บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 34

จังหวะแห่งการให้อภัย

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงคำรามแห้งแล้งจากปลายกระบอกปืนเก็บเสียงดัง ‘ฟุ่บ’ พร้อมกับแรงปะทะที่เฉี่ยวผ่านหัวไหล่ของรินรดาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษปูนจากผนังห้องพักแตกกระจายเป็นฝุ่นผง กลิ่นดินปืนจางๆ คละคลุ้งปนไปกับกลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาประจำตัวของกวินทร์ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย กวินทร์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับพุ่งตัวเข้าหารินรดา แรงกระชากจากมือแข็งแกร่งเหวี่ยงร่างของทนายความสาวให้พ้นจากวิถีสังหาร ก่อนที่เขาจะใช้ตัวบังเธอไว้แล้วเตะขาเก้าอี้ไม้โอ๊กหนักๆ ให้ล้มคว่ำลงเป็นกำบังชั่วคราว เสียงปืนดังขึ้นอีกสองนัด กระสุนเจาะทะลุเบาะหนังจนนุ่นกระจาย "หมอบลงครับ!" กวินทร์ตวาดเบาๆ เสียงของเขาราบเรียบเกินกว่าจะเป็นเสียงของผู้ที่เพิ่งเฉียดตาย รินรดาหอบหายใจถี่ หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอเห็นมือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะที่เขากำลังล้วงหยิบวัตถุบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท มันไม่ใช่ปืน แต่มันคือไฟแช็กโลหะที่เขามักจะดีดเล่นเวลาใช้ความคิด "คุณจะทำอะไร?" เธอถาม เสียงของเธอไม่ได้สั่นด้วยความกลัว แต่สั่นด้วยความโกรธที่เขายังคงเล่นเกมซ่อนเงื่อนในสถานการณ์แบบนี้ "ทำลายทัศนียภาพที่น่าเกลียดออกไปไงครับ" กวินทร์ตอบพร้อมกับจังหวะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมือปืนก้าวเข้ามาใกล้หลังม่าน กวินทร์ดีดไฟแช็กจนเกิดเปลวไฟลุกโชน ก่อนจะขว้างมันเข้าใส่โคมไฟตั้งโต๊ะที่มีน้ำมันระเหยจากเครื่องพ่นอโรม่าที่รินรดาเปิดทิ้งไว้ แรงระเบิดเบาๆ จากไอระเหยทำให้แสงไฟในห้องสว่างวาบขึ้นฉับพลัน เกิดเป็นกลุ่มควันและเปลวไฟสกัดกั้นทัศนวิสัยของมือปืนไว้ได้ชั่วครู่ ท่ามกลางความโกลาหล กวินทร์คว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงให้เธอวิ่งฝ่าความมืดออกไปทางหน้าต่างหลังห้องที่เปิดอ้าอยู่ ทั้งสองกระโจนลงสู่บันไดหนีไฟที่สั่นคลอน เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นก้องตรอกแคบๆ ด้านหลังอาคาร เมื่อถึงพื้นล่าง กวินทร์ไม่ได้ปล่อยมือจากเธอ เขาลากเธอเข้าหลบในซอกอาคารที่มืดสนิท กลิ่นฝนเริ่มโชยมาปะทะจมูก ลมหายใจที่หอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันอยู่ในความเงียบ "ทำไม..." รินรดากระชากมือออก เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของกวีหนุ่ม "ทำไมต้องช่วย? ทั้งที่คุณเองก็รู้ดีว่าถ้าฉันตาย ทุกอย่างในคดีนั้นจะจบลงอย่างที่คนพวกนั้นต้องการ คุณกำลังเล่นละครฉากไหนอยู่กันแน่ กวินทร์?" กวินทร์นิ่งเงียบ แสงจันทร์เลือนรางทาบลงบนใบหน้าของเขา เห็นร่องรอยบาดแผลจากการขูดขีดบนโหนกแก้ม แววตาของเขาที่เคยเฉยเมยบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรวดร้าวที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นเชิงของคำพูด "ผมไม่ได้เล่นละคร รินรดา" เขาเอ่ยเสียงต่ำ "แต่ผมกำลังเขียนบทกวีที่ไม่มีวันจบ... และในบทกวีของผม ตัวละครที่ชื่อ 