กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นจนแสบจมูกเคล้ากับความเย็นยะเยือกติดลบของห้องผ่าศพ ไม่เคยทำให้ ดร.อคิน รู้สึกระคายเคืองแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้ว กลิ่นนี้คือกลิ่นแห่งความจริง ความจริงที่ไม่เคยบิดพลิ้ว ไม่เคยโกหก และไม่เคยเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาจากริมฝีปากที่ปิดสนิท
นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยกขึ้นจัดกรอบแว่นสายตาเลนส์บาง ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นคู่นั้นทอดมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลสด้วยความเรียเฉยราวกับกำลังพิจารณาชิ้นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง มากกว่าที่จะเป็นมนุษย์ผู้เคยมีลมหายใจ
"สภาพน่าขนลุกเป็นบ้า คุณว่าไหม หมอ?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงโปร่งของ เรย์ ก้าวออกมาจากเงาสลัว แผ่นหลังกว้างมีร่องรอยการเคลื่อนไหวที่ระแวดระวังเสมอตามสัญชาตญาณของอดีตนักสืบ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังศพเบื้องหน้าด้วยประกายวาววโรจน์ที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันตามนิสัย
อคินไม่แม้แต่จะชายตามองผู้บุกรุก เขายังคงใช้ปลายมีดผ่าตัดกรีดลงบนผิวหนังส่วนหน้าอกของศพอย่างแม่นยำ เสียงคมมีดเฉือนเนื้อเยื่อดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
"ถ้าคุณเข้ามาเพื่อพล่ามเรื่องไร้สาระ เรย์ ฉันแนะนำให้เดินกลับออกไปทางเดิมก่อนที่ฉันจะถือวิสาสะเย็บปากคุณด้วยไหมละลาย" เสียงของอคินราบเรียบ ไร้อารมณ์ และเย็นชาจนเกือบจะไร้ความเป็นมนุษย์
"โอ้ ความอบอุ่นจากคุณนี่มันละลายน้ำแข็งในอาร์กติกได้สบายๆ เลยนะ ดร.อคิน" เรย์หัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะผ่าตัดมากขึ้นจนกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวปะปนกับกลิ่นสารเคมี "แต่ฉันว่าคุณเองก็รู้ดีว่า เคสนี้มันไม่ได้ปกติเหมือนศพซ้อมตายทั่วๆ ไปที่คุณคุ้นเคย"
อคินหยุดมือชั่วขณะ ดวงตาสมส่วนก้มลงมองซากศพตรงหน้าอีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์
จริงอย่างที่เรย์ว่า... มันไม่ใช่ความตายตามธรรมชาติ และไม่ใช่ฆาตกรรมทั่วไป
ร่างของเหยื่อเป็นชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปลายๆ สภาพภายนอกดูไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยฟกช้ำดำเขียว ทว่า สิ่งที่ทำให้ห้องผ่าศพแห่งนี้ตึงเครียดไม่ใช่ร่องรอยการฆาตกรรม หากแต่เป็น 'การจัดวาง'
แขนซ้ายถูกบิดพับไขว้หลังในมุมองศาที่กระดูกข้อต่อต้องหักสะบั้น แต่จากการประเมินเบื้องต้น... ไม่มีร่องรอยการแตกหักของกระดูก ขาข้างหนึ่งถูกพับขึ้นมาแนบชิดลำตัวในลักษณะที่ขัดแย้งกับหลักกายวิภาคของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าร่างนี้ถูกบังคับให้เข้าไปอยู่ในรูปทรงเรขาคณิตบางอย่าง รูปทรงที่ไร้ซึ่งความยืดหยุ่นของสรีระ แต่กลับถูกจัดแต่งอย่างประณีตบรรจงราวกับงานประติมากรรมหินอ่อนในวิหารโบราณ
"ไม่ใช่ฝีมือของพวกโจรโรคจิตทั่วไป" อคินเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง มากกว่าจะตอบคำถามของอีกฝ่าย "กล้ามเนื้อยังไม่แข็งตัวเต็มที่ ระยะเวลาการเสียชีวิตน่าจะไม่เกินหกชั่วโมง... แต่ข้อต่อทั้งหมดถูกจัดระเบียบใหม่ในขณะที่ร่างกายกำลังเข้าสู่ภาวะ rigor mortis"
