"วิชาดาบสำนักหิมะนิรันดร์ของเจ้า มีดีแค่วาดลวดลายหลอกตาผู้คนเช่นนั้นหรือ มู่หรงเซียน..."
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพายุหิมะในหุบเขาไร้ตะวันดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เยี่ยเฟิงจูยืนหยัดอยู่บนยอดผาหินสีนิล ร่างกายของเขาสวมชุดคลุมสีดำสนิทที่สะบัดไหวตามแรงลมปราณอันดุดัน รอบตัวปรากฏไอสังหารจางๆ ที่บิดเบี้ยวอากาศจนเกิดภาพลวงตาคล้ายคลื่นความร้อน แม้ในมือของเขาจะไร้ซึ่งศาสตราใดๆ ทว่ารัศมีแห่งวิถีกระบี่ที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้วกลับคมกริบเสียยิ่งกว่าคมดาบเหล็กกล้าชั้นดีที่ผ่านการชุบด้วยโลหิตนับพัน
เบื้องหน้าของเขาคือมู่หรงเซียน เจ้าสำนักหิมะนิรันดร์ผู้เลื่องชื่อ นางสวมชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะแรกฤดู ใบหน้างดงามล่มเมืองนั้นเรียบเฉยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ดวงตาดั่งหงส์กวาดตามองบุรุษผู้บังอาจท้าทายอำนาจสูงสุดของนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะและประกายแห่งความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ในมือของนางถือกระบี่ "เหมันต์สะท้านฟ้า" ที่แผ่ไอเย็นจัดจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมผืนดินรอบรัศมีสิบวาให้กลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา
"เยี่ยเฟิงจู... ศิษย์ทรยศแห่งสำนักดาบสวรรค์ เจ้ายังกล้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้า รนหาที่ตายนัก!"
มู่หรงเซียนกล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงของนางเยือกเย็นบาดลึกถึงกระดูกดำ ทว่าหัวใจใต้ร่มผ้าไหมสีขาวกลับเต้นรัวระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นางไม่เคยพบเจอผู้ใดที่สามารถทลายค่ายกลปราณหิมะนิรันดร์ของนางได้ด้วยการมองเพียงปราดเดียวเช่นนี้มาก่อน ชายหนุ่มผู้นี้... ไม่เพียงแต่ทรยศต่อกฎเกณฑ์ของยุทธภพ หากแต่เขายังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งวิถีกระบี่ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ปุถุชนไปไกลโขแล้ว
*ฉับพลัน!*
มู่หรงเซียนไม่รอช้า นางตวัดปลายกระบี่เหมันต์สะท้านฟ้าขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังปราณธาตุน้ำแข็งระเบิดออกเป็นเกล็ดหิมะนับหมื่นชิ้นที่แปรสภาพเป็นคมดาบน้ำแข็งนับไม่ถ้วน พุ่งทะยานเข้าหาเยี่ยเฟิงจูด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เสียงหวีดหวิวของลมหนาวกรีดกรายอากาศจนเกิดเสียงดังแสบแก้วหู นี่คือกระบวนท่า "เหมันต์ล้างปฐพี" วิชาสูงสุดของสำนักหิมะนิรันดร์ที่น้อยคนนักจะเคยเห็นแล้วรอดชีวิตกลับมา
เยี่ยเฟิงจูกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา เขาค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น ชี้ดัชนีออกไปเบื้องหน้า ดั่งเช่นการถือกระบี่ที่อยู่ในจิตวิญญาณ
*วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์... กระบี่อยู่ที่ใจ ไร้กระบวนท่า ไร้ขอบเขต!*
*ตูมมมม!*
คลื่นกระบี่ไร้รูปร่างพุ่งทะลวงออกจากปลายนิ้วของเยี่ยเฟิงจู ปะทะเข้ากับพายุคมดาบน้ำแข็งของมู่หรงเซียนอย่างจัง แรงกระแทกจากการปะทะกันของพลังปราณทั้งสองสายสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา หินผาขนาดใหญ่แตกละเอียดเป็นผุยผง เศษละอองน้ำแข็งกระจายฟุ้งตลบอบولดดั่งม่านหมอกสีขาวโพลน
มู่หรงเซียนถึงกับต้องถอยหลังไปสามก้าว ลมหายใจของนางติดขัด เลือดลมในกายปั่นป่วนจนต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นอาการบาดเจ็บ นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งชิงชังในความเย่อหยิ่ง ทว่าในขณะเดียวกัน หัวใจส่วนลึกกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพความโดดเดี่ยวและทรนงของเยี่ยเฟิงจูซ้อนทับกับความรู้สึกโหยหาที่นางเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากแห่งเจ้าสำนักผู้เย็นชามาเนิ่นนาน
"ฝีมือของเจ้า... พัฒนาขึ้นอีกแล้วหรือนี่..." มู่หรงเซียนพึมพำกับตนเอง เสียงของนางเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม ทว่าเยี่ยเฟิงจูกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน
เยี่ยเฟิงจูสาวเท้าก้าวเข้าไปใต้นางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง แรงกดดันจากร่างของเขาทำให้นางรู้สึกราวกับถูกขุนเขาอันหนักอึ้งกดทับ ทว่าเขากลับไม่ได้ใช้จิตสังหารคุกคามนางอีกต่อไป ดวงตาคมกราบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนความอ่อนล้าไว้
"ไม่ใช่ว่าฝีมือของข้าพัฒนาขึ้น... มู่หรงเซียน" เยี่ยเฟิงจูเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี "แต่เป็นเพราะ... เจ้าเอาแต่ขังตัวเองไว้ในคุกแห่งกฎเกณฑ์ จนลืมไปแล้วว่าวิถีกระบี่ที่แท้จริงนั้น... คือการซื่อตรงต่อหัวใจตนเองต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของนางเซียนผู้เย็นชา นางสะท้านไปทั้งร่าง กระบี่ในมือสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกพ่ายแพ้ไม่ได้เกิดจากบาดแผลทางกาย หากแต่พ่ายแพ้ต่อความจริงอันโหดร้ายที่ถูกเปิดเผยผ่านปลายกระบี่ของบุรุษผู้นี้
ในวินาทีที่บรรยากาศรอบตัวเริ่มผ่อนคลายลงและความตึงเครียดกำลังจะจางหาย เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเบื้องล่างของหน้าผา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันชั่วร้าย
"ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง เจ้าสำนักมู่หรง และศิษย์ทรยศเยี่ยเฟิงจู!"
เงาร่างนับสิบพุ่งทะยานขึ้นมาจากหมอกหนา ปรากฏเป็นเหล่าผู้วิสุทธิ์แห่งสำนักดาบสวรรค์ นำโดย "เฟิงเทียน" ผู้อาวุโสใหญ่ผู้มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวพาดผ่านใบหน้า ในมือของเขาถือกระบี่โลหิตที่หยดติ๋งๆ ด้วยกลิ่นอายคาวเลือด และที่สำคัญ... บนบ่าของเฟิงเทียนกำลังแบกร่างที่โชกเลือดของผู้อาวุโสสำนักหิมะนิรันดร์ผู้เป็นอาจารย์แท้ๆ ของมู่หรงเซียนเอาไว้!
มู่หรงเซียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าของนางซีดเผือดลงในพริบตา "ท่านอาจารย์...!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
วิถีเซียนไร้ใจ ใต้เงาคมดาบอสูร•ตอนที่ 2
กระบี่ไร้ลักษณ์ปะทะปราณเยือกแข็ง
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ใจ ใต้เงาคมดาบอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
