กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระยับลอยวนอวลอยู่ทั่วห้องโถงแปดเหลี่ยม ทว่ากลับไม่อาจกลบกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยมาจากความทรงจำในวัยเยาว์ของเซี่ยหว่านหนิงได้เลย แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนนางเติบโตเป็นสตรีผู้มีความงดงามเป็นอาวุธ แผลเป็นในใจที่ถูกบิดาแท้ๆ และตระกูลเซี่ยทอดทิ้งให้เผชิญความตายในเรือนร้างท้ายจวนเมื่อสิบปีก่อน ยังคงฝังรากลึกและหล่อเลี้ยงสติปัญญาของนางให้เฉียบคมราคมมีดโกน
บนโต๊ะน้ำชาไม้ฮวาหลีสลักลายวิจิตร มีราชโองการสมรสพระราชทานวางนอนนิ่งอยู่ เป็นกระดาษแผ่นบางที่ชะตาชีวิตของนางถูกขีดเส้นไว้โดยบุรุษผู้ใช้คำว่า "บิดา" เป็นข้ออ้างในการควบคุมอำนาจทางการเมือง ตระกูลเซี่ยกำลังโรยราและต้องการเกี่ยวดองกับอำนาจใหม่ในราชสำนัก หว่านหนิงจึงถูกมองเป็นเพียงหมากเบี้ยตัวหนึ่ง—ตัวเบี้ยที่ไร้ค่าในยามปกติ แต่กลับมีราคาค่างวดมหาศาลเมื่อถึงคราวต้องใช้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์
"เจ้าคิดจะท้าทายกฎแห่งสวรรค์หรือไร หว่านหนิง!"
เสียงตวาดก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของเสนาบดีเซี่ยผู้เป็นบิดาดังขึ้นทำลายความเงียบ เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาจ้องมองบุตรสาวคนรองราวกับนางเป็นศัตรูคู่อาฆาต ไม่ใช่สายเลือดเนื้อเชื้อไข
เซี่ยหว่านหนิงยังคงนั่งนิ่งสงบ นางไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นนั้น นิ้วเรียวเรียวดุจหยกขาวกำลังบรรจงใช้พู่กันขนกระต่ายแต้มหมึกสีชาอย่างประณีต บรรทัดอักษรจีนบนกระดาษซวนจื่อถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือที่มั่นคงและงดงามราวกับงานศิลปะชั้นครู นางเลือกที่จะให้ความสนใจกับปลายพู่กันมากกว่าความเกรี้ยวกราดของบิดา
"กฎแห่งสวรรค์อันใดกันเจ้าคะ ท่านพ่อ..." เสียงหวานใสดังขึ้นแผ่วเบา ทว่ากลับเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "หรือท่านหมายถึงกฎที่ว่า สตรีในตระกูลใหญ่เป็นได้แค่เครื่องมือระบายอำนาจ และเป็นสะพานทอดให้บุรุษเหยียบย่ำขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างนั้นหรือ"
"บังอาจ!" เสนาบดีเซี่ยตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แจกันกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามลวดลายมังกรสะบัดร่วงลงมาแตกกระจายอยู่แทบเท้า เศษกระเบื้องบาดถูกชายเสื้อผ้าแพรชั้นดี แต่นั่นมิอาจเทียบเท่ากับความเดือดดาลในอกของเขา "เจ้ากล้าดียังไงมาพูดจาเช่นนี้กับบิดา! ราชโองการนี้มีตราประทับจากฮองเฮา หากเจ้ากล้าปฏิเสธตระกูลเซี่ยจะต้องพินาศเพราะความดื้อรั้นของเจ้าคนเดียว!"
