โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องเกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ดุจดังพู่กันเซียนแต้มหมึกโลหิตลงบนผืนผ้าใบแห่งความตาย ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมหุบเขาหมื่นอสูรในยามนี้ ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคำรามของพายุหิมะที่บ้าคลั่งราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี
ทว่า... สายไปเสียแล้ว คลื่นปราณทมิฬนั้นรวดเร็วยิ่งกว่าความคิด และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน หาใช่การแย่งชิงบัวเพลิง... แต่คือชีวิตของนางพญาเซียนผู้เป็นดวงใจของเขา!
"ชิงเซวี่ย!"
เสียงคำรามของไป๋หลางดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น กังวานแข่งกับสายฟ้าฟาดบนยอดเขาประจิม ร่างกายของบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่พุ่งทะยานออกไปดุจดาวตกแผดเผา ทว่าเบื้องหน้าเขากลับไม่ใช่ความว่างเปล่า หากแต่เป็นค่ายกลกระบี่มารโลหิตเจ็ดดาวที่แผ่ไอสังหารเย็นเยียบจนถึงกระดูกดำ
ร่างระหงของหลี่ชิงเซวี่ยในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ราวกับบุปผาเหมันต์ที่ถูกย้อมด้วยหยดเลือด อาการสะท้านเฮือกหนึ่งปรากฏขึ้นบนเรียวปากบางเฉียบที่ซีดเผือด นางป้องร่างไว้ด้วยกระบี่เกล็ดเหมันต์คู่กาย ซึ่งบัดนี้ปรากฏรอยร้าวรานราวกับใยแมงมุม ปราณกระบี่พันปีที่เคยหนתาวเหน็บจนฟ้าดินต้องสยบ บัดนี้กลับปั่นป่วนจนลมหายใจติดขัด
"อย่า... เข้ามา..."
เสียงหวานล้ำที่เคยเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ร่างบางเซถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาคู่หงส์ที่เคยทอดมองสรรพสิ่งด้วยความว่างเปล่า บัดนี้สะท้อนภาพเงาร่างของบุรุษผู้ถือกระบี่เหล็กดำที่พุ่งเข้ามาประชิด ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาดุจห่าฝนแห่งความตาย
ไป๋หลางไม่สนใจเสียงทัดทานนั้น ร่างกายของเขาแผ่พุ่งจิตสังหารรุนแรงจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก เขาย่างสามขุมเข้าไปหานาง ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่ทอดมองรอยแผลลึกบริเวณหัวไหล่ของนาง รอยแผลที่ถูกเคลือบด้วยพิษโลหิตมาร ซึ่งกำลังกัดกินเส้นชีพจรปราณเซียนของนางอย่างบ้าคลั่ง
"ข้าบอกแล้ว... ว่าใต้หล้านี้ ไม่มีผู้ใดพรากเจ้าไปจากมือข้าได้ แม้แต่เงื้อมมือของสวรรค์เองก็ยังต้องพ่ายแพ้!"
น้ำเสียงของไป๋หลางทุบทำลายความเงียบงัน ดุจเสียงคำรามของพญาอินทรีย์ที่บินฝ่าพายุ ร่างสูงก้าวเข้าไปประคองร่างที่อ่อนระโหยโรยแรงของหลี่ชิงเซวี่ยเอาไว้ในอ้อมแขน ไออุ่นจากร่างกายของบุรุษผู้ฝึกวิชาอัคคีจิตวิญญาณปะทะเข้ากับความเย็นยะเยือกของนางเซียน เกิดเป็นละอองไอน้ำพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา
หลี่ชิงเซวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและหยิ่งทะนงต่อโลกหล้า ยามนี้กลับอ่อนยวบลงอย่างถึงที่สุด นางซบใบหน้าลงกับอกเสื้อที่เปียกชุ่มด้วยหยาดเหงื่อและโลหิตของเขา มือเรียวบางที่สั่นเทาเอื้อมขึ้นสัมผัสปลายคางของชายหนุ่มแผ่วเบา
"เจ้าคนดื้อรั้น... เหตุใดจึงไม่ยอมถอย..." นางกระซิบ น้ำเสียงเจือความตัดพ้อและความอาลัยอาวรณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่ามหาสมุทร
"ให้ถอยจากเจ้า? สู้ให้ข้าเอาดาบแทงทะลุหัวใจตัวเองเสียยังง่ายเสียกว่า" ไป๋หลางแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะอันน่าสะพรึงกลัว "พวกมันบังaniอาจแตะต้องเกล็ดหิมะบนเรือนร่างของเจ้า... คืนนี้ หุบเขาหมื่นอสูรแห่งนี้ จะต้องถูกล้างด้วยโลหิตของพวกมันทุกตัว!"
