เสียงถอนหายใจของรินรดาไม่ได้เบาพอที่จะรอดพ้นจากโสตประสาทของกวินทร์ไปได้ ปลายปากกาหมึกซึมในมือของชายหนุ่มหยุดชะงักลงบนกระดาษสาแผ่นบาง กลิ่นอายของฝนที่เพิ่งซาลงด้านนอกหน้าต่างห้องทำงานรกๆ ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟดำเข้มข้นจนเกือบกลายเป็นความอึดอัด
บนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เอกสารสำนวนคดีฉบับจริงร่วมสามร้อยหน้าถูกกางแผ่หลา ราวกับซากศพของความยุติธรรมที่รอการชันสูตรครั้งสุดท้าย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาของทนายความสาวจ้องมองตัวเลขและวันที่ในรายงานการชันสูตรพลิกศพครั้งที่สองด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำนิยาม
"คุณกำลังพยายามหาความจริง หรือกำลังหาข้อแก้ตัวให้ความโง่เขลาของระบบกฎหมายกันแน่ครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ กวินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เปลือกตาของเขาต่ำลงเล็กน้อยขณะจดจ่ออยู่กับการเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษหวัดๆ ลงบนกระดาษ
รินรดาตวัดสายตาคมปลาบขึ้นมองคู่สนทนาทันที รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของทนายความสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใด "ถ้าความโง่เขลาของระบบมันช่วยให้คนที่คุณปกปิดอยู่รอดปลอดภัยไปได้... ฉันก็น่าจะลองโง่ดูสักตั้งนะคะ... หมายถึง... ผมคิดว่ามันคงน่าสนุกดี" นางแก้ไขสรรพนามในใจอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงสถานการณ์ปัจจุบัน
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ "คุณนี่มัน... มองทุกอย่างเป็นบทกวีไปเสียหมด กวินทร์ คดีนี้ไม่ใช่กลอนไฮกุสามบรรทัดที่จะตีความยังไงก็ได้ตามใจชอบ ชีวิตคนตายไปแล้วสองศพ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่ามันคืออุบัติเหตุ แต่คุณ... กลับบอกว่ามันคือฆาตกรรมอำพรางโดยใช้สัญญะทางวรรณกรรมเป็นเครื่องมือ คุณบ้าหรือเปล่า"
กวินทร์วางปากกาลงช้าๆ เขายืดตัวพิงพนักเก้าอี้หนังสีเข้ม สายตาคู่นั้นนิ่งสงบราวน้ำลึกที่ไม่มีวันหยั่งถึง ความเงียบแผ่ขยายเข้ามาคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง ราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักไสแต่ก็ถูกแรงดึงดูดบางอย่างดึงรั้งไว้ด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"ความจริงมักจะซ่อนอยู่ในรอยต่อระหว่างบรรทัดเสมอครับ" กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรดเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่รินรดานั่งอยู่ กลิ่นกายจางๆ ของเขาสะอาดสะอ้านเจือกลิ่นกระดาษและบุหรี่มวนบางๆ "คุณเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น กระดาษแผ่นนั้นบอกว่าสารพิษในกระแสเลือดเกินขนาด แต่คุณไม่ได้มองเลยว่า... ลำดับการตายของพวกเขามันเรียงร้อยเป็นโศกนาฏกรรมบทหนึ่ง... บทกวีที่ผู้เขียนจงใจเว้นวรรคให้คนอ่านตายใจ"
รินรดานิ่งงัด ร่างเพรียวใต้สูทเข้ารูปขยับถอยหลังเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวเมื่อเขายืนประชิดโต๊ะ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย ดวงตาของเขากับเธอประสานกันอย่างท้าทาย ไม่มีใครยอมลดละให้แก่กัน ทั้งที่อุดมการณ์ต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งยึดมั่นในตรรกะและข้อเท็จจริงทางกายภาพ แต่อีกคนกลับอ่านโลกผ่านสัญญะและความลี้ลับของจิตใจมนุษย์ ทว่าความต่างนั้นเองที่กลับสร้างแรงดึงดูดประหลาด—แรงดึงดูดของผู้ร่วมชะตากรรมที่ติดอยู่ในวังวนเดียวกันอย่างไร้ทางออก
"ถ้ามันเป็นบทกวีจริง..." รินรดาผ่อนลมหายใจอุ่นร้อนออกมาทางจมูก น้ำเสียงของเธอลดความแข็งกร้าวลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ "งั้นช่วยบอกฉันทีสิครับ... ว่าบทสรุปของคดีนี้ มันควรจะจบลงด้วยความตายของใครอีก ถึงจะทำให้คุณพอใจ"
กวินทร์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ใกล้จนทนายความสาวต้องกลั้นหายใจ แววตาของกวีหนุ่มไหววูบไปชั่วขณะ ราวกับมีความเจ็บปวดบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น
"มันจะจบลงก็ต่อเมื่อ... คุณยอมเปิดใจอ่านความจริงที่ไม่ได้ถูกพิมพ์ลงบนกระดาษราชการต่างหากล่ะครับ" เขากระซิบแผ่วเบา ชิดริมใบหูของเธอจนเส้นผมสีดำสนิทปลิวตามแรงลมหายใจ
ก่อนที่รินรดาจะได้สวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนตามความเคยชิน เสียงดัง "กริ๊ก" เบาๆ จากมุมมืดของห้องเก็บเอกสารด้านหลังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
ทั้งคู่ชะביค้างในท่าทางที่ยังคงใกล้ชิดกัน กวินทร์หันขวับไปมองความมืดสนิทในมุมห้องทันที แววตาที่เคยราบเรียบเปลี่ยนเป็นความคมกلاบดุจใบมีด ส่วนรินรดารีบดีดตัวถอยหลังออกจากโต๊ะ มือเรียวเอื้อมไปคว้าที่เปิดซองจดหมายโลหะบนโต๊ะมาถือไว้มั่นโดยสัญชาตญาณ
ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีลมพัดผ่าน
ทว่า บนพื้นพรมหน้าชั้นหนังสือ มีกระดาษโนัตแผ่นเล็กสีเหลืองฉีกมาจากสมุดพกถูกวางทิ้งไว้ ราวกับมีใครบางคนจงใจทิ้งร่องรอยเอาไว้เยาะเย้ยพวกเขา
กวินทร์ก้าวเท้าเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ดวงตาสีเข้มกวาดมองข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ด้วยหมึกสีแดงฉาน ประโยคนั้นทำให้ลมหายใจของกวีหนุ่มสะดุดกึก และทำให้ทนายความสาวผู้ยึดมั่นในความจริงต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
*บทกวีบทต่อไป... จะเริ่มต้นเมื่อเลือดหยดแรกบนพื้นห้องนี้แหละครับ*
ฉับพลันนั้นเอง ไฟทั่วทั้งตึกก็ดับวูบลงอย่างไร้สัญญาณเตือน ทิ้งให้พวกเขาทั้งสองจมดิ่งอยู่ในความมืดมิด พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังประตูห้องทำงาน ซึ่งถูกล็อกกลอนเอาไว้จากภายนอกอย่างแน่นหนาแล้วเรียบร้อย!
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในบทกวีบทนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 9
จังหวะหัวใจที่เต้นต่างกัน
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!