ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว•ตอนที่ 19

มิตรภาพที่เปราะบาง

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
“ริน เธอจะหลบตาพวกเราไปถึงไหน?” เสียงของ ‘ใยไหม’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในกลุ่มที่กล้าพูดแทงใจดำ ตัดผ่านความเงียบงันภายในห้องซ้อมเปียโนหลังเก่า เสียงนิ้วที่กดลงบนคีย์งาช้างหยุดชะงักลงทันที รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอไม่ได้หันไปมองร่างของเพื่อนสาวที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ตรงนั้น ดวงตาของรินรดาจ้องมองเพียงกลุ่มก้อนฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างท่ามกลางแสงสลัวจากหน้าต่าง “ฉันไม่ได้หลบ...” รินรดาตอบเสียงแผ่ว สั่นพร่าจนแทบไม่ได้ยิน “ฉันแค่... กำลังพยายามทำความเข้าใจกับจังหวะของเพลงนี้” “โกหก” คราวนี้เป็นเสียงของ ‘กวิน’ ที่แทรกขึ้น เขาเดินเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา “อาทิตย์นี้เธอยกเลิกนัดซ้อมกลุ่มไปสามครั้ง และทุกครั้งที่เมฆาเดินผ่านหน้าห้องเรียน เธอจะแสร้งทำเป็นก้มอ่านโน้ตเพลงจนแทบจะมุดลงไปในกระดาษ... ริน เธอคิดว่าพวกเราตาบอดกันหรือไง” รินรดาถอนหายใจยาว ปล่อยให้นิ้วมือที่สั่นเทาเลื่อนหลุดจากคีย์เปียโน ความรู้สึกอึดอัดเหมือนมีก้อนหินก้อนใหญ่มาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอหันกลับไปสบตากับเพื่อนทั้งสอง คนหนึ่งเต็มไปด้วยความห่วงใย อีกคนเต็มไปด้วยความสงสัยที่รุนแรงจนน่ากลัว “เราก็แค่...” รินรดาเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ “ชีวิตช่วงนี้มันหนักหนาพออยู่แล้ว แม่เฝ้าถามถึงใบสมัครเรียนต่อด้านดนตรีที่ต่างประเทศทุกเช้าเย็น ฉันแค่... ไม่อยากให้เรื่องของเมฆามาเป็นตัวแปรที่ทำให้ทุกอย่างพัง” “นั่นแหละปัญหา!” ใยไหมก้าวเข้ามาคว้ามือรินรดาไว้แน่น “การที่เธอเลือกจะเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว แบกความลับของเขาไว้ แล้วทำเป็นเดินห่างออกไปเพื่อ 'รักษา' อนาคตของตัวเอง... เธอคิดจริงๆ เหรอว่านั่นคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง? เธอไม่ได้ปกป้องอนาคตของตัวเองหรอกริน เธอแค่กำลังพยายามหนีความจริงที่ว่า เมฆากำลังจะหายไปจากชีวิตเธอจริงๆ ต่างหาก” คำว่า ‘หายไป’ ราวกับมีดโกนที่กรีดลึกลงบนหัวใจ รินรดาสะดุ้งโหยง ความทรงจำเมื่อวานย้อนกลับมาฉายชัด—แผ่นหลังของเมฆาที่เดินห่างออกไปในโรงพยาบาล มือที่สั่นเทาขณะเขากำลังปิดสมุดบันทึกเล่มหนา และดวงตาคู่เดิมที่เคยอบอุ่นกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อโชคชะตา “พวกเธอไม่เข้าใจ...” รินรดากระซิบ น้ำตาเม็ดใสเริ่มร่วงหล่นลงบนหลังมือ “เขามีเหตุผลของเขา และฉันก็... เคารพเหตุผลนั้น” “แต่ฉันไม่เคารพ!” กวินสวนกลับ น้ำเสียงเขาเริ่มดุดัน “ความรักไม่ใช่การปล่อยมือเพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าเป็นคนเสียสละที่แสนดี แต่คือการเผชิญหน้ากับความพังพินาศไปด้วยกัน! ถ้าเธอไม่พูด วันนี้พวกเราจะไปคุยกับเขาเอง” “อย่า!” รินรดาร้องลั่น เธอผุดลุกขึ้นจนเก้าอี้ไม้ล้มตึง “ถ้าพวกเธอทำแบบนั้น... เขาจะไม่มีวันมองหน้าฉันอีกเลย! พวกเธอไม่รู้หรอกว่าเขากำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ เขาเปราะบางกว่าที่พวกเธอเห็นมากนะ” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ความเปราะบางของมิตรภาพเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรอยร้าวที่มองเห็นได้ชัดเจน เพื่อนสนิทสองคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ พวกเขาไม่เคยเห็นรินรดาที่อ่อนโยนคนนี้ดุดันและปกป้องใครคนหนึ่งได้มากขนาดนี้มาก่อน ความรักที่แฝงไปด้วยความทุกข์ระทมของรินรดาเริ่มเปลี่ยนจากความนุ่มนวลเป็นความพยศที่น่ากังวล “ริน...” ใยไหมผ่อนเสียงลง พยายามแตะไหล่เพื่อน “พวกเราเป็นเพื่อนเธอ พวกเราเห็นเธอเจ็บปวดแบบนี้ พวกเราก็ใจสลายเหมือนกันนะ” “ฉันไม่เป็นไรจริงๆ” รินรดาฝืนยิ้มที่ดูน่าเวทนาที่สุดเท่าที่เธอเคยทำมา “เดี๋ยวพรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง... ฉันแค่ต้องกลับไปซ้อมเปียโนต่อ” เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม วางนิ้วลงบนเปียโนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เสียงดนตรีที่บรรเลงออกมากลับไม่เป็นจังหวะ มันแปรปรวน ทรมาน และแฝงไปด้วยความร้าวราน กวินและใยไหมมองดูแผ่นหลังของเพื่อนรักด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้รินรดาอยู่กับความอ้างว้างและโน้ตเพลงที่ไร้ซึ่งท่วงทำนองแห่งความสุข เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เปลี่ยนสีห้องให้กลายเป็นสีเทาหม่น รินรดาหยุดนิ้วมือลงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคุ้นเคยดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง เธอจำจังหวะการเดินแบบนี้ได้ดี—จังหวะที่แฝงไปด้วยความอ่อนแรงแต่จงใจให้ได้ยิน “ยังไม่กลับอีกเหรอ?” น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นที่หน้าประตู เมฆายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาซูบตอบลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมที่เคยเปี่ยมด้วยความหวังกลับหลุบต่ำมองพื้นราวกับคนทำผิด รินรดาไม่ตอบ เธอทำเพียงแค่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บปวดในอกบีบรัดจนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอเดินเข้าไปใกล้เขา ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นจางๆ ของยาฆ่าเชื้อที่ลอยมาจากตัวเขาทำให้เธออยากจะโผเข้ากอดเขาแน่นๆ แต่เธอก็ทำได้เพียงกำหมัดแน่น “เมฆา...” เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา “ใยไหมกับกวินเริ่มสงสัยแล้วนะ” เมฆาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขาไหววูบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่เย็นชาจนน่ากลัว “งั้นเหรอ? ก็ดี... ถ้าพวกเขารู้ เธอจะได้ไม่ต้องแบกความลับนี้ไว้คนเดียวไง” “แต่นั่นหมายความว่าฉันต้องบอกพวกเขาว่าคุณกำลังป่วย!” “ริน...” เมฆาก้าวเข้ามาใกล้ กดเสียงต่ำจนฟังดูน่าเกรงขาม “อย่าเอาชีวิตของฉันไปผูกติดกับความเห็นใจของใคร... โดยเฉพาะเพื่อนของเธอ” ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่เด้งขึ้นมาจากเบอร์แปลกๆ ที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นเบอร์ของคนในครอบครัวเมฆา *‘เมฆาไม่ได้บอกเธอใช่ไหม... ว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้มาหาเธอที่โรงเรียนเพื่อซ้อมดนตรี แต่เขาหนีออกมาจากห้องผ่าตัดเพื่อมาพบเธอเป็นครั้งสุดท้าย’* รินรดาปล่อยโทรศัพท์ร่วงลงพื้น มันกระแทกกับพื้นจนหน้าจอแตกละเอียด เธอเงยหน้าขึ้นมองเมฆาด้วยความตระหนกที่พุ่งทะลุขีดจำกัด แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้น... เมฆากำลังยิ้ม ยิ้มที่ดูเลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่เลือดสีเข้มสายหนึ่งค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปากของเขาอย่างช้าๆ แสงดาวพร่างพราวหวังว่าทุกท่านจะยังคงโอบกอดตัวละครเหล่านี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระยะห่างระหว่างเราคือดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%