'รินรดา' คือคนเดียวที่ผมไม่อาจยอมให้จบลงด้วยโศกนาฏกรรมได้" "อย่ามาพูดจาสวยหรูด้วยตรรกะวิบัติแบบนั้น!" เธอสวนกลับ "หลักฐานที่ฉันเจอในแฟ้มลับของคุณ มันบ่งบอกว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทั้งการรับเงินโอนจากบริษัทบังหน้า และการหายตัวไปของพยานปากเอก คุณคือผู้ต้องสงสัยที่ฉลาดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา" กวินทร์ยิ้มจางๆ เป็นยิ้มที่ดูเหนื่อยล้าที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น "ถ้าผมเป็นคนร้ายจริงๆ คุณคิดว่าในห้องนั้น... ปืนกระบอกนั้นจะพลาดเป้าไปได้ยังไงครับ?" คำถามนั้นทำให้รินรดาชะงัก เธอไล่เรียงเหตุการณ์ในใจ ความเป็นมืออาชีพทำให้เธอฉุกคิดได้ว่า มือปืนคนนั้นไม่ได้ยิงเพื่อสังหารในทันที แต่มันเลือกยิงจุดที่เบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อให้กวินทร์มีจังหวะพาเธอหนี "เขากำลังทำอะไร?" เธอพึมพำ "เขากำลังทำตามคำสั่งของ 'นาย' ที่สั่งให้จับเป็น แต่ผมทรยศคำสั่งนั้นตั้งแต่วินาทีที่ผมพาคุณก้าวออกมาจากที่นั่น" กวินทร์ขยับเข้าใกล้เธออีกนิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย "หลักฐานที่คุณเจอ... มันไม่ใช่เงินจ้างวานรินรดา แต่มันคือเงินที่ผมจ่ายเพื่อซื้อพยานเหล่านั้นมาเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เพราะถ้าผมไม่ทำ รัฐบาลจะเก็บกวาดพวกเขาเหมือนกับที่ทำกับครอบครัวของคุณ" รินรดานิ่งงัน ราวกับถูกกระชากความจริงที่ฝังรากลึกในอกออกมาดู เธอสูดหายใจเข้าลึก ความโกรธเคืองที่เคยมีเริ่มเปลี่ยนเป็นความสับสนและหยั่งรากลึกลงไปในความศรัทธาที่เริ่มสั่นคลอน "คุณปกป้องพวกเขา... เพื่อรอคอยโอกาสอะไร?" "รอโอกาสที่จะเปิดเผยทุกอย่างในคดีที่ศาลยุติธรรมเข้าไม่ถึง" กวินทร์ตอบพลางหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากปกเสื้อด้านใน "ผมไม่ได้สู้ด้วยตรรกะแบบคุณ แต่มันคือการเดิมพันด้วยชีวิต... ผมรวบรวมรอยร้าวของความยุติธรรมไว้ในนี้ทั้งหมด และคนที่จะตัดสินมันไม่ใช่ผม แต่มันคือคุณ" เขายื่นสมุดเล่มนั้นให้เธอ มือของเขาสั่นเทา รินรดารับมันมาสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งของความจริงที่อยู่ข้างใน ทว่าก่อนที่เธอจะได้เปิดหน้ากระดาษนั้นออก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากปากทางตรอก ไม่ใช่เสียงของมือปืน... แต่เป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงและเชื่องช้า ภายใต้แสงไฟสลัว ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา เธอคืออัยการสูงสุดที่กุมชะตาคดีนี้ไว้ในมือ "น่าประทับใจมากค่ะ คุณกวินทร์" หญิงสาวคนนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ฉันตามหาหลักฐานเล่มนี้มานานพอๆ กับที่ฉันตามหาตัวคุณสองคน" ในจังหวะนั้นเอง กวินทร์กระซิบข้างหูรินรดาด้วยเสียงที่เบาที่สุด "วิ่งไปทางซ้าย อย่าหันกลับมามอง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... ห้ามคืนสมุดเล่มนี้ให้ใครเด็ดขาด" เขากระชากปกเสื้อรินรดาให้ขยับออกไป ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อขวางทางอัยการหญิงคนนั้นไว้เพียงลำพัง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางมาจนถึงตอนนี้นะครับ บทกวีใต้ร่มเงาหวังว่าหัวใจของทุกท่านจะยังคงเต้นไปพร้อมกับตัวละครนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%