นิติเวชหน้าตายกับพยานไร้เสียงในคดีศพจำลอง•ตอนที่ 2

ผู้มาเยือนจากอดีต

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟอร์มาลดีไฮด์และคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศยามวิกาลของห้องชันสูตรชั้นใต้ดิน แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณของศพจำลอง—ชิ้นงานศิลปะแห่งความตายที่ถูกจัดฉากอย่างประณีตราวกับพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าโบราณ ดร.อคินยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าโต๊ะสเตนเลส ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจดจ้องรอยกรีดบนผิวหนังเทียมที่จำลองมาจากบาดแผลฉีกขาดของคดีเมื่อสิบปีก่อนได้อย่างแม่นยำ ทุกรายละเอียดถูกคำนวณมาอย่างดีด้วยมือของฆาตกรที่เข้าใจวิชานิติเวชศาสตร์ไม่แพ้ตัวเขา *ยินดีต้อนรับสู่การชันสูตรครั้งที่สอง... ดร.อคิน* ข้อความสลักบนแผ่นโลหะที่วางอยู่ข้างศพยังคงสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน มันไม่ใช่แค่คำท้าทายจากฆาตกร แต่มันคือเสียงกระซิบจากอดีตที่อคินพยายามฝังกลบมันไว้ใต้กองแฟ้มคดีนับร้อยเล่มตลอดหลายปีที่ผ่านมา แกร็ก... เสียงบานประตูเหล็กหนาหนักถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ทำลายความเงียบงันในห้องชันสูตร อคินไม่ได้หันกลับไปทันที เขายังคงใช้คีมปลายแหลมคีบเส้นใยสังเคราะห์สีดำที่ติดอยู่ซอกเล็บของศพจำลองขึ้นมาพิจารณาอย่างใจเย็น สัญชาตญาณบอกเขาว่าผู้มาเยือนยามวิกาลผู้นี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจเวร หรือแม้แต่เวรเปลที่หลงทาง "ฉันเตือนนายแล้วว่าอย่ารับเคสนี้..." เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากความมืดตรงทางเดิน เรย์ก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในแสงไฟ ร่างสูงโปร่งในเสื้อโค้ตกันหนาวสีเข้มยับยู่ยี่ดูราวกับผ่านการอดนอนมาหลายคืน ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองร่างบนโต๊ะชันสูตรแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของอคินด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก อคินวางคีมลงบนถาดสเตนเลสเสียงดังกระทบกันเบาๆ เขายืดตัวขึ้น หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตนักสืบผู้ถูกพักราชการด้วยข้อหาใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ—ชายผู้ที่มีรอยแผลเป็นจากไฟลวกพาดผ่านตั้งแต่กรอบหน้าด้านซ้ายยาวลงมาถึงลำคอ ใต้ร่มผ้าที่เขาจงใจปกปิดไว้ "ห้องชันสูตรมีระเบียบปฏิบัติชัดเจน เรย์ คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่ในยามวิกาลโดยไม่มีหมายศาลหรือคำสั่งจากอัยการ" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตกใจต่อการปรากฏตัวกะทันหัน เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตรโดยไม่สนใจสายตาเตือนสอยของแพทย์หนุ่ม มือเรียวหนายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึเปื้อนคราบฝุ่นและรอยพับยับเยิน วางกระแทกลงบนพื้นผิวสเตนเลสข้างศพจำลอง เสียงกระดาษกระทบโลหะดังกังวานบาดแก้วหู "กฎระเบียบเหรอ? อคิน นายยังเชื่อว่ากฎระเบียบงี่เง่าพวกนี้จะช่วยปกป้องนายจากสิ่งที่กำลังจะมาถึงงั้นเหรอ" เรย์เอียงคอมองเขา ดวงตาคมกปราดมองรอยแผลจำลองบนศพด้วยแววตาที่ไหววับ "นายคิดว่านี่คือผลงานของพวกโรคจิตเลียนแบบคดีดังในอดีตใช่ไหมล่ะ? นายคิดว่ามันคืองานศิลปะป่วยๆ ของเด็กมีปัญหาที่อ่านหนังสือแพทย์มากเกินไป" อคินหรี่ตาลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่น "คุณกำลังจะบอกอะไร" เรย์ไม่ตอบทันที เขาคว้าแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลนั้นขึ้นมา เปิดมันออกด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย—ความลับที่เก็บงำไว้ในความมืดถูกดึงออกมาเผชิญแสงไฟ ภาพถ่ายขาวดำขนาดแปดคูณสิบหลายใบถูกโยนลงบนโต๊ะ ภาพศพหญิงสาวในสภาพถูกจัดวางท่าทางอย่างประณีต