดอุณหภูมิในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ลงไปอีกหลายองศา เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างไร้ความประณีต ทว่ากลับขับเน้นให้โครงหน้าคมคายราวกับรูปสลักหินอ่อนนั้นดูเฉียบคมและอันตรายยิ่งขึ้น ที่สำคัญที่สุด... ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกำลังจ้องมองเธออยู่ ประหนึ่งเสือดาวกำลังประเมินเหยื่อก่อนขย้ำ “คุณคือ เรวิกา ทนายความที่รับทำเฉพาะคดีที่คนอื่นส่ายหน้าหนีใช่ไหมคะ” น้ำเสียงนั่น... เรียบ นิ่ง และทรงอำนาจโดยไม่ต้องพยายามตะโกน มันทำให้เรวิกาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยอัตโนมัติ แม้สัญชาตญาณดิบในตัวจะร้องเตือนภัยดังลั่นว่าผู้หญิงคนนี้อันตรายยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญทุกคดีที่เธอบริหารจัดการมารวมกัน “ขึ้นอยู่กับว่าค่าจ้างของคุณคุ้มค่ากับการเอาใบอนุญาตทนายไปเสี่ยงแค่ไหนค่ะ” เรวิกาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อย แต่แววตาดื้อรั้นของเธอก็ไม่ได้ยอมลดราวาศอกให้ใคร “แต่ถ้ามาเพื่อจ้างให้ฉันช่วยเคลียร์คดีหย่าร้างตื้นเขินของไฮโซตกอับ กรุณาเดินออกไปทางเดิม แล้วบอกเลขาฯ หน้าห้องว่าฉันไม่ว่าง” มุมปากของแขกผู้มาเยือนยกขึ้นนิดหนึ่ง—ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นการเหยียดหยามที่น่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่เรวิกาเคยเห็นมา “ถ้าเป็นคดีฆาตกรรมที่ตำรวจบอกว่าไม่มีศพ... พอจะดึงความสนใจจากทนายไฟแรงอย่างคุณได้บ้างไหมล่ะคะ” เรวิกาชะงัก เอกสารในมือร่วงตกลงบนโต๊ะเบาๆ เธอกวาดสายตามองสำรวจผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้งตั้งแต่หัวจรดเท้า ส้นสูงปักหมุดเหล็ก กลิ่นอายจางๆ ของดินปืนและหยาดฝนที่ติดมากับเสื้อโค้ท และรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมคางด้านซ้าย... ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ทนาย ไม่ใช่นักธุรกิจ และแน่นอนว่าไม่ใช่คนธรรมดา “คุณเป็นใคร” เรวิกาก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะ ระยะห่างระหว่างเธอกับผู้หญิงแปลกหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นหอมเย็นเยียบแบบมัสก์และไม้สนปะทะเข้ากับปลายจมูกจนหัวใจกระตุกวูบ “แล้วไอ้ศพที่ว่าไม่มีน่ะ... มันคือสำนวนของใคร” ดารินก้าวเข้าไปประชิดตัวเรวิกาอย่างไร้เสียงรบกวน ความสูงที่มากกว่าทำให้เธอต้องโน้มใบลงมาเล็กน้อยจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของทนายสาวจนคนถูกคุกคามเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว “อยากรู้ความจริงเหรอคะ เรวิกา” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู จนขนลุกชันไปทั่วร่าง “ระวังตัวไว้ให้ดี... เพราะถ้าคุณเปิดประตูบานนั้นก้าวเข้ามาในโลกของฉันแล้ว คุณอาจจะไม่มีวันได้เดินกลับออกไปในฐานะ ‘คนเป็น’ อีกเลย” ปลายนิ้วเย็นเฉียบของดารินยื่นมาแตะที่คางค้างของเรวิกาแผ่วเบาราวกับจะหยอกเย้า แต่แรงกดที่ส่งผ่านมากลับหนักหน่วงและเด็ดขาดจนขยับหนีไม่ได้ ทนายสาวเม้มปากแน่น ความโกรธผสมผสานกับความตื่นเต้นพุ่งพล่านจนเลือดในกายสูบฉีดแรง เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของอีกฝ่าย “อย่ามาขู่ฉันด้วยมุกตื้นๆ แบบนี้เลยค่ะ คุณดาริน... เพราะถ้าศพนั้นไม่มีจริง อย่างน้อยฉันก็มั่นใจว่า ‘ความลับ’ ของคุณน่ะ มันกำลังส่งกลิ่นเน่าเหม็นคลุ้งไปทั่วห้องนี้แล้วล่ะ” ดารินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่เซ็กซี่และอันตรายถึงชีวิต ดวงตาสีเทาเข้มเป็นประกายระยับด้วยความถูกใจ ก่อนที่เธอจะผละถอยหลังออกไปช้าๆ พร้อมกับควักนามบัตรสีดำสนิทไร้ตัวอักษร วางทับลงบนกองเอกสารคดีเก่าของเรวิกา “พรุ่งนี้เที่ยงตรง ที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 ถ้าคุณกล้าพอ... ก็เอาปากเก่งๆ ของคุณไปพิสูจน์ให้ฉันเห็นหน่อยสิคะ ว่าทนายความคนนี้เก่งจริงอย่างที่ปากว่า หรือเป็นแค่ขยะเปียกที่รอเวลาถูกเก็บกวาด” พูดจบ ดารินก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้เสียง ทิ้งให้เรวิกายืนหายใจหอบกระชั้นอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ทนายสาวจ้องมองนามบัตรสีดำสนิทใบนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวระทึก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณเตือนว่าเกมอันตรายที่สุดในชีวิตของเธอ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทว่า... ก่อนที่ประตูห้องจะปิดสนิทลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าห้อง พร้อมกับเสียงเคาะรัวกระหน่ำด้วยความตื่นตระหนก *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* “คุณเรย์คะ! แย่แล้วค่ะ! ตำรวจเอาหมายค้นมาที่สำนักงาน หาว่าเราซ่อนตัวผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม!” เรวิกาหันขวับกลับไปมองประตูห้องสลับกับนามบัตรสีดำบนโต๊ะในเสี้ยววินาที ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความมันส์ในตอนแรกนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับทนายสาวผู้ขุดคุ้ยความจริง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%