เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามบนโต๊ะสั่นระริก ของเหลวสีเข้มข้นภายในถ้วยกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ของผู้เป็นเจ้าของมือ
"พวกแกมันโกง! เป็นไปไม่ได้ที่อีเด็กกะโหลกนี่จะชนะการประกวดซุปรสเลิศประจำปี! กรรมการต้องรับสินบนจากไอบ้านี่แน่ๆ!"
เสียงแหลมสูงของป้าสำเนียงแผดลั่นไปทั่วลานจัดงานวัดเก่าแก่ กลิ่นอายความเป็นยุค 70-80 ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นควันธูปและกลิ่นอายความชื้นของดินหลังฝนตก รินรดายืนนิ่งอยู่หลังรถเข็นคู่ใจ มือเรียวสวยที่เปื้อนคราบเขม่าควันจางๆ วางทัพพีสเตนเลสลงบนขอบหม้อตุ๋นอย่างใจเย็น เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองญาติผู้พี่และป้าแท้ๆ ที่หน้าดำหน้าแดงด้วยความเคียดแค้น
ชัยชนะบนเวทีการแข่งขันซุปเนื้อตุ๋นยาจีนโบราณเมื่อครู่ ไม่ได้สร้างความปีติยินดีให้กับวงศ์ตระกูลฝ่ายแม่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือการตบหน้าฉาดใหญ่ใส่ความโลภของคนที่หวังจะฮุบที่ดินแปลงสวยริมคลองของเธอไปขายให้นายทุนอสังหาริมทรัพย์
"ป้าสำเนียงครับ ระวังคำพูดด้วยนะครับ การตัดสินโปร่งใส มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิถึงห้าท่านร่วมลงคะแนน ถ้าคิดว่าไม่ยุติธรรม เชิญไปยื่นเรื่องร้องเรียนกับทางสมาคมพ่อค้าได้เลยครับ ไม่ใช่มาโวยวายสร้างความเดือดร้อนให้พ่อค้าแม่ขายคนอื่นแบบนี้"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ศิลา นายทุนหนุ่มผู้สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเรียบร้อย ก้าวเท้าเข้ามาบังร่างของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่งอย่างปกป้อง สายตาคมกริบมองตรงไปยังกลุ่มญาติจอมหิวเงินด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนอีกฝ่ายต้องชะงัก
รินรดาลอบถอนหายใจเบาๆ เธอรู้ดีว่าชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบลง แต่มันคือการ "เปิดศึก" อย่างเต็มรูปแบบ
"แก... ไอ้หนุ่มนี่มันหนุนหลังใช่มล่ะวะ อีนี่มันถึงได้ปีกกล้าขาแข็ง กล้าแม้กระทั่งท้าทายตระกูลเรา!" ลุงสมชายพุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้าคอเสื้อของศิลา แต่ทว่าบอดี้แ가ร์ดร่างยักษ์สองคนที่ศิลาพามาด้วยได้ก้าวเข้ามายืนขวางกั้นไว้ทันทีด้วยท่าทีแข็งกร้าว
"อย่าใช้กำลังในที่สาธารณะเลยครับ ลุงสมชาย เก็บแรงไว้ไปเคลียร์หนี้สินการพนันของตัวเองน่าจะเข้าท่ากว่านะครับ" ศิลายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย เป็นรอยยิ้มของนักธุรกิจผู้กุมจุดอ่อนของคู่เจรจาไว้ทั้งหมดในมือ
ป้าสำเนียงหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินเรื่องหนี้สิน นางถอยหลังไปก้าวหนึ่งก่อนจะชี้หน้าณรินรดาด้วยความอาฆาตมาดร้าย "จำไว้เลยนะอีริน! แกคิดว่าชนะแค่นี้แล้วจะรอดเรอะ! ที่ดินผืนนั้นแกไม่มีวันได้ครอบครองคนเดียวหรอก สมบัติของพ่อแม่แก มันต้องตกเป็นของพวกฉัน!"
