ความเงียบงันบนยอดเขาหิมะนิรันดร์ไม่ได้เกิดจากความสงบ แต่เกิดจากความกดดันอันมหาศาลที่แม้แต่วิญญาณยังต้องสั่นสะท้าน
ป้ายหินศิลาสีขาวนวลสลักอักษร "ยุติธรรมค้ำฟ้า" ถูกรอยคมดาบเฉือนผ่ากลางเป็นสองซีกอย่างเหี้ยมเกรียม รอยตัดเรียบเนียนดั่งกระจกสะท้อนเงาฟ้าดิน เศษหินก้อนหนึ่งกลิ้งหล่นลงสู่เหวลึกเบื้องล่าง ท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้วิสุทธิ์และศิษย์นับร้อยแห่งสำนักหิมะนิรันดร์ที่ยืนนิ่งค้างดั่งรูปปั้นสลัก
ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่หิมะที่โปรยปรายลงมาจากนภากาศยังพลอยหยุดชะงักราวกับเกรงกลัวต่อจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของบุรุษชุดดำผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
"เยี่ย... เยี่ยเฟิงจู!"
เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกหลุดจากปากของผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ปราณกระบี่ในกายของเขาปั่นป่วนจนกระอักโลหิตออกมาคำโต
บุรุษผู้ถูกขานนามไม่ได้หันกลับมามอง เขายังคงยืนไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งวางทาบบนด้ามกระบี่ไร้ฝักที่เหน็บไว้ที่เอว เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมหนาว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งความรู้สึก นัยน์ตาดำขลับลึกล้ำดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง สะท้อนภาพของยอดเขาที่ครั้งหนึ่งเคยประกาศก้องว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจล่วงเกิน
"กฏสำนักหิมะนิรันดร์ร้อยแปดข้อ... ข้า เยี่ยเฟิงจู วันนี้ได้มาเหยียบย่ำจนครบทุกข้อแล้ว พวกเจ้ายังเหลือผู้ใดกล้ากล่าววาจาผดุงคุณธรรมอีกหรือไม่?"
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ทว่ากังวานลึกราวกับเสียงคำรามจากขุมนรก สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา สร้างความอับอายและโกรธแค้นให้แก่เหล่าผู้อาวุโสยิ่งนัก ศิษย์สายตรงหลายคนชักอาวุธออกมาด้วยมือที่สั่นเทา แต่ไม่มีใครกล้าก้าวออกไปเผชิญหน้ากับ ‘ศิษย์ทรยศ’ ผู้เคยพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเมื่อสามปีก่อนผู้นี้
ยุทธภพต่างร่ำลือกันว่า เยี่ยเฟิงจูสูญสิ้นวิถีกระบี่หลังถูกขับไล่ออกจากสำนักดาบสวรรค์และถูกตามล่าจากเจ็ดสำนักใหญ่ ทว่าในยามนี้ รัศมีปราณที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่ปราณเซียนที่เอ่อล้น แต่เป็น ‘วิถีกระบี่โดดเดี่ยว’ ที่ตัดขาดจากฟ้าดิน ดึงดูดกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบตัวให้สยบแทบเท้า
"เยี่ยเฟิงจู เจ้าช่างอาจหาญนัก!"
เสียงตวาดดังก้องสะท้านฟ้า พร้อมกับเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ที่พุ่งทะยานลงมาจากตำหนักสูงสุดของยอดเขาหิมะ
มู่หรงเซียน เจ้าสำนักหิมะนิรันดร์ ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเขา ร่างเพรียวระหงอยู่ในชุดคลุมยาวปักลายเกล็ดหิมะสีเงิน ใบหน้ารูปไข่เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย แววตาคู่นั้นคมกริบดั่งคมดาบที่พร้อมปลิดชีพผู้ล่วงเกิน ทว่าลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น กลับมีความไหววูบอันซับซ้อนที่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
นางถือครองกระบี่ ‘เหมันต์นิรันดร์’ อาวุธวิเศษระดับนภาที่แผ่ไอเย็นจัดจนอากาศรอบตัวกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีฟ้าคราม
"มู่หรงเซียน ในที่สุดเจ้าก็ยอมออกมาเสียที" เยี่ยเฟิงจูกล่าวด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเย้ยหยันฟ้าดิน แต่มันกลับทำให้หัวใจของนางเซียนผู้เย็นชาถึงกับกระตุกวูบ
"สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมา撒野 (ส่าเย่ - อาละวาด) ได้ตามอำเภอใจ" มู่หรงเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้คลื่นอารมณ์ ปลายกระบี่ในมือชี้ตรงมายังอกของเขา "สามปีก่อน ข้าไว้ชีวิตเจ้าครั้งหนึ่ง เหตุใดวันนี้จึงยังกล้ากลับมาหาความตายที่นี่อีก?"