"ถูกต้อง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันสนใจ" เรย์โน้มตัวเข้ามาใกล้ ชิดเสียจนอคินสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอดีตนักสืบผู้นี้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นเมนทอลจางๆ รดอยู่ข้างกกหู "มันเหมือนกับพิธีกรรม... หรือบางที มันคือสาส์น"
อคินเงยหน้าขึ้นสบตากับเรย์ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนน่าอึดอัด แววตาสีเทาเข้มของเรย์เต็มไปด้วยความท้าทาย ขณะที่ดวงตาสนิทของอคินฉายแววรำคาญระคนระแวดระวัง เคมีอันประหลาดระหว่างความเย็นชาของหมอนิติเวชและความดิบเถื่อนของอดีตนักสืบปะทะกันกลางอากาศจนเกิดประกายไฟเงียบงัน
"คุณกำลังเอาเรื่องงงงายของพวกคลั่งลัทธิมาปะปนกับวิทยาศาสตร์ เรย์" อคินเอ่ยเสียงเยียบเย็น พลางขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย "ฉันเชื่อในหลักฐาน ค่า pH ของของเหลวในร่างกาย รอยแผล และรอยนิ้วมือ ไม่ใช่คำสาปหรือพิธีกรรมบ้าบออะไรทั้งนั้น"
"งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ หมอ" เรย์ยิ้มมุมปาก ทว่าดวงตากลับไม่ยิ้มตามเลยแม้แต่น้อย มือหนาเอื้อมไปแตะที่ขอบถาดเครื่องมือแพทย์เบาๆ "พิสูจน์ให้ฉันเห็นว่า วิทยาศาสตร์ของคุณจะอธิบาย 'รอยสลัก' บนแผ่นหลังของศพตัวนั้นได้ยังไง"
อคินขมวดคิ้วเล็กน้อย ความสงสัยวูบผ่านนัยน์ตาคู่สวยชั่วพริบตา เขารีบหันกลับไปที่ร่างไร้วิญญาณ แล้วใช้มือคีบพลิกร่างนั้นให้คว่ำลงอย่างระมัดระวัง
ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลน ผิวหนังบริเวณแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเหยื่อไม่ได้ราบเรียบอย่างที่ควรจะเป็น รอยกรีดลึกถูกบรรจงวาดขึ้นเป็นลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อน มันไม่ใช่รอยแผลเป็น แต่เป็นรอยแผลสดที่ถูกกรีดขึ้นด้วยความประณีตราวกับใช้เลเซอร์วัดระยะ
และที่กลางแผ่นหลังนั้น มีสัญลักษณ์ประหลาดถูกสลักไว้... สัญลักษณ์รูปตาข่ายแปดเหลี่ยมที่มีวงกลมซ้อนทับสามชั้น ซึ่งอคินจำได้แม่นยำจากภาพถ่ายในแฟ้มคดีเก่าเก็บของพ่อผู้ล่วงลับ—แฟ้มคดีของลัทธิบูชาความตายที่ถูกปิดตายไปเมื่อสิบปีก่อน
ลมหายใจของอคินสะดุดไปเสี้ยววินาที ความทรงจำอันดำมืดที่พยายามฝังกลบมาตลอดหลายปีพรั่งพรูขึ้นมาในหัวราวกับกระแสน้ำวน
ก่อนที่สติของเขาจะหลุดลอยไปกับอดีต เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *กริ๊ก* แผ่วเบามาจากมุมมืดสุดของห้องผ่าศพ—มุมที่ควรจะมีเพียงแค่ความว่างเปล่า
ทั้งอคินและเรย์ชะงักกึกพร้อมกัน สัญชาตญาณดิบของคนทั้งคู่สั่งการให้หันขวับไปมองยังต้นเสียงทันที
ภายใต้ความมืดสลัวของมุมห้อง เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังยืนนิ่งสนิท ดวงตาสองข้างสะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาววโรจน์ มือข้างหนึ่งถือเครื่องมือผ่าตัดเปื้อนคราบเลือดสดๆ หยดติ๋งลงบนพื้นกระเบื้อง และก่อนที่ใครจะได้เปล่งเสียงอุทาน ร่างนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ยินดีต้อนรับสู่การชันสูตรครั้งที่สอง... ดร.อคิน"
ขอบคุณที่ร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปด้วยกันนะคะ
นิติเวชหน้าตายกับพยานไร้เสียงในคดีศพจำลอง•ตอนที่ 1
ศพบนแท่นหิน
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับพยานไร้เสียงในคดีศพจำลอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