"พินาศ?" หว่านหนิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกเก็บงำไว้เนิ่นนาน นางค่อยๆ วางพู่กันลงในแท่นหมึกอย่างใจเย็น ท่วงท่าอิริยาบถสง่างามไร้ที่ติราวกับภาพวาด "ตระกูลเซี่ยพินาศไปตั้งแต่ในวันที่ท่านปล่อยให้เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบต้องหนาวสั่นและหิวโหยปางตายในเรือนร้างท้ายจวนแล้วต่างหากเล่าเจ้าคะ... ในเมื่อท่านไม่เคยเห็นข้าเป็นบุตรตั้งแต่แรก ไฉนวันนี้จึงยังกล้าคาดหวังความกตัญญูจากซากศพที่ท่านฝังไว้ด้วยมือตนเองเล่า"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ เสนาบดีเซี่ยหน้าซีดเผือดลงถนัดตา ความลับที่เขาคิดว่าถูกกลบฝังไปพร้อมกับกาลเวลา กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพูดถึงอย่างหน้าตาเฉยโดยบุตรสาวที่เขาคิดว่ากำราบได้ง่ายดายที่สุด
"เจ้า... เจ้าจำได้..." เสียงของเขาขาดห้วง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
"ความตายในวันนั้นสอนให้ข้ารู้ว่า ในโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดน่าเชื่อถือยิ่งกว่าอำนาจในมือตนเอง" หว่านหนิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดกระโปรงผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีแดงชาดทิ้งตัวลงอย่างงดงาม นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะน้ำชาที่มีราชโองการวางอยู่
นางไม่ได้หยิบมันขึ้นมาฉีกขาดหรือขยำขยี้อย่างที่สตรีไร้สติพึงกระทำ หว่านหนิงกลับหยิบถ้วยชาอุ่นที่บ่าวเพิ่งรินทิ้งไว้ขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะเทน้ำชาอุ่นลงบนกระดาษราชโองการแผ่นนั้นช้าๆ น้ำหมึกสีดำซึมซาบกระจายตัวออกจนตัวอักษรบิดเบี้ยวและเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา กลายเป็นรอยเปื้อนสีเทาหมองไร้ค่า
"ข้าขอประกาศให้ชัดเจน ณ ตรงนี้..." หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาบิดาด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวใดๆ "หมากกระดานนี้ บิดาเป็นผู้เริ่มเดิน แต่วันนี้... ข้า—เซี่ยหว่านหนิง ขอปฏิเสธที่จะเดินตามหมากที่พวกท่านขีดเส้นไว้ หากพวกท่านอยากให้ตระกูลเซี่ยมีทางรอด จงไปหาหมากตัวอื่นเสียเถอะ เพราะข้าจะไม่ยอมเป็นสะพานให้ใครเหยียบย่ำอีกเป็นครั้งที่สอง"
สิ้นคำพูดอันเด็ดขาด บรรยากาศภายในจวนตระกูลเซี่ยก็พลันอึมครึมลงราวกับมีพายุใหญ่กำลังก่อตัว ทว่าในขณะที่เสนาบดีเซี่ยกำลังจะอ้าปากสั่งให้องครักษ์เข้ามาควบคุมตัวบุตรสาวผู้แข็งข้อ ประตูด้านนอกห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง
ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิท ประดับด้วยผ้าคลุมไหล่ปักลายพยัคฆ์ทมิฬก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างมั่นคง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวและกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนทหารยามหน้าประตูต่างพากันคุกเข่าลงด้วยความหวาดผวา ใบหน้าครึ่งซีกของบุรุษผู้นั้นถูกปกปิดไว้ด้วยรอยแผลเป็นลึกน่ากลัวจากสนามรบ ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บคู่นั้นกวาดมองเหตุการณ์ภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของเซี่ยหว่านหนิง
มือหนาของแม่ทัพผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬยื่นป้ายคำสั่งทองคำแท้ วางกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"เช่นนั้น... แม่นางเซี่ยสนใจจะมาเดินหมากกระดานใหม่ร่วมกับข้าแทนหรือไม่เล่า?"
"ดอกโบตั๋นพันปี" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในหมากเกมนี้ด้วยกันนะคะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 1
หมากเบี้ยที่พ้นพันธนาการ
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!