สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 19

เงินทองไหลมาเทมา

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"เสียงกระแทกถังไม้เมื่อครู่นี้... ยังดังไม่เท่าเสียงกิเลสในใจของท่านแม่หรอกค่ะ" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมบริเวณลานบ้านสกุลกู้ เสียงคำรามก้องจากแม่สามีที่เพิ่งประกาศกร้าวด้วยความโมโหยังไม่ทันจางหายดี ฟางเซียนก็ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าอย่างสง่างาม นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาคู่คมกลับทอประกายความเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจอย่างถึงที่สุด ในมือของนาง ขวดแก้วใสบรรจุน้ำซอสสูตรลับโบราณสีอำพันเข้มข้นกำลังสะท้อนแสงไฟจากตะเกียง กลิ่นหอมอันซับซ้อนของพริกไทยหอม ขิงแก่คั่ว เครื่องเทศจีนนานาชนิด และกลิ่นหอมหวลของน้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ ลอยฟุ้งกระจายตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่ไก่ป่าที่เกาะอยู่บนต้นไม้ข้างบ้านยังต้องส่งเสียงร้องกะตัากระต่ายราวกับถูกมนต์สะกด แม่สามีสกุลกู้อ้าปากค้าง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน นางจ้องมองขวดแก้วในมือสะใภ้รองราวกับเห็นผีสาง ใบหน้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวบัดนี้ซีดเผือดลงถนัดตา เมื่อกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ ลานบ้านที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับมีสิ่งของแปลกตามากมายวางเรียงรายระเกะระระกะ—ทั้งกระสอบแป้งสาลีเนื้อละเอียด ถังน้ำมันหมูบริสุทธิ์กลิ่นหอมกรุ่น และลังไม้สนที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อสัตว์ตากแห้งชั้นดี สิ่งของเหล่านี้ต่อให้เป็นครอบครัวคหบดีในตัวอำเภอ ก็ยังต้องกัดฟันสะสมแรมเดือน แต่วันนี้... มันกลับกองสุมอยู่เต็มบ้านของบุตรชายรองที่เพิ่งแยกบ้านออกไปได้ไม่นาน! "นะ...นังตัวดี! แกไปเอาของพวกนี้มาจากไหน!" แม่สามีแผדเสียงแหลมสูงด้วยความริษยาและตกใจ มือเหี่ยวย่นชี้หน้าสะใภ้รองตัวแสบจนสั่นเทา "แกไปลักขโมยของใครมา! หรือว่า... หรือว่าแกแอบยักยอกเงินเดือนของกู้เฉินไปซื้อของฟุ่มเฟือยเหล่านี้หมด! สตรีอัปמงคล! เจ้ามันผีปอบสูดเลือดเนื้อของสามีชัดๆ!" ฟางเซียนหัวسาะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวسาะนั้นช่างไพเราะราวกับกระดิ่งเงิน แต่กลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง นางค่อยๆ หมุนฝาขวดแก้วช้าๆ ปล่อยให้ไอความหอมของซอสตีเข้าจมูกของทุกคนที่ยืนมุงดูอยู่รอบรั้วบ้าน ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างพากันชะเง้อมองผ่านรั้วไม้ไผ่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ข่าวลือเรื่องความร่ำรวยผิดปกติของบ้านสกุลกู้รองแพร่สะพัดไปราวกับไฟลามทุ่งตั้งแต่เช้า วันนี้พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะมาแอบดูให้เห็นกับตา และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ทุกคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอิจฉา "ท่านแม่พูดจาให้เกียรติสามีของฉันด้วยนะคะ" ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาของแม่สามีอีกนิด รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบไม่ได้ไปถึงดวงตา "เงินเดือนของพี่กู้เฉินเท่าไหร่ ใครในหมู่บ้านนี้ไม่รู้บ้างคะ? เงินจำนวนนั้น แค่จะซื้อแป้งสาลีขาวสะอาดเหล่านี้ครึ่งกระสอบยังยากเลยค่ะ แล้วสิ่งของมากมายเหล่านี้... ท่านคิดว่ามันมาจากไหนกันเล่าคะ?" พันจ่ากู้เฉินก้าวออกมายืนบังร่างเพรียวบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง แผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อที่อัดแน่นภายใต้เครื่องแบบทหารบดบังสายสอดรู้สอดเห็นของชาวบ้านได้อย่างมิดชิด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบวงล้อมด้วยรัศมีกดดันที่ทรงพลัง จนไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังเอะอะขึ้นมาอีก "ท่านแม่... ของพวกนี้ไม่ได้ขโมยมาใคร" กู้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ไร้ซึ่งความลังเล "นี่คือผลกำไรจากการค้าขายของภรรยาผม นางลงแรงและใช้ความสามารถหามาด้วยความสุจริต ไม่ได้เบียดเบียนใคร และที่สำคัญ... มันไม่ใช่กงการ gì ของคนสกุลกู้สายหลักที่จะมาเที่ยวกล่าวหาใครส่งเดช" คำพูดของกู้เฉินเปรียบเสมือนหมัดฮุกตรงเข้าแสกหน้าแม่สามี นางหน้าชาหนึบจนแทบกระอักเลือด บุตรชายคนโปรดที่ไม่เคยขัดใจนาง กลับมายืนปกป้องสะใภ้ที่นางเกลียดเข้าไส้ แถมยังต่อว่านางต่อหน้าธารกำนัล! "ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู!" แม่สามีโกรจนํ้าลายฟูมปาก นางหันไปโวยวายกับชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ "พวกท่านดูมันสซิคะ! แต่งเมียเข้าบ้านไม่ทันไร ก็ลืมบุญคุณพ่อแม่พี่น้อง ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้าไล่ต้อนคนแก่แล้ว! สตรีสารเลวคนนี้มันต้องใช้มนต์ดำคาถาอาคมอะไรแน่ๆ ถึงทำให้ลูกชายฉันหลงหัวปักหัวปำ!" ฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ อย่างระอา นางหาได้ใส่ใจคำกล่าวหาไร้สาระเหล่านั้นไม่ ในยุคสมัยที่ผู้คนยังงมงาย การเห็นผู้อื่นร่ำรวยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มักจะถูกตีความว่าเป็นเรื่องชั่วร้ายเสมอ แต่นางหาใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้คำนินทาพวกนี้ไม่ "มนต์ดำอะไรกันคะท่านแม่?" ฟางเซียนยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีด "ถ้าการตื่นตั้งแต่ยามสาม มาเคี่ยวซอส คัดสรรวัตถุดิบด้วยความพิถีพิถัน และใช้หยาดเหงื่อแรงงานแลกกับเงินตรา คือมนต์ดำ... เช่นนั้น ครอบครัวของท่านพี่ก็คงฝึกวิชาเดียวกันนี้ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเกียจคร้านสันหลังยาว เอาแต่นั่งแบมือรอเงินจากคนอื่นจนชินชา!" "นัง... นังเด็กปากดี!" แม่สามีพุ่งเข้ามาหมายจะตบหน้าสะใภ้ ทว่ารวดเร็วยิ่งกว่าแสง พันจ่ากู้เฉินคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่น แรงบีบจากทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนทำให้นางต้องร้องโودยออกมาด้วยความเจ็บปวด "พอได้แล้วครับท่านแม่" กู้เฉินเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ถ้าท่านยังไม่เลิกสร้างความวุ่นวายที่นี่ ผมคงต้องเชิญผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยานเรื่องการตัดขาดความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการเสียที" คำว่า 'ตัดขาดความสัมพันธ์' ทำเอาแม่สามีถึงกับชะงักกึก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก นางรู้ดีว่าบุตรชายคนรองคนนี้พูดจริงทำจริง หากตัดขาดกันจริงๆ แล้วใครจะส่งเสียเงินให้พี่ชายคนโตของมันใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายในเมืองเล่า? ฟางเซียนมองท่าทีที่อ่อนลงของแม่สามีด้วยความสมเพช นางสะบัดหน้าเบาๆ แล้วหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มชาวบ้านที่เริ่มส่งเสียงซุบซิบกันเซ็งแซ่ "ทุกท่านคะ!" เสียงหวานใสของฟางเซียนดังขึ้นกังวาน เรียกร้องความสนใจจากทุกคนได้ทันที นางยกขวดซอสในมือขึ้นสูง "เนื่องจากมีผู้คนสงสัยกันมากว่า เหตุใดครอบครัวของเราจึงมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ วันนี้... ฉัน 'หลing ฟางเซียน' จะเปิดเผยเคล็ดลับความอร่อยนี้ให้ทุกท่านได้ประจักษ์ด้วยตัวเอง!" บรรยากาศรอบลานบ้านพลันเงียบกริบลงทันที ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอฟัง "พรุ่งนี้เช้า ที่ลานตลาดกลางหมู่บ้าน ฉันจะเปิดแผงขาย 'บะหมี่สูตรพิเศษ' ราดด้วยน้ำซอสลับนี้เป็นวันแรก! ชามละเพียงสองอีแปะเท่านั้นค่ะ! รับรองว่ารสชาติจะทำให้ทุกท่านลืมอาหารทุกมื้อที่เคยทานมาในชีวิตอย่างแน่นอน!" คำประกาศกร้าวของฟางเซียนทำให้ชาวบ้านฮือฮากันขึ้นมาทันที สองอีแปะถือว่าไม่แพงเลยสำหรับบะหมี่ใส่เครื่อง ทว่าในขณะที่ชาวบ้านกำลังตื่นเต้นกับเมนูใหม่ แววตาของฟางเซียนกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนที่ยืนหลบมุมอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ริมทางเดิน ท่าทางลับๆ ล่อๆ และสายตาที่จ้องมองมายังกองสินค้าด้วยความเคียดแค้นนั้น... ไม่ใช่ใครอื่นไกล... แต่เป็น 'หลินฮุ่ยอิง' น้องสาวต่างแม่ของนางที่เพิ่งถูกไล่ตะเพิดกลับมาจากบ้านสามีเก่าเพราะความประพฤติเหลวแหลก และบัดนี้ นางกำลังจ้องมองความสำเร็จของฟางเซียนด้วยนัยน์ตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยจิตสังหาร ฟางเซียนยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น... ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ดแล้วสินะคะ ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้าน สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกสอดไว้ใต้ประตูรั้วไม้ แผ่นกระดาษเปื้อนคราบโคลน ที่เมื่อก้มลงไปหยิบขึ้นมาดู... ก็พบข้อความตัวอักษรหวัดๆ ที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาอย่างประหลาด *‘ระวังตัวให้ดี... ซอสขวดต่อไปของเจ้า อาจไม่ได้ผสมแค่เครื่องเทศ’* หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล ลมหนาวพัดโชยเข้าปะทะร่างจนขนลุกซู่ นางหันขวับกลับไปมองรอบด้าน ทว่าสิ่งที่พบมีเพียงความมืดมิดของราตรีกาลและเสียงหมาเห่าหอนไกลๆ... และร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวหายไปในความมืดพร้อมกับรอยยิ้มชวนขนหัวลุก! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในความหอมกรุ่นและความระทึกนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%