เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 1

จุดจบของนางร้าย

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
# จุดจบของนางร้าย "คมมีดไม่ได้เย็นอย่างที่ข้าคิด... แต่มันกลับร้อนผ่าวราวกับจะเผาไหม้ทุกความทรงจำให้มอดไหม้ไปพร้อมกับลำคอที่ขาดสะบั้น" เสียงกรีดร้องในใจของเอลิน่าสิ้นสุดลงพร้อมกับความมืดมิดที่เข้าปกคลุม ทว่าแทนที่จะเป็นความว่างเปล่าชั่วนิรันดร์ กลิ่นอายของดินชื้นและไอระเหยจากสมุนไพรสดกลับพุ่งเข้าปะทะจมูกอย่างรุนแรง เธอสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด ร่างกายที่ควรจะแตกสลายกลับรู้สึกหนักอึ้งและปวดร้าวไปทุกอณูขุมขน เอลิน่าลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่แดนปรโลกหรือวิหารแห่งเทพเจ้า แต่เป็นเพดานไม้เก่าคร่ำที่คุ้นตา บนโต๊ะข้างเตียงมีแจกันดอกกุหลาบสีซีดที่เธอมักจะวางทิ้งไว้ก่อนถูกลากตัวไปลานประหาร "ยังไม่ตาย... หรือว่าข้ายังชดใช้เวรกรรมไม่หมดกันแน่?" เธอพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่าสั่นเครือ มือเรียวบางที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการฝึกเวทมนตร์บีบเข้าหากันแน่น ความเจ็บปวดที่ลำคอยังคงทิ้งร่องรอยให้หวาดหวั่น แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความตายคือการพบว่าตนเองกลับมาอยู่ในจุดเริ่มต้น... จุดที่เธอถูกตราหน้าว่าเป็น 'นางร้าย' ผู้โฉดชั่วที่พยายามวางยาพิษองค์หญิงรัชทายาท เอลิน่าพยุงร่างที่อ่อนแรงลงจากเตียง สัมผัสที่ฝ่าเท้าบ่งบอกว่าพื้นห้องนอนห้องนี้เย็นเยียบเพียงใด เธอเดินโซเซไปที่หน้าต่างไม้บานเก่า ผลักมันออกอย่างยากลำบาก ภาพของอาณาจักรที่เธอเคยรักและถูกทรยศปรากฏอยู่เบื้องหน้า ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม... เหมือนตอนที่เธอยังเป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานการเมืองของเหล่าขุนนางผู้หิวโหย *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาแต่กังวานลึกทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ เอลิน่ารีบถอยห่างจากหน้าต่าง พลางมองหาอาวุธหรือสิ่งของที่พอจะป้องกันตัวได้ แต่นอกจากการคว้าเชิงเทียนที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด เธอก็ไม่พบสิ่งใดที่บ่งบอกว่าเธอจะรอดพ้นจากมือเพชฌฆาตที่อาจจะตามมาเก็บงานให้สิ้นซาก "เข้ามาสิ" เธอเค้นเสียงตอบออกไป พยายามเก็บความกลัวไว้ใต้หน้ากากที่เรียบเฉย บานประตูค่อยๆ แง้มออก แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทำให้เห็นเงาร่างของชายผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู เขาสวมเสื้อคลุมสีเข้มที่ดูคล้ายกับชุดของนักบวชชั้นสูง ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับมีความลึกลับและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่ไม่อาจหยั่งถึง เซนเดอร์... พ่อมดแห่งพงไพรที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัว แต่ในยามที่เธอสิ้นไร้ไม้ตอก เขากลับเป็นคนเดียวที่เคยยื่นมือเข้ามา... แม้จะสายเกินไปก็ตาม "ดูเหมือนกาลเวลาจะเล่นตลกกับวิญญาณที่ยังไม่ยอมไปเกิดนะ เอลิน่า" เซนเดอร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่แฝงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก เขาเดินเข้ามาใกล้ เธอจึงได้เห็นใบหน้าภายใต้ฮู้ดสีเข้มชัดขึ้น นัยน์ตาสีเทาหม่นของเขาจ้องมองมาราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงดวงวิญญาณที่เพิ่งกลับมา "ท่าน... ท่านมาทำอะไรที่นี่ในเวลาที่ข้าควรจะตายไปแล้ว" เอลิน่าถาม พลางขยับเชิงเทียนในมือแน่นขึ้น "ตายงั้นหรือ?" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเลื่อนไปมองรอยแดงจางๆ ที่ลำคอของเธอ "ในสายตาของคนทั้งอาณาจักรเจ้าตายไปแล้วจริงๆ แต่น่าเสียดาย... คำสาปที่เจ้าได้รับมันรุนแรงเกินกว่าจะปล่อยให้วิญญาณของเจ้าหลุดลอยไปง่ายๆ เอลิน่า" เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและไอฝนที่ลอยติดตัวเขาทำให้เอลิน่าชะงัก เธอจำได้ว่าเขาคือคนเดียวที่พยายามปกป้องสวนกุหลาบเวทมนตร์ของเธอจากการถูกทำลาย ในตอนนั้นเธอโง่เขลาจนมองข้ามความปรารถนาดีของเขาไปสิ้น "ข้าไม่ต้องการชีวิตนี้อีกแล้ว เซนเดอร์ หากท่านมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมหรือจะมาฆ่าข้าซ้ำสอง ก็เชิญลงมือได้เลย" เธอทิ้งเชิงเทียนลงกับพื้น เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดังสนั่นไปทั่วห้อง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงด้วยความหมดหวัง เซนเดอร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาทำร้าย แต่กลับเอื้อมมือมาหยิบดอกกุหลาบที่เหี่ยวเฉาในแจกันขึ้นมา ดอกไม้สีซีดที่ไร้ชีวิตในมือของเขาค่อยๆ เปลี่ยนสีสันและเบ่งบานขึ้นมาอีกครั้งราวกับมีเวทมนตร์แห่งชีวิตไหลเวียนผ่านปลายนิ้ว "โลกข้างนอกนั่นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและการแก่งแย่ง" เขาพูดพึมพำพลางวางดอกกุหลาบที่ฟื้นคืนชีพไว้บนฝ่ามือของเธอ "หากเจ้าเบื่อหน่ายกับการเป็นนางร้ายที่ใครต่อใครยัดเยียดให้... ก็จงทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ แล้วไปกับข้า" เอลิน่าเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่สั่นไหว "ไปที่ไหน?" "ไปที่ที่ไม่มีใครรู้จักเจ้า ไปในที่ที่เวทมนตร์แห่งพงไพรจะคุ้มครองเจ้าได้... ไปปลูกกุหลาบที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉาและไม่ต้องอยู่ในกรงขังของโชคชะตาอีกต่อไป" เขาแบมือออก เชิญชวนให้เธอตัดสินใจ ทว่าก่อนที่เอลิน่าจะทันได้เอ่ยตอบ กลับมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินหลายสิบนายดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องพัก ประตูไม้ที่ปิดสนิทถูกกระแทกอย่างแรงจนกลอนประตูเริ่มส่งเสียงโอดครวญ "จงเลือกเอลิน่า..." เซนเดอร์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาสีเทาหม่นของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีเขียวมรกตที่เรืองรอง "จะอยู่นี่เพื่อรับโทษทัณฑ์ที่ไม่ได้ก่อ หรือจะก้าวข้ามธรณีประตูนี้ไปพร้อมกับข้า... สู่ชีวิตใหม่ที่ไม่มีใครพรากอะไรจากเจ้าได้อีก" เสียงพังประตูเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เอลิน่ามองมือของชายผู้เป็นปริศนาตรงหน้า แล้วมองไปที่ประตูที่กำลังจะพังลงมา ในวินาทีนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นตราประทับสีเลือดบนข้อมือของตนเอง... ตราที่ยืนยันว่าเธอไม่มีทางออกอื่นนอกจากก้าวเดินไปข้างหน้ากับเขาเท่านั้น! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางครั้งใหม่ของเอลิน่าด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%