เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 8

คำเตือนจากอดีต

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าคุณยังดื้อดึงจะใช้เส้นพาสต้าอบแห้งเกรดต่ำนั่นต่อล่ะก็ ผมแนะนำให้เอาเวลาไปเปิดร้านขายบะหมี่สำเร็จรูปต้มยำริมทางเสียยังจะดีกว่า รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความระคนเอ็นดูและคำวิจารณ์อันแหลมคมดังขึ้น ท่ามกลางเสียงฉ่าของกระทะเหล็กที่กระทบกับตะหลิวทองเหลือง กลิ่นหอมฟุ้งของเนยแท้ผสมผสานกับกระเทียมสับละเอียดและใบโหระพาอิตาเลียนลอยอบอวลไปทั่วพื้นที่ร้านรถเข็นดัดแปลงสไตล์วินเทจใต้ร่มไม้ใหญ่ รินรดาปรายตามองชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีที่ถอดเสื้อสูทออกพาดไว้บนพนักเก้าอี้พับ ศิลายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับว่ามุมอับหลังตลาดสดแห่งนี้คือห้องอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์สามดาว "นี่คือร้าน 'อิ่มสุข' ครับคุณศิลา ไม่ใช่ภัตตาคารหรูบนตึกระฟ้า ลูกค้าของผมเขาชอบความเรียบง่ายแต่ทรงพลังในรสชาติ เส้นพาสต้าเหนียวนุ่มที่ผมเลือกผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าซึมซับซอสเพสโต้ได้ดีกว่าเส้นนำเข้าราคาแพงระยับพวกนั้นเสียอีก" รินรดาตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากกระทะ เธอยกกระทะขึ้นสะบัดข้อมือด้วยความคล่องแคล่ว เส้นพาสต้าสีเหลืองนวลคลุกเคล้าเข้ากับสีเขียวมรกตของซอสโหระพาและชีสพาร์เมานขูดฝอยเกิดเป็นภาพที่ชวนน้ำลายสอ ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายื่นมือหนาไปหยิบแก้วน้ำชาสมุนไพรเย็นๆ ขึ้นจิบ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งที่เขาเป็นคนสั่งทำพิเศษมาให้เธอโดยเฉพาะ "ผมไม่ได้บอกว่ามันไม่อร่อย ริน... รสมือของคุณไม่เคยทำให้ผมผิดหวังอยู่แล้ว เพียงแต่ผมเป็นห่วงเรื่อง... เบื้องหลังมากกว่า" บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา ทันทีที่คำว่า 'เบื้องหลัง' หลุดออกจากปากของนักธุรกิจหนุ่มผู้กุมความลับและเส้นสายทางเศรษฐกิจไว้ในมือ รินรดากำตะหลิวในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิด เธอย่อมรู้ดีว่าศิลาไม่ได้หมายถึงปัญหาเรื่องวัตถุดิบราคาแพงหรือเรื่องภาษีตลาดสด แต่เขาหมายถึง 'เงา' ของตระกูลเก่าแก่ที่กำลังตามรังควานไม่เลิกรา เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าร้านรถเข็นดัดแปลง ตัดขาดบทสนทนาระหว่างคนทั้งสองลงอย่างฉับพลัน รินรดาเงยหน้าขึ้นมอง ผู้มาใหม่ไม่ใช่ลูกค้าขาประจำที่คุ้นหน้าคุ้นตา แต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงที่ยับยู่ยี่เล็กน้อย ใบหน้าคมคายผ่านโลกมามากเจือรอยย่นรอบดวงตา เส้นผมสีดอกเลาถูกหวีจัดทรงไว้อย่างเนียบกริบ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความกังวลที่ปิดไม่มิด "ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้กลิ่นอายฝีมือระดับเชฟใหญ่แห่งภัตตาคาร 'บลูโอเชียน' ในซอกหลืบตลาดสดแบบนี้... รินรดา" ธน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ในวงการอาหารและอดีตรุ่นพี่ร่วมสำนักครัวเดียวกันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านรถเข็นที่มีลูกค้ายืนรอคิวอย่างเนืองแน่น ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าของหญิงสาว รินรดาวางตะหลิวลงบนเคาน์เตอร์สแตนเลสอย่างนุ่มนวล เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อเห็นอดีตรุ่นพี่ที่เธอเคยเคารพรักเหมือนพี่ชายแท้ๆ มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า "พี่ธน... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ตั้งแต่ผมลาออกจากวงการนั้น..." "หึ วงการนั้นเหรอ ริน... มันไม่ใช่แค่วงการอาหารธรรมดาอีกต่อไปแล้วนะ" ธนถอนหายใจยาวเหยียด เขาปรายตามองศิลาที่นั่งนิ่งเป็นเสาหินอยู่ข้างกายหญิงสาว ก่อนจะตัดสินใจดึงเก้าอี้พับตัวตรงข้ามมานั่งลงโดยไม่ต้องรอให้อธิบาย "ผมมาที่นี่เพราะมีเรื่องคอขาดบาดตายจะมาเตือนคุณ" ศิลาหรี่ตามองผู้มาใหม่ ประเมินสถานการณ์ด้วยสัญชาตญาณของนักธุรกิจผู้เจนจัดในเกมการแข่งขัน นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าทรงพลัง "เชิญพูดมาได้เลยครับ คุณธน... ดูท่าทางคุณคงไม่ได้มาแค่รำลึกความหลังแน่ๆ" ธนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเงยหน้ามองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "คุณทรงวุฒิ... และกลุ่มหุ้นส่วนเก่าจากตระกูลของคุณ กำลังเดินเกมครั้งใหญ่ พวกเขาไม่ได้แค่ต้องการฮุบที่ดินแปลงนี้เพื่อสร้างศูนย์การค้าอย่างที่เธอรู้หรอกนะริน แต่พวกเขา... กำลังวางแผนทำลายชื่อเสียงของคุณผ่านการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจร้านรถเข็น รินรดานิ่งค้างไปชั่วอึดใจ สมองของเธอประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ตระกูลของเธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อขับไล่เธอออกจากที่ดินมรดก แต่การดึงเธอเข้าไปพัวพันกับการแข่งขันระดับประเทศแล้วทำให้เธอพ่ายแพ้ ย่อมหมายถึงการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและทำลายความน่าเชื่อถือในฐานะเชฟจนไม่เหลือชิ้นดี "พวกเขาใช้ชื่อเสียงของภัตตาคารเก่าแก่มาเป็นเดิมพันในการกดดันคณะกรรมการ" ธนกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "และที่น่ากลัวที่สุดคือ... มีคนวงในยอมขายสูตรซอสลับของคุณให้กับทางนั้นไปแล้ว" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวทันที แม้แต่เสียงจอแจของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็คล้ายจะเงียบหายไปในโสตประสาท รินรดากำหมัดแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาในอก แต่นัยน์ตากลับฉายประกายความเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกคนเดิมที่ยอมให้ใครมาหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของชายหนุ่มทาบทับลงมาปกคลุมร่างของทั้งสองคน ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่ารังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ธนถึงกับต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับคุณธน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล "แต่ดูเหมือนว่า... พวกเขาคงลืมไปว่า การจะทำลายใครสักคนในเกมธุรกิจและการทำอาหาร มันต้องขึ้นอยู่กับว่า... ใครคือผู้ถือไพ่เหนือกว่าต่างหาก" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มข้างกาย เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ความกังวลเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยประกายตาแห่งนักสู้ที่พร้อมจะฟาดฟันทุกอุปสรรค "ในเมื่อพวกเขาอยากเล่นเกมนี้..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้ธนต้องสะดุ้ง "ผมก็ยินดีจะเปิดครัวต้อนรับความพ่ายแพ้ของพวกเขา... ด้วยเมนูที่แม้แต่คนตายยังต้องลุกขึ้นมาขอชิม" เธอกลับหลังหัน หยิบกระทะเหล็กขึ้นมาตั้งไฟใหม่อีกครั้ง เปลวไฟสีส้มพวยพุ่งขึ้นกระทบกับก้นกระทะส่งเสียงซ่าสะใจ กลิ่นหอมของเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะที่เธอคิดค้นขึ้นใหม่เริ่มโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ราวกับประกาศกร้าวให้ศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืดได้รู้ว่า เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายสำหรับเมนูลับ ศิลากลับก้มลงมองโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นเตือนเบาๆ หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ จากเลขานุการส่วนตัวที่ส่งตรงมาจากสำนักงานใหญ่ *รายงานด่วน: หุ้นส่วนใหญ่ของคู่แข่งในงานแข่งทำอาหารระดับประเทศ ถูกกว้านซื้อจนหมดโดยบุคคลปริศนา... และชื่อของผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่ปรากฏในระบบ คือ "บริษัทในเครือศิลา กรุ๊ป"* รินรดาที่กำลังหันกลับมาส่งยิ้มให้เขา ชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นประกายตาที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและลิ้มรสความอบอุ่นนี้ร่วมกันนะครับ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%