เสียงกระแทกกระทั้นของตะหลิวเหล็กกระทบกระทะใบใหญ่ดัง *“เคร้ง! เคร้ง!”* กลบเสียงซุบซิบของพวกแม่ค้าปากหอยปูปูที่ยืนมุงดูอยู่รอบแผงลอยชั่วคราวในตลาดมืดได้อย่างชะงัดนัก หลินฟางเซียนไม่แม้แต่จะชายตามองบรรดาคนที่เคยหัวเยาะเย้ยถากถางเธอในวันที่เธอก้าวเข้ามาในค่ายทหารแห่งนี้เป็นวันแรก สองมือเรียวบางที่นวลเนียนเกินกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไปกำลังตวัดสากหินในครกดินเผาอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมฉุนของรากผักชี กระเทียม และพริกไทยดำที่โขลกจนละเอียดเข้ากันกับพริกขี้หนูสวนสีเขียวแดง ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วตรอกแคบๆ ปลุกต่อมรับรสของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรให้ทำงานอย่างบ้าคลั่ง
"กลิ่นนี่มัน... กลิ่นบ้าอะไรกันวะเนี่ย? ทำไมมันเตะจมูกขนาดนี้!"
เสียงทุ้มห้าวของชายร่างใหญ่สวมหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำจนแทบจะบังใบหน้าครึ่งซีกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เขาก้าวแหวกฝูงชนเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าแผงของฟางเซียน ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปทั่วกระทะเหล็กที่กำลังส่งควันสีขาวพวยพุ่ง พร้อมกับเสียงน้ำมันเดือดพล่านที่สะใจคนฟัง
ฟางเซียนตวัดสายตาขึ้นมองเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มบางเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เธอไม่ได้หวาดกลัวท่าทีคุกคามนั้นแม้แต่น้อย กลับกัน เธอกลับหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีครามที่บรรจุน้ำปลาหมักสูตรโบราณจากมิติห้างสรรพสินค้า ออกมาเหยาะลงไปในกระทะอย่างใจเย็น เสียง *“ฉ่า—!”* ดังสนั่นพร้อมกับกลิ่นหอมลึกล้ำของเครื่องเทศและซีอิ๊วคั่วที่ตลบอบอวล ยิ่งทำให้คนรอบข้างถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือเกร็ง
"เครื่องแกงป่าปลาช่อนนา... ฝีมือยายเองแหละค่ะ ถ้าคุณพี่สนใจ เชิญนั่งรอสักครู่ หม้อนี้เพิ่งเดือดพล่าน รสชาติเผ็ดร้อนสะใจ รับรองว่าตาสว่างยิ่งกว่าดื่มชาจีนชั้นดีเสียอีกนะคะ" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ
ชายสวมหมวกแก๊ปแค่นหัวเราะในลำคอ ทว่าดวงตากลับเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความสนอกสนใจอย่างปิดไม่มิด เขาถือวิสาสะดึงเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเล็กมานั่งลงตรงข้ามแผงโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างกายกำยำแผ่รังสีอำมหิตบางอย่างที่ทำให้ชาวบ้านรอบข้างถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ทว่าฟางเซียนกลับนิ่งสงบ เธอตักแกงป่าสีสันจัดจ้านราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย ที่เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามน่ากิน ก่อนจะโรยหน้าด้วยใบโหระพาและใบมะกรูดซอยละเอียด ส่งกลิ่นหอมยวนใจจนแทบจะกระชากวิญญาณคนกิน
"ผู้กองกู้... สามีเธอไม่อยู่แล้วนี่ กล้าดียังไงถึงมาตั้งแผงขายของโ쪽เด่นในตลาดมืดแบบนี้ ไม่กลัวถูกทหารสารวัตรจับส่งค่ายหรือไงแม่สะใภ้ตัวแสบ" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ตระกูลกู้ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ แผดขึ้นแทรกกลางวงล้อม หล่อนตั้งใจจะมาประจานความยากลำบากของฟางเซียนให้ขายหน้าผู้คน แต่สายตากลับต้องชะงักกึกเมื่อเห็นใบหน้าชัดๆ ของชายแปลกหน้าที่นั่งกินข้าวฝีมือฟางเซียนอย่างเอร็ดอร่อย
ชายสวมหมวกแก๊ปชะอักชะอ้านช้อนสังกะสีในมือ เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปีกหมวกที่เคยดึงต่ำถูกดันขึ้นเผยให้เห็นรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านโหนกแก้มซ้าย ดวงตาดุดันคู่นั้นตวัดมองป้าสะใภ้ด้วยแววตาฆาตกรตัวจริง ทำเอาป้าสะใภ้ถึงกับหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดฮวบคาสายตาชาวบ้าน
"แก... แกเป็นใคร! กล้าดียังไงมามองหน้าฉันแบบนี้!" ป้าสะใภ้หวีดร้องเสียงหลงด้วยความตกใจกลัว
"ฉันเป็นใครไม่สำคัญ... สำคัญที่ว่า แกกำลังรบกวนเวลาอาหารของ *'ลูกค้าคนสำคัญ'* ของฉันต่างหากล่ะคะ" ฟางเซียนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราดน้ำร้อนลงกลางใจศัตรู เธอวางช้อนไม้แกะสลักลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างแผ่วเบา แต่แววตากลับจ้องมองป้าสะใภ้ด้วยความเยือกเย็น "ถ้ายังไม่อยากให้ร้านของป้าพังไม่เป็นท่าเพราะความปากพล่อย ก็เชิญไสหัวไปให้พ้นจากรัศมีกลิ่นหอมของแกงป่าฉันเสีย ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ"
ป้าสะใภ้หน้าเขียวคล้ำสลับขาวด้วยความโกรธแค้น แต่มองไม่เห็นหนทางเอาคืนเพราะรังสีอำมหิตจากชายแปลกหน้าที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆ หล่อนจึงได้แต่สะบัดก้นหนีไปอย่างหัวเสียท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านรอบข้าง
บรรยากาศกลับมาสงบลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจและเสียงตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยของชายสวมหมวกแก๊ป เขาซดน้ำแกงคำสุดท้ายจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะวางช้อนลงแล้วใช้หลังมือเช็ดปากเบาๆ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างมีความหมาย
"ฝีมือไม่เลวเลยนี่แม่โฉมสะคราญ... รสชาตินี้ ข้าไม่ได้กินมานานนับสิบปีตั้งแต่ไปประจำการชายแดนภาคใต้" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจลึกลับ "เจ้าบอกว่านี่คือแกงป่าปลาช่อนนา แต่ข้าว่าวัตถุดิบที่เจ้าใช้น่ะ มันไม่ใช่ของธรรมดาในตลาดสดทั่วไปแน่ๆ ใช่ไหม?"
ฟางเซียนยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้าน "ของจะอร่อยหรือไม่อยู่ที่ฝีมือและใจรักค่ะคุณพี่... แต่ถ้าคุณพี่ถูกใจ รสชาตินี้ยังมีอีกเยอะนะคะ ไม่ทราบว่า... สนใจจะเหมาวัตถุดิบทั้งหมดที่ฉันมีในวันนี้เลยไหมล่ะคะ? รับรองว่าราคานี้คุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอนค่ะ"
ชายสวมหมวกแก๊ปหัวเราะร่วนในลำคออย่างชอบใจ เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตทหารเนื้อหนา ก่อนจะหยิบบัตรปันส่วนพิเศษและปึกธนบัตรใบใหญ่จำนวนหนึ่งวางลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระดาษกระทบเนื้อไม้เบาๆ แต่กลับทำให้หัวใจของฟางเซียนเต้นระรัวอย่างตื่นเต้น
"ไม่เพียงแต่ฉันจะเหมา... แต่ฉันต้องการจ้างเธอไปทำอาหารให้ 'คนสำคัญ' ของกองพลลับทางเหนือทุกสัปดาห์ด้วยซ้ำ ว่าไงล่ะแม่ครัวน้อย สนใจรับงานใหญ่เงินหนานี่ไหม?"
ฟางเซียนก้มมองธนบัตรปึกหนาตรงหน้า สลับกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายแปลกหน้าผู้นี้ สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว—นี่คือโอกาสทองที่จะพลิกชีวิตตระกูลกู้ให้หลุดพ้นจากความยากจนและคำดูถูกได้อย่างถอนรากถอนโคน!
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะเอ่ยปากรับคำ ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารหลายนายก็วิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบแผงลอยของเธอ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของพันจ่ากู้เฉินที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาถึง "ฟางเซียน! หยุดนะ! อย่าไปรับเงื่อนไขของมัน... คนผู้นี้คือ—!"
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มลองรสชาติความอร่อยและความแซ่บไปพร้อมกับเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 17
ลูกค้าวีไอพีในตลาดมืด
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!