"คุณ... คุณน้าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน?"
เสียงอุทานระคนความตกใจดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของหลินฟางเซียน ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมบริเวณลานบ้านสกุลกู้ ชายวัยกลางคนร่างท้วม สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีครามเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้าน ยืนถือสมุดบันทึกเล่มหนาอยู่หน้าประตูรั้ว สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบวงสนทนาด้วยรอยยิ้มที่อ่านยาก ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าเนียนใสของฟางเซียน
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง แม่สามีสกุลกู้ที่เมื่อครู่ยังยืนเท้าสะเอวพ่นวาจาดูFูกเหยียดสะใภ้คนรอง ถึงกับหน้าถอดสี รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มจนเนื้อหน้าย่นยู่ เดินเข้าไปต้อนรับด้วยท่าทางประจบสอพลอทันที
"ตายจริง! ลมอะไรหอบท่านผู้ช่วยมาถึงนี่ได้คะ หรือว่าจะมาตรวจเรื่องการเกณฑ์แรงงานในหมู่บ้าน เจ้าค่ะ?" แม่สามีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย กลัวว่าอีกฝ่ายจะมาพบเห็นภาพที่ตนกำลังรังแกสะใภ้เข้า
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไม่ได้สนใจท่าทีเลื่อมใสจอมปลอมนั้น เขาสบัดมือเบาๆ เชิงปฏิเสธ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้าน สายตากวาดมองหม้อดินเผาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเตาไฟ กลิ่นหอมฉุยของเครื่องเทศป่าและเนื้อตุ๋นยาจีนยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ ชวนให้ต่อmน้ำย่อยในร่างกายทำงานอย่างดุเดือด
"ฉันไม่ได้มาเรื่องเกณฑ์แรงงานหรอค่ะ... อ้อ ไม่ใช่ ฉันไม่ได้มาเรื่องนั้น" ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเกือบหลุดปากพูดผิดสำนวนเพราะความเคยชิน ก่อนจะเบนสายตามาทางหลินฟางเซียน "ฉันได้ยินเสียงร่ำลือจากในตลาดตำบล ว่าสะใภ้รองสกุลกู้คนนี้ฝีมือทำอาหารเป็นเลิศ ยิ่งต้มซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวกับเครื่องเทศลับนั่น ยิ่งทำให้พ่อค้าแม่ขายในตลาดถึงกับแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม วันนี้ทางอำเภอมีแขกบ้านแขกเมืองระดับหัวหน้าฝ่ายเกษตรกรรมเดินทางมาตรวจราชการ ท่านอยากลิ้มลองอาหารพื้นบ้านที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ฉันเลยได้รับมอบหมายให้มาตามหาตัว... คนที่จะมาปรุงอาหารต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองในงานเลี้ยงเย็นนี้"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าเดิม
แม่สามีสกุลกู้เบิกตากว้างจนแทบถล่น อ้าปากค้างราวกับคนกินแมลงวัน นางไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าสตรีที่นางเพิ่งด่าทอว่าเป็น 'ตัวกิน ศาสนาตระกูลกู้' และ 'อีสะใภ้ไร้ประโยชน์' เมื่อครู่นี้ จะถูกทางการเจาะจงตัวให้ไปทำอาหารต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง! นี่มันเกียรติยศระดับไหนกัน? หากชาวบ้านรู้เรื่องนี้ หน้าตาของสกุลกู้... ไม่สิ หน้าตาของนางที่คอยกดขี่ลูกสะใภ้คนนี้มาตลอดจะเอาไปไว้ที่ไหน!
บรรดาชาวบ้านที่แอบมุงดูเหตุการณ์อยู่ริมรั้ว ต่างส่งเสียงฮือฮากل่าวขวัญกันอย่างเซ็งแซ่ สายตาทุกคู่ที่มองมายังหลินฟางเซียนเปลี่ยนจากความดูแคลนกลายเป็นความอิจฉาริษยาและทึ่งระคนกัน
"ตายแล้ว... ฟางเซียนเนี่ยนะจะไปทำอาหารให้คนระดับอำเภอกิน?"
