เสียงกระดิ่งเตือนภัยคลื่นความถี่ต่ำระดับเจ็ดดังกระหึ่มขึ้นในโสตประสาท เป็นจังหวะเดียวกับที่หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นละอองแสงสีฟ้าครามที่ค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศธาตุ เรย์ยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าชี้ปลายนิ้วไปยังจุดพิกัดสุญญากาศ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนภาพรอยแยกของมิติที่กำลังบิดเบี้ยวราวกับกระจกถูกค้อนทุบ
"ค่าความหนาแน่นของโครโนตันลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสี่สิบเปอร์เซ็นต์... ไม่สิ นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบคำนวณ" ผมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผมและแผ่นหลังแล้วก็ตาม
ที่เบื้องหน้าของเราไม่ใช่ห้องปฏิบัติการใต้ดินของสถาบันวิจัยควอนตัมอันคุ้นเคยอีกต่อไป แต่เป็นสถาปัตยกรรมขนาดยักษ์ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้วงอวกาศสีนิลกาฬ โครงสร้างเหล็กกล้าผสมคาร์บอนไฟเบอร์ที่ควรจะตั้งตรงอย่างมั่นคง กลับโค้งงอพับเข้าหากันในมุมที่เรขาคณิตสามมิติไม่อาจให้คำอธิบายได้ กฎของฟิสิกส์ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ณ จุดที่พลังงานแปลกปลอมสีม่วงเข้มกำลังแผ่ซ่านราวกับกลุ่มควันพิษ มันไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากกาลเวลาเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ แต่เป็นร่องรอยของการ 'ถูกเขียนทับ' อย่างจงใจ
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ เรย์"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของ ดร. ลีอาห์ ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เธอเดินเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่แทบไร้เสียง เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาของเธอยังคงพริ้วไหวตามแรงโน้มถอนจำลอง ถึงแม้ว่าในรัศมีสามเมตรจากจุดที่เรายืนอยู่ แรงโน้มถอนจะเพิ่งกลับขั้วไปแล้วถึงสามรอบในเวลาไม่ถึงนาที ดวงตาสีนิลคู่สวยภายใต้แพขนตางอนงามจ้องมองตรงไปยังรอยร้าวเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"ผมกำลังคำนวณความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในลูปที่สามสิบเจ็ดครับ ดร.ลีอาห์" ผมหันไปสบตาเธอ สีหน้าของอาจารย์สาวไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนก มีเพียงความสุขุมลุ่มลึกที่มักจะทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจได้เสมอท่ามกลางวิกฤตการณ์ "และผลลัพธ์ที่ได้คือ 'เป็นศูนย์' ลูปก่อนหน้านี้ไม่เคยมีรอยแยกพลังงานชนิดนี้ปรากฏขึ้นมาก่อนเลย"
"นั่นหมายความว่า... ตัวแปรภายนอกกำลังแทรกแซงระบบของเรา" ลีอาห์ย่อตัวลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนพื้นผิวอากาศที่บิดเบี้ยว ทันทีที่สัมผัส ประกายไฟสีทองก็พุ่งวาบขึ้นมาต้อนรับราวกับปฏิกิริยาเคมีระหว่างสสารและปฏิสสาร "มีบางสิ่งบางอย่างกำลังพยายามแก้ไข 'ซอร์สโค้ด' ของจักรวาลนี้จากเบื้องบน และถ้าหากพวกมันทำสำเร็จ..."
เธอยังพูดไม่ทันจบ เสียงคำรามต่ำๆ ที่สะเทือนไปถึงกระดูกก็ดังขึ้นจากใจกลางรอยร้าว
บรึ้ม!
แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของเราถอยหลังไปหลายก้าว เรย์ไถลไปกับพื้นโลหะที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งคว้าเสาโครงสร้างไว้ได้อย่างเฉียดฉิว ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวในห้องแล็บเมื่อหลายปีก่อนวาบเข้ามาในหัวชั่วขณะ แต่ผมสะบัดศีรษะไล่ความอ่อนแอออกไปทันที นี่ไม่ใช่เวลามาจมดิ่งกับอดีต ความเป็นความตายของลูปเวลานี้กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ผมดีดตัวลุกขึ้นยืน กวาดสายตาสำรวจความเสียหายผ่านแว่นตาคำนวณที่ถูกเปิดใช้งานระบบวิเคราะห์ขั้นสูง ค่าพารามิเตอร์ต่างๆ บนจอตาของผมกระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน
"อาจารย์ครับ ดูค่านั่นสิครับ" ผมชี้ไปยังกราฟเส้นโค้งที่กำลังดิ่งพสุธา "พลังงานแปลกปลอมที่แทรกเข้ามาไม่ได้มาจากอนาคตหรืออดีต แต่มันมาจาก 'มิติที่ศูนย์' มิติที่อยู่นอกเหนือสมการทางคณิตศาสตร์ทั้งหมดที่เราเคยรู้จัก"
ดร.ลีอาห์ลุกขึ้นยืนตาม เธอปัดฝุ่นที่ชายเสื้อกาวน์เล็กน้อยก่อนจะเดินมาเคียงข้าง สายตาของเธอยังคงจับจ้องรอยร้าวที่ตอนนี้เริ่มขยายตัวกว้างขึ้นจนเผยให้เห็นทิวทัศน์เบื้องหลัง เป็นกลุ่มดาวนับล้านดวงที่กำลังดับแสงลงพร้อมๆ กันราวกับหลอดไฟที่ถูกสับคัทเอาท์
"คุณสังเกตไหม เรย์ ว่าทำไมรอยร้าวนถึงมีรูปทรงเรขาคณิตแบบนั้น" ลีอาห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับไหววูบอย่างน่าประหลาด
ผมเพ่งสامมองตามปลายนิ้วของเธอ โครงสร้างของรอยร้าวไม่ได้สะเปะสะปะ แต่มันเรียงตัวกันเป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่คุ้นตาอย่างน่าขนลุก มันคืออัลกอริทึมการบีบอัดข้อมูลแบบเดียวกับที่ผมใช้ในการกู้คืนไฟล์ความทรงจำของพ่อแม่เมื่อครั้งที่เกิดอุบัติเหตุในห้องแล็บ
หัวใจของผมกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
"นี่มัน... โค้ดส่วนตัวของผมเองนี่ครับ" ผมอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง "อัลกอริทึมนี้ถูกเข้ารหัสไว้ในหน่วยความจำส่วนกลางของสถาบัน และมีเพียงผมกับ... คุณพ่อที่ล่วงลับไปแล้วเท่านั้นที่รู้รหัสผ่านชุดนี้"
"ถูกต้องครับ เรย์..."
เสียงหนึ่งดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ เสียงที่ไม่ได้มาจากลำโพงสื่อสาร เสียงที่ไม่ได้มาจากดร.ลีอาห์ และไม่ใช่เสียงของผมเอง
มันเป็นเสียงที่ก้องกังวานมาจากทุกทิศทุกทาง ราวกับว่าห้วงอวกาศรอบตัวเรากำลังเปล่งเสียงพูดออกมาได้
ดร.ลีอาห์ขยับตัวเข้ามาบังหน้าผมไว้โดยสัญชาตญาณ มือขวาของเธอตวัดขึ้นกลางอากาศ รังสีโคHERENT สีฟ้าครามถูกเรียกออกมาเป็นดาบแสงเล่มยาวในชั่วพริบตา สีหน้าของอาจารย์สาวเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"ถอยไป เรย์ มีบางสิ่งกำลังจะก้าวข้ามผ่านมาแล้ว" ลีอาห์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน
เบื้องหน้าของเรา รอยร้าวสีม่วงเข้มระเบิดออกเป็นละอองแสงสีดำสนิท แรงโน้มถอนรอบตัวหายวับไปในพริบตา ทำให้เราทั้งคู่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความไร้น้ำหนักนั้น เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างไร้รอยต่อ ราวกับว่าเขากำลังเดินอยู่บนพื้นดินที่มั่นคงที่สุด
เงาร่างนั้นสวมเสื้อกาวน์สีขาวคล้ายกับของดร.ลีอาห์ แต่ทว่ามันกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบของกาลเวลาและละอองดาวสีทอง ใบหน้าภายใต้ฮู้ดสีเข้มค่อยๆ เงยขึ้นสบตากับผม แววตาคู่นั้น... เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ร่องรอยแห่งกาลเวลา และประกายแสงสีฟ้าแห่งการคำนวณที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใคร
"ยินดีต้อนรับสู่การสิ้นสุดของลูปที่สามสิบห้า... ตัวฉันเอง"
ร่างนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคม บาดลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ ก่อนที่หน้าจอระบบโฮโลแกรมฉุกเฉินสีแดงฉานจะปรากฏขึ้นตรงหน้าผม พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจที่ดังลั่นทะลุแก้วหู
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับ SSS 'ผู้ดูแลกาลเวลา' ปลดล็อกเงื่อนไขลับ 'ความจริงแห่งลูปนิรันดร์']
[คำเตือน: ความน่าจะเป็นของการรอดชีวิตลดลงเหลือ 0.01% - กรุณาตัดสินใจภายใน 5 วินาที]
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดของห้วงเวลานี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนอนาคต•ตอนที่ 5
รอยร้าวในโครงสร้างจักรวาล
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!