ปลายกระบอกปืนสั้นพลาสติกโพลิเมอร์สีดำด้าน จ่อห่างจากกึ่งกลางระหว่างคิ้วของรวินท์ไม่ถึงฟุต
ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าไม่ได้มาจากตัวอาวุธ แต่มันแผ่ซ่านออกมาจากแววตานิ่งสนิทของนาวา อดีตนาวิกโยธินหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน ใบหน้าคร้านแดดของอีกฝ่ายมีคราบเลือดแห้งกรังและฝุ่นทรายเกรอะกรังจากอุโมงค์ถล่มเมื่อครู่ แต่รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากกลับคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน
"เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามนาที ก่อนที่โครงสร้างชั้นห้าจะยุบตัวลงมาทับฝังเราไว้เป็นฟอสซิลคู่กัน คุณจะเลือกใช้สมองอัจฉริยะของคุณคิดทฤษฎีอารยธรรมโบราณอะไรนั่นต่อไป หรือจะเลือกใช้สองขาเดินตามผมออกไปทางท่อระบายน้ำฉุกเฉิน... รวินท์"
เสียงทุ้มต่ำของนาวาแหบพร่าแต่เฉียบขาด ไร้ซึ่งความลังเล ราวกับชีวิตของพวกเขาเป็นเพียงตัวเลขในบัญชีที่ต้องเคลียร์ให้จบภายในวินาทีนี้
รวินท์ไม่แม้แต่จะกะพริบตา แววตาสีเข้มของนักจารึกโบราณคดีจ้องมองทะลุผ่านรูลำกล้องปืนไปยังนัยน์ตาของอีกฝ่าย เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของดินปืน เลือด และความตายที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศอับชื้นใต้ดิน นิ้วเรียวยาวที่ถือแปรงปัดฝุ่นโบราณวัตถุสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธกรำที่ถูกต้อนให้จนมุมด้วยความป่าเถื่อนของอีกฝ่าย
แผ่นศิลาจารึกอักษรลิ่ม (Cuneiform) อายุสี่พันปีที่เพิ่งถูกกะเทาะออกจากผนังหินหมาดๆ วางอยู่บนแท่นขุดค้นตรงกลาง ระหว่างพวกเขาทั้งสอง รวินท์ใช้ร่างกายของตนเองบดบังมันไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับแม่นกที่ปกป้องไข่ในรัง
"ถ้าผมก้าวออกไปกับคุณ สิ่งที่อยู่ในมือผม... และความจริงเรื่องการตายของพ่อผม จะถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังนี้ตลอดกาลใช่ไหมครับ, นาวา" รวินท์เค้นเสียงถาม รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่เปื้อนฝุ่น "คุณไม่ได้สนใจหรอกว่าอารยธรรมสุเมเรียนจะสูญหายอย่างไร สิ่งที่คุณต้องการ... คือโค้ดลับถอดรหัสระบบอาวุธที่ซ่อนอยู่ในลายสลักพวกนี้ต่างหาก"
นาวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
"คุณนี่มันนักวิชาการโลกสวยไม่มีผิดเพี้ยน..." นาวายังคงไม่ลดปืนลง แต่นิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกคลายแรงกดลงเล็กน้อย "ตื่นจากความฝันเสียที รวินท์ โลกภายนอกอุโมงค์นี้มันไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์สวยหรูของคุณ ประชาชนกำลังจะตาย สงครามกำลังจะเริ่มขึ้น และไอ้ศิลาที่คุณกอดอยู่นั่นน่ะ มันคือรหัสควบคุมระบบป้องกันภัยอัตโนมัติที่พวกกองกำลังทหารรับจ้างกำลังตามล่า พ่อของคุณไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุทางโบราณคดีอย่างที่คุณถูกล้างสมองมาหรอก... เขาตายเพราะเขาฉลาดเกินไป จนไปรู้ความลับที่พวกมันไม่อยากให้ใครรู้"
ประโยคสุดท้ายพุ่งตรงเข้ากระแทกใจกลางความรู้สึกของรวินท์ราวกับค้อนเหล็ก ความจริงที่ถูกปิดตายมานานหลายปีถูกงัดขึ้นมาพูดอย่างไม่เกรงใจใคร แววตาสุขุมของนักจารึกหนุ่มไหววูบไปชั่วขณะ หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธแค้นและความกระหายใคร่รู้ปะปนกันจนแยกไม่ออก
*พ่อไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ...*
ภาพความทรงจำในวัยเด็กของร่างที่ไร้วิญญาณของพ่อในห้องแล็บใต้ดินผุดขึ้นมาในหัว รวินท์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความเงียบงันแผ่ขยายเข้ามาแทนที่เสียงคำรามของโครงสร้างตึกที่เริ่มลั่นเอี๊ยดอาร์ดเหนือศีรษะ เศษปูนและฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาจากเพดานราวกับหิมะสีเทา เตือนสติให้รู้ว่าเวลาของพวกเขากำลังหมดลงทุกขณะ
รวินท์ก้มมองศิลาจารึกในมือสลับกับใบหน้าของอดีตหน่วยรบพิเศษที่ยืนขวางทางรอดเดียวเอาไว้ สมองอันชาญฉลาดประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งคอมพิวเตอร์ ในสถานการณ์ที่บีบคั้นถึงขีดสุด การดื้อรั้นต่อไปมีค่าเท่ากับการฆ่าตัวตาย แต่การยอมจำนนต่อคนเถื่อนอย่างนาวาก็เท่ากับการเดินเข้าสู่กับดักที่มองไม่เห็น
ไม่มีทางเลือกอื่น...
รวินท์สูดหายใจเข้าลึก, กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กทะลักเข้าสู่ปอด ร่างเพรียวแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการทำงานภาคสนามขยับตัวช้าๆ