สิ้นเสียงคำรามของไป๋หลาง ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันคำรามรับราวกับตอบสนองต่อจิตสังหารที่ไร้ขีดจำกัด กระบี่เหล็กดำในมือของเขาปลดปล่อยรัศมีกระบี่สีนิลกาฬทะยานเสียดฟ้า แสงสีดำทมิฬตัดผ่านม่านหิมะสีขาวโพลนจนเกิดเป็นรอยแยกของมิติ
ทว่า รอบกายของพวกเขาทั้งสอง บัดนี้ถูกปิดล้อมด้วยเงาร่างนับร้อยในชุดคลุมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงฉานนับคู่จ้องมองมายังคนทั้งคู่ราวกับฝูงหมาป่าหิวกระหายที่รอจังหวะขย้ำเหยื่อ ผู้นำของพวกมัน ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังเสียดแทงประสาท
"ฮ่าๆๆ ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าเวทนายิ่งนัก ไป๋หลาง... แม้เจ้าจะเก่งกาจเพียงใด แต่ในค่ายกลมารโลหิตนี้ ต่อให้เป็นเซียนแท้จริงก็ยังต้องร่วงหล่นลงมาเป็นปุ๋ย วันนี้ทั้งเจ้าและนางพญาเซียนผู้นี้... ต้องสังเวยชีวิตที่นี่!"
หลี่ชิงเซวี่ยขมวดคิ้วมุ่น พยายามจะรวบรวมลมปราณเพื่อชักกระบี่ขึ้นต่อสู้ แต่วิชาพิษมารกลับตีกลับจนกระอักโลหิตคำโตออกมา ร่างของนางทรุดฮวบลงอีกครั้ง หากแต่ไป๋หลางกลับคว้าเอวบางของนางเข้ามากอดแนบแน่น มืออีกข้างตวัดกระบี่เหล็กดำวาดเป็นวงโค้ง ปราณอัคคีและปราณเหมันต์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในพริบตา
"เจ้ากล้าดียังไง... มาดูถูกสตรีของไป๋หลางผู้นี้!"
จอมยุทธ์หนุ่มสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว คลื่นกระบี่ผสานอัคคีมังกรเพลิงคำรามก้องพุ่งแหวกอากาศเข้าหาศัตรูเบื้องหน้าอย่างดุเดือดตระการตา แสงสีทองแดงและสีนิลตัดกันสว่างวาบทั่วหุบเขา ชั่วพริบตานั้น พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก
การต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่านประทุขึ้นท่ามกลางพายุหิมะ ไป๋หลางแปรสภาพร่างเป็นพญาครุฑทะยานฟาดฟันเหล่าเงาทมิฬจนชิ้นส่วนร่างกายกระจัดกระจาย แต่ในขณะที่เขากำลังหักโหมทะลวงแนวป้องกันเพื่อเปิดทางหนีให้หลี่ชิงเซวี่ย สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับร่างหนึ่ง กำลังง้างคันธนูศรโลหิตเล็งตรงมาที่กลางหลังของนางพญาเซียนโดยที่นางไม่มีทางหลบพ้น...
ไป๋หลางเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายของเขามีเวลาตัดสินใจเพียงเสี้ยวลมหายใจเดียวเท่านั้น ว่าจะใช้กระบี่นี้ปลิดชีพหัวหน้าศัตรู หรือจะพุ่งเอาตัวเข้ามารับลูกธนูพิษแทนนาง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุหิมะและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะคะ
กระบี่เกล็ดเหมันต์ทวนลิขิตฟ้า•ตอนที่ 3
เงาพญาเซียน
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เกล็ดเหมันต์ทวนลิขิตฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!