"ไว้ชีวิตข้า?" เยี่ยเฟิงจูหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเย้ยหยัน "เจ้าเป็นคนออกคำสั่งให้ผู้คนนับร้อยไล่ล่าตระกูลเยี่ยจนล่มสลาย เป็นเจ้าที่ใช้ข้อหา 'ทรยศวิถีเซียน' มาปิดปากบิดาของข้า... เจ้าต่างหากที่ติดหนี้ชีวิตตระกูลเยี่ย หนี้เลือดนี้ วันนี้ข้ามาทวงคืน!"
สิ้นคำพูด บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนเป็นอิมแพคแห่งจิตสังหารที่รุนแรงจนหิมะที่ตกลงมาถูกตัดขาดเป็นผุยผงกลางอากาศ
มู่หรงเซียนมิได้โต้ตอบด้วยวาจา นางรู้ดีว่าในยามนี้ การพูดคุยไร้ซึ่งความหมาย แววตาของนางฉายแวววาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว ปราณเหมันต์ในกายระเบิดออกเป็นวงกว้าง พื้นดินรอบตัวรัศมีร้อยวาถูกแช่แข็งกลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา
"ถ้าเช่นนั้น... จงเอาชีวิตของเจ้ามารับทัณฑ์แห่งสำนักหิมะนิรันดร์เสีย!"
นางพุ่งทะยานเข้าใส่ ร่างบางกลายเป็นสายหมอกสีขาวที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง กระบี่เหมันต์นิรันดร์กรีดผ่าอากาศสร้างเสียงหวีดหิวแหลมคม พลังปราณระดับหลอมรวมแดนสวรรค์ขั้นสมบูรณ์กดทับลงมาดั่งภูเขาทลาย
เยี่ยเฟิงจูไม่หลบหนี เขายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง นัยน์ตาดำขลับสะท้อนภาพคมดาบที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ทุกขณะ นิ้วมือเรียวยาวของเขาขยับเข้าใกล้ด้ามกระบี่ที่เอวทีละน้อย จิตวิญญาณกระบี่ในร่างส่งเสียงคำรามก้องกังวาน ประสานเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว
ระยะห่างเหลือเพียงสามเชือก... สองเชือก... หนึ่งเชือก...
ในวินาทีเป็นตายที่ความเย็นยะเยือกของคมดาบกำลังจะสัมผัสผิวเนื้อ เยี่ยเฟิงจูก็ค่อยๆ หลับตาลง พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นในโสตประสาทของมู่หรงเซียน...
"เซียนเอ๋อร์... เจ้ายังคงจำสัญญาใต้ต้นเหมันต์เมื่อสามปีก่อนได้หรือไม่?"
มู่หรงเซียนพลันชะงักกึก ร่างที่พุ่งเข้ามาหยุดค้างกลางอากาศอย่างไร้สาเหตุ ปลายกระบี่ห่างจากหัวใจของเขาเพียงแค่เส้นยาแดงเดียว ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง ฟ้าเบื้องบนกลับคำรามลั่นด้วยเสียงอสุนีย์บาตสีทองที่แหวกเมฆหมอกลงมาอย่างไร้ความปรานี พลังงานประหลาดระเบิดออกจากร่างของเยี่ยเฟิงจูจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ทะลวงผ่านขอบเขตเดิมอย่างไร้ขีดจำกัด!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
วิถีเซียนไร้ใจ ใต้เงาคมดาบอสูร•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนยอดเขาหิมะ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ใจ ใต้เงาคมดาบอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