รอยกรีดรูปวงกลมซ้อนทับกันสามชั้นบริเวณหน้าอก และรอยแผลเป็นเฉพาะตัวที่เหมือนกับศพจำลองตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน "คดีของเรเบคาห์ เมื่อสิบปีก่อน" เรย์เอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบกลายเป็นกระซิบ "คดีที่ตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจากการทดลองผิดพลาดในห้องแล็บส่วนตัว คดีที่ถูกสั่งปิดตายโดยสำนักงานอัยการสูงสุด... และเป็นคดีที่พี่สาวแท้ๆ ของนาย เป็นคนชันสูตรศพด้วยตัวเองก่อนที่เธอจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย" บรรยากาศในห้องชันสูตรราวกับลดฮวบลงจนติดลบ อคินนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ ลลมหายใจของเขาชะงักกะทันหัน ดวงตาที่เคยเยือกเย็นและเต็มไปด้วยเหตุผลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาเพียงน้อยนิดที่คนนอกไม่มีวันสังเกตเห็น แต่เรย์ผู้จับจ้องอยู่ก่อนแล้วกลับมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน "เธอไม่ได้หายสาบสูญ" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกดดันที่ถูกสะกดกลั้นไว้ "ตำรวจสรุปว่าเธอหนีตามชู้รักและเอาเงินกองทุนวิจัยหนีออกนอกประเทศ" "นายเชื่อคำโกหกนั้นจริงๆ น่ะเหรอ อคิน?" เรย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวแพทย์หนุ่ม ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความตายผสมปนเปกันในอากาศ "นายเป็นหมอนิติเวชที่ฉลาดที่สุดในสถาบันนี้ แต่นายกลับโง่เง่าที่สุดเวลาพูดถึงเรื่องของครอบครัว นายคิดว่ารอยกรีดพวกนี้บนศพจำลองส่งสัญญานถึงใคร? มันไม่ได้ส่งถึงตำรวจ... แต่มันส่งสัญญานถึงนาย และคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด กำลังรอให้นายเดินกลับไปที่ 'คฤหาสน์ตระกูลวาล็องต์' อีกครั้ง" หัวใจของอคินกระตุกวูบ ชื่อนั้น... ชื่อที่เขาพยายามลบออกจากความทรงจำ สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของพิธีกรรม ความตาย และความวิปริตที่ซ่อนอยู่เบื้องหน้ากากของความร่ำรวย "คุณรู้เรื่องตระกูลนั้นได้ยังไง เรย์" อคินเอื้อมมือไปคว้าปกเสื้อโค้ตของอีกฝ่ายไว้แน่น แรงบีบสะท้อนถึงความโกรธเกรี้ยวและความหวาดกลัวที่ถูกปลุกเร้า "คุณสืบเรื่องอะไรอยู่เบื้องหลังหลังฉันกันแน่" เรย์ไม่ดึงตัวหนี ตรงกันข้าม เขากลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาสีเทาเข้มสะท้อนภาพใบหน้าเคร่งเครียดของแพทย์หนุ่มอย่างชัดเจน รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตนักสืบ "เพราะฉันเป็นคนเดียวที่เก็บกระดูกชิ้นสุดท้ายของคดีนั้นได้เมื่อสิบปีก่อนไงล่ะ..." เรย์กระซิบชิดริมหูของอคิน น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความระทึกขวัญ "และตอนนี้... เจ้าของศพตัวจริงในอดีตกำลังส่งจดหมายเชิญมาให้เราไปเปิดห้องใต้ดินคฤหาสน์หลังนั้นด้วยกันอีกรอบ" ก่อนที่อคินจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของระบบรักษาความปลอดภัยในห้องชันสูตรก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีขาวโพลนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนโต๊ะทำงานดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนที่ภาพวิดีโอวงจรปิดจากทางเดินชั้นใต้ดินจะรีรันขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ภาพบนจอแสดงให้เห็นร่างของใครบางคน—สวมชุดคลุมสีดำสนิทและสวมหน้ากากโลหะรูปทรงประหลาด กำลังยืนนิ่งสนิทอยู่หน้ากล้องวงจรปิดหมายเลข 04... ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งอยู่ *ภายใน* ห้องเก็บศพสำรองที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านความปลอดภัยระดับสูงสุด และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ... ประตูบานนั้นถูกเปิดออกแล้ว ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับพยานไร้เสียงในคดีศพจำลอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%