"นั่นสิ ได้ยินว่างานเลี้ยงนั้นมีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ถ้านางทำออกมาอร่อย มีหวังครอบครัวสกุลกู้ได้หน้าได้ตาตายเลยสิ!"
"หน้าตาอะไรกันเล่า เมื่อกี้ฉันเห็นอีแก่สกุลกู้เพิ่งจะไล่ตะردสะใภ้ตัวเองอยู่หยกๆ หึๆ กรรมตามสนองจริงๆ"
เสียงกระซิบกระซาบดังเข้าหูแม่สามีสกุลกู้จนใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นแดงก่ำสลับเขียวคล้ำ นางรีบก้าวเข้าไปขวางหน้าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับฝืนยิ้มแห้งๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะตะกุกตะกัก
"เอ่อ... ท่านผู้ช่วยคะ คือว่า... ฟางเซียนนางเป็นแค่แม่บ้านทำกับข้าวในครัวเรือn งานเลี้ยงระดับอำเภอแบบนั้น เกรงว่าฝีมือจะยังไม่ถึงขั้น... ให้ลูกสะใภ้คนโตของฉันไปช่วย หรือไม่ก็ให้คนอื่นไปแทนน่าจะเหมาะกว่านะคะ!"
ฟางเซียนหรี่ตามองแม่สามีด้วยรอยยิ้มเย็นชา นางไม่ได้เอ่ยปากขัดคอทันที แต่ปล่อยให้ความโลภและความอิจฉาของอีกฝ่ายแสดงออกมาให้หมดเปลือก สตรีแก่ผู้นี้มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ เมื่อเห็นผลประโยชน์หรือชื่อเสียงวิ่งเข้ามาหาคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกชายคนโปรด ก็จะพยายามขัดขวางและฉุดรั้งไว้ด้วยความริษยา
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที น้ำเสียงที่เอמהถามจึงเต็มไปด้วยความกดดัน
"คุณป้า ท่านกำลังดูถูกคำสั่งของทางอำเภออย่างนั้นหรือ? หัวหน้าฝ่ายเกษตรกรรมเป็นคนเจาะจงบอกเองว่า 'ต้องเป็นฝีมือของแม่นางหลินจากสกุลกู้' เท่านั้น เนื่องจากท่านได้ชิมซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่นางนำไปฝากขายในสหกรณ์เมื่อวาน แล้วติดใจจนต้องเอ่ยปากชม ท่านป้า... หากท่านขัดขวางคำสั่งนี้ เกรงว่าผลกระทบอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วกระมังคะ?"
คำว่า 'ผลกระทบอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ' ทำให้แม่สามีสกุลกู้ถึงกับสะดุ้งเฮือก หน้าซีดเผือดลงทันทีในพริบตา ยุคสมัยนี้การขัดคำสั่งทางการหรือทำให้ข้าราชการระดับสูงไม่พอใจ ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ หากตระกูลกู้ถูกเพ่งเล็งขึ้นมา อนาคตทางการทหารของลูกชายคนโต หรือแม้แต่สิทธิ์ในการรับเบี้ยเลี้ยงต่างๆ อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย
นางหันขวับมามองหลินฟางเซียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความหวาดกลัวปะปนอยู่เต็มเปี่ยม
ฟางเซียนก้าวเท้าออกมาข้างหน้าเบื้องหน้าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับฉายประกายความเฉียบคมเด็ดเดี่ยวอย่างสตรีสมัยใหม่ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร
"ขอบพระคุณท่านผู้ช่วยที่กรุณานำข่าวดีนี้มาบอกนะคะ" ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ชัดถ้อยชัดคำ "เรื่องอาหารต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ดิฉันยินดีรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจค่ะ รับรองว่าจะไม่ทำให้ทางอำเภอและชาวบ้านหมู่บ้านเราต้องขายหน้าอย่างแน่นอน"
"ดีมาก! สมกับที่เป็นภรรยาของทหารหาญผู้รับใช้ชาติ" ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก ก่อนจะเอื้อมมือตบไหล่เบาๆ "เตรียมตัวให้พร้อม อีกหนึ่งชั่วยามจะมีรถม้าจากที่ว่าการมารับตัวเธอไปที่ศาลากลางอำเภอ ทางนั้นจัดเตรียมวัตถุดิบชั้นดีไว้รอหมดแล้ว ขาดเหลือเครื่องเทศอะไร บอกฉันได้ เดี๋ยวฉันจัดหามาเสริมให้"
"ขอบพระคุณค่ะ" ฟางเซียนโค้งตัวคารวะอย่างงดงาม
เมื่อผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเดินคล้อยหลังออกไป บรรยากาศรอบลานบ้านก็กลับมาตึงเครียดอีกระลอก แม่สามีสกุลกู้หันกลับมามองลูกสะใภ้รองด้วยสายตาวาวโรจน์ กัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงดังกรอด
"นังตัวดี! แกคิดจะปีนขึ้นไปเหยียบบนหัวฉันใช่ไหม? ทำตัวโดดเด่นจนชาวบ้านเขานินทาว่าร้ายตระกูลเราไม่พอ ตอนนี้ยังกล้าทำตัวเป็นหน้าเป็นตาให้ทางการโดยไม่ขออนุญาตฉันก่อนรึ?!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูง พยายามจะยกไม้กวาดขึ้นมาขู่เหมือนเช่นเคย
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว
"ท่านแม่! กำลังทำอะไรอยู่ครับ?"