สิ้นคำขู่ ร่างอ้วนท้วนของญาติสนิทก็หันหลังกลับและเดินกระแทกส้นเท้าจากไปท่ามกลางสายตาของชาวบ้านนับร้อยที่มาร่วมงาน เสียงซุบซิบนินทาดังระงม แต่ไม่มีใครกล้าเข้าข้างฝ่ายตระกูลของป้าสำเนียงเลยสักคน เนื่องจากพฤติกรรมเอาเปรียบและเห็นแก่ตัวถูกเปิดเผยออกมาเรื่อยๆ ตลอดการแข่งขัน
รินรดายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ความเหนื่อยล้าจากการยืนเคี่ยวซุปมานานกว่าสิบสองชั่วโมงเริ่มกัดกินเรี่ยวแรง เธอนั่งลงบนเก้าอี้พับตัวเล็กหลังรถเข็น มองถ้วยรางวัลโลหะสีทองอร่ามที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มันคือหลักฐานว่าเธอชนะ แต่ทำไมในอกกลับรู้สึกเคว้งคว้างและหนักอึ้งอย่างประหลาด
ศิลาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งตรงหน้าเธอ มือหนายื่นแก้วกระเบื้องที่บรรจุเครื่องดื่มสมุนไพรจีนอุ่นๆ ส่งให้ "ดื่มเสียหน่อยครับ คุณรินรดา หน้าซีดหมดแล้ว"
รินรดารับแก้วมาจิบเบาๆ ความหวานละมุนและกลิ่นหอมของพุทราจีนกับลำไยแห้งช่วยบรรเทาความตึงเครียดในสมองลงได้บ้าง เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นทั้งลูกค้าประจำ คู่คิด และคนที่คอยกางปีกปกป้องเธอในยามวิกฤต "ฉันชนะ... แต่ฉันไม่รู้สึกสะใจเลยสักนิดค่ะ... เอ่อ, ครับ" เธอกลืนคำพูดตัวเองเกือบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิด
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาทอดมองเธอด้วยความเอ็นดู "ความสะใจไม่ใช่เป้าหมายหลักของเราเสียหน่อยครับเป้าหมายหลักคือการทำให้คุณยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างสง่างามต่างหาก และวันนี้... คุณทำได้ดีเกินคาดเสียด้วยซ้ำ"
"แต่พวกเขาไม่ยอมจบง่ายๆ แน่ค่ะ" รินรดาทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ถนนสายเล็กในยามค่ำคืนเงียบสงบลงแล้ว มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่สาดส่องลงมากระทบกับไอน้ำที่ยังคงลอยกรุ่นมาจากหม้อซุปใบใหญ่
"ผมถึงบอกไงครับว่าเราต้องรีบยกระดับร้านรถเข็นคันนี้" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นเอกสารสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาวบริเวณมุมตึกย่านการค้าใจกลางเมือง "นี่คือของขวัญแสดงความยินดีจากผมครับ พื้นที่ตรงนั้นกำลังจะถูกพัฒนาเป็นโซนสตรีทฟู้ดพรีเมียม ร้านของคุณจะได้เป็นร้านแรกที่เปิดให้บริการ"
รินรดารับกระดาษแผ่นนั้นมาเปิดอ่าน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ค่าเช่าในราคามิตรภาพที่ถูกกว่าความเป็นจริงหลายเท่าตัว และทำเลที่ทองคำขนาดนั้น... นี่ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือ แต่มันคือการลงทุนก้อนโตที่ศิลามอบให้เธอโดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดทางธุรกิจใดๆ
"คุณศิลา... ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ—เอ๊ย, ครับ มันมากเกินไป" รินรดารีบส่ายหน้าปฏิเสธ แม้เธอจะอยากขยายกิจการแค่ไหน แต่ความเกรงใจและศักดิ์ศรีก็ค้ำคออยู่
"ถือว่าเป็นการลงทุนร่วมกันสิครับ คุณเป็นคนทำอาหาร ส่วนผมเป็นผู้จัดการฝ่ายสนับสนุน... เรามาลองทำร้าน 'ซุปเนื้อโบราณ' ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่กันดีกว่าครับ" ศิหายื่นมือออกไปเบื้องหน้า ดวงตาคมจ้องมองเธอด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง
รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะ กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ก้าวเข้าไปพึ่งพาเขามากจนเกินไป แต่ทว่า...
*กริ๊งงง!*
เสียงกระดิ่งหน้าร้านรถเข็นดังขึ้นขัดจังหวะ รินรดากับศิลาหันไปมองพร้อมกันด้วยความแปลกใจ เนื่องจากเวลานี้เป็นเวลาล่วงเลยเที่ยงคืนไปแล้ว และงานวัดก็เลิกราผู้คนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านหมดแล้ว
ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มสวมหมวกปีกกว้างก้าวเดินออกมาจากความมืด เงาของเขาถูกทาบทับด้วยแสงไฟสลัวจากป้ายหน้าร้าน ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์รถเข็น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนมากับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกยามวิกาล
"ขอซุปเนื้อตุ๋นสูตรพิเศษ... สำหรับคนสามคนครับ" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย
รินรดารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ทันทีที่ชายแปลกหน้าคนนั้นเงยหน้าขึ้นและถอดหมวกออก ดวงตาคมปลาบที่จ้องมองมาทางเธอทำให้ลมหายใจของเธอกระตุกวูบ ใบหน้านั้น... มีเค้าโครงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เป็นใบหน้าที่ควรจะสูญหายไปจากความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนพร้อมกับการหายตัวไปของพินัยกรรมฉบับจริง
ศิลาก้าวเข้ามายืนขนาบข้างรินรดาทันที สัญชาตญาณนักธุรกิจเตือนภัยให้เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในยามวิกาลนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สั่งสมรสชาติความสุข และลิ้มลองความสะใจไปด้วยกันนะครับ
เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 16
ชัยชนะที่ไม่สะใจ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!