เซฟเฮาส์ลับกับทนายสาวผู้ขุดคุ้ยความจริง•ตอนที่ 6

เกมไล่ล่ากลางคืน

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“ถอยออกไปจากคีย์บอร์ดซะ เรวิกา ก่อนที่ฉันจะต้องใช้มาตรการรุนแรงกับนิ้วเรียวๆ ของเธอ” ดารินกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหูของฉันในจังหวะที่ยัยอดีตสายลับจอมเผด็จการรวบตัวฉันเข้าหาแผ่นอก แขนแกร่งของเธอกดทับลงบนโต๊ะทำงาน ล้อมกรอบตัวฉันไว้เหมือนกรงขังที่ไม่มีทางหลบหนี บนหน้าจอคอมพิวเตอร์กราฟิกวงจรปิดกำลังสั่นไหว สัญญาณภาพจากกล้องตัวที่สี่หน้าบ้านถูกตัดขาดไปเมื่อห้านาทีก่อน “มาตรการรุนแรงเหรอ?” ฉันแค่นหัวเราะ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก “ถ้าไม่ให้ฉันเช็กเซิร์ฟเวอร์สำรอง เราก็ถูกปิดล้อมจนมุมอยู่ในเซฟเฮาส์เฮงซวยนี่ทั้งคู่ แล้วเธอก็จะเสียลุคสายลับไร้พ่ายไปเพราะมัวแต่มาทำตัวเป็นสุนัขเฝ้าบ้านจอมเผด็จการอยู่แบบนี้ไงล่ะ” “ฉันไม่ได้เฝ้าบ้าน ฉันกำลังรักษาชีวิตของทนายปากดีที่ชอบเอาตัวไปเสี่ยงเรื่องไม่เป็นเรื่อง” ดารินโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกัน ดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ซ่อนความกังวลไว้ลึกๆ “เงียบซะ ถ้าไม่อยากให้พวกมันรู้ว่าเราอยู่จุดไหน” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของดารินที่ผสมกับกลิ่นโลหะของอาวุธปืนทำให้ฉันรู้สึกปั่นป่วนอย่างประหลาด มันเป็นความรู้สึกที่น่ารำคาญแต่ก็น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่ฉันเกลียดการอยู่ใกล้เธอ... ใกล้เกินกว่าจะรักษาระยะห่างของความเป็นเหตุเป็นผลได้ *ปัง!* เสียงกระสุนเจาะเข้าที่กระจกนิรภัยชั้นนอกของห้องโถงดังสนั่น ดารินผละจากตัวฉันในพริบตา ความเป็นมืออาชีพเข้ายึดครองแววตาของเธอทันที เธอคว้าปืนพกที่วางไว้ข้างตัวแล้วผลักฉันให้หลบหลังตู้เหล็กหนา “เข้าประจำจุดที่ห้องใต้ดินเดี๋ยวนี้” ดารินสั่ง เสียงของเธอเยือกเย็นและเฉียบขาด “อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม” “ฉันเป็นทนาย ไม่ใช่เด็กรับใช้เธอ ดาริน” ฉันหยิบมีดพกที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะขึ้นมาแทนที่จะถอยหนี “ถ้าพวกมันเข้ามาได้ พื้นที่นี้ก็คือสำนักงานของฉัน และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายหลักฐานที่พ่อฉันทิ้งไว้ให้เด็ดขาด” ดารินชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น “ยัยบ้า! ถ้าเธอตาย... หลักฐานนั่นก็ไม่มีความหมาย!” จังหวะที่ร่างกายเราปะทะกัน ความเร่าร้อนจากสถานการณ์ที่บีบคั้นทำให้บรรยากาศกอธิคโรมานซ์ในห้องนี้กลายเป็นสนามรบของอารมณ์ ดารินกดตัวฉันลงกับผนัง มืออีกข้างคว้าปืนขึ้นส่องไปที่ประตูหน้าอย่างระแวดระวัง ทว่าสายตาของเธอกลับเหลือบมามองฉันอย่างดุดัน “เชื่อใจกันบ้างได้ไหม เรวิกา? ครั้งนี้ครั้งเดียว... อยู่ในที่ที่ปลอดภัย แล้วปล่อยให้เรื่องสกปรกพวกนี้เป็นหน้าที่ของฉัน” “ทำไมฉันต้องเชื่อใจคนที่ชอบสั่งให้ฉันอยู่เฉยๆ ด้วย?” ฉันสวนกลับ แม้จะรู้ดีว่าความนัยในประโยคนั้นคือความเป็นห่วงที่เธอยอมเปิดเผยออกมาน้อยที่สุด ดารินไม่ตอบ เธอเพียงแค่ก้มลงมาจนริมฝีปากของเราห่างกันเพียงมิลลิเมตร “เพราะฉันไม่อยากเห็นเธอเจ็บ... และนั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันยอมลดตัวลงมาทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้” คำสารภาพแผ่วเบาที่แทรกกลางเสียงปืนที่ดังระงมอยู่ภายนอกทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบ ก่อนที่ฉันจะทันได้ตอบโต้อะไร ประตูไม้โอ๊คบานหนาของห้องทำงานก็ถูกถีบจนบานพับหลุดกระเด็น ฝุ่นควันจากการระเบิดลอยคลุ้งเข้ามา แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาในความมืดพร้อมกับชายชุดดำสามคนที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม ดารินกระชากตัวฉันหลบไปด้านหลังตู้เหล็กอีกครั้ง เธอกดสวิตช์ปิดระบบไฟทั้งหมด ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิท เหลือเพียงเสียงรองเท้าบูทที่กระทบพื้นไม้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ “หนึ่ง... สอง...” ดารินนับเลขเสียงกระซิบข้างหูฉัน มือของเธอกุมมือฉันไว้แน่น ความร้อนจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความมั่นใจมาให้ฉันอย่างประหลาด “เตรียมตัววิ่งไปที่ห้องเก็บเอกสาร... ฉันจะเบี่ยงเบนความสนใจพวกมันเอง” “ดาริน ไม่นะ!” ฉันกระซิบแย้ง แต่มือของเธอกลับบีบมือฉันแน่นขึ้น “อย่าโง่ไปหน่อยเลย” เธอหันมามองฉันในความมืด ดวงตาสีเข้มคู่นั้นดูราวกับเพชรที่เปล่งประกายแม้ไร้แสง “ถ้าคืนนี้เราไม่ตาย... ฉันมีเรื่องต้องเคลียร์กับเธออีกยาวแน่ ทั้งเรื่องคดี... และเรื่องที่เธอทำให้ฉันประสาทเสียทุกครั้งที่อยู่ใกล้กัน” จังหวะนั้นเอง ชายชุดดำคนหนึ่งเดินผ่านหน้าตู้เหล็กที่พวกเราซ่อนอยู่ ดารินพุ่งตัวออกไปราวกับเสือชีตาห์ที่รอจังหวะเผด็จศึก เสียงการปะทะกันอย่างรุนแรงดังขึ้นในความมืด ทั้งเสียงปืนเก็บเสียงและเสียงกายภาพที่กระแทกกับเฟอร์นิเจอร์ ฉันพยายามคุมสติและเตรียมตัวที่จะวิ่งไปที่เซฟ แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงทุกอย่างก็เงียบสนิทลง มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนคนหนึ่งที่เดินตรงมายังมุมที่ฉันซ่อนอยู่ ไม่ใช่เสียงของดาริน และไม่ใช่เสียงของชายชุดดำพวกนั้น แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่เชื่องช้าและมั่นคงอย่างน่าประหลาด ฉันกลั้นหายใจ มือกระชับมีดพกแน่นก่อนจะโผล่หน้าออกไปดู แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี้ยบกริบที่คุ้นตาภายใต้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของเพดานเข้ามา คือคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว... “หาตัวเธอมานานเลยนะ เรวิกา... ลูกสาวของคนทรยศ” เสียงทุ้มต่ำที่น่ารังเกียจนั้นทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ ดารินที่เพิ่งจัดการกับศัตรูเสร็จหันมามองคนแปลกหน้าที่ยืนอยู่เบื้องหลังฉัน และวินาทีนั้นเองที่เธอชะงักไปพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นซีดเผือด “สารวัตร...?” ดารินพึมพำชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมา เรื่องราวที่ฉันคิดว่ามันจบลงไปแล้วกลับกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ใหญ่กว่าเดิมเสียอีก ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับตัวละครในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับทนายสาวผู้ขุดคุ้ยความจริง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%