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของพันจ่ากู้เฉินก้าวเข้ามาในลานบ้านอย่างรวดเร็ว สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดและดุดันจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาและภรรยา สัญชาตญาณของสามีและนายทหารบอกเขาได้ทันทีว่า เมื่อครู่เกิดเรื่องไม่ชอบ마พขึ้นที่นี่อีกแล้ว
แม่สามีชะงักค้าง ชักมือที่ถือไม้กวาดกลับแทบไม่ทัน เมื่อเห็นบุตรชายคนโปรด (ที่ระยะหลังเริ่มหันมาแข็งข้อกับนางเพื่อปกป้องภรรยา) กลับมาบ้านในเวลาที่คาดไม่ถึง นางรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสารทันที บีบน้ำตาคลอเบ้าเตรียมฟ้องร้อง
"กู้เฉิน! ลูกกลับมาก็ดีแล้ว ดูเมียตัวดีของลูกสิ..."
"ท่านแม่ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้นครับ" กู้เฉินตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม เขาสลัดกระเป๋าเดินทางใบเล็กในมือลงกับพื้น แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปยืนเคียงข้างหลินฟางเซียน เอื้อมมือหนาโอบไหล่ภรรยาไว้หลวมๆ เป็นการปกป้องอย่างชัดเจน "ผมได้ยินเรื่องทั้งหมดจากชาวบ้านที่หน้าปากซอยแล้ว ฟางเซียนกำลังจะไปทำชื่อเสียงให้ตระกูลเรา แล้วเหตุใดท่านแม่ถึงยังคิดจะขัดขวางนางอีก?"
"แก... แกเข้าข้างนังนี่เหรอ!" แม่สามีอกแทบแตกตาย ชี้หน้าบุตรชายด้วยความโกรธจัด "แกมันหลงเมียจนไม่เห็นหัวแม่อย่างฉันแล้วใช่ไหม!"
กู้เฉินสบตากมารดานิ่ง แววตาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทีละคำอย่างหนักแน่น
"ผมไม่ได้หลงใครครับแม่ แต่ผมแยกแยะออกว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด... และที่สำคัญที่สุด" ชายหนุ่มก้มลงมองภรรยาในอ้อมแขน รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน "ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายหรือดูถูกภรรยาของกู้เฉินคนนี้ทั้งนั้น"
ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความรู้สึกอบอุ่นลึกซึ้ง เคมีระหว่างคนทั้งสองสะท้อนความรักและความเข้าใจที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งใด ท่ามกลางสายตาขัดขวางของแม่สามี
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้งและอบอุ่นอยู่นั้น สายตาของฟางเซียนก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังแอบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ข้างรั้วบ้าน... นางกำลังจ้องมองมาที่กู้เฉินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแผนการร้ายบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้!
ขอขอบพระคุณรี้ดдерที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของฟางเซียนและพี่กู้เฉินมาจนถึงบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 31
ศึกชิงตำแหน่งสะใภ้ดีเด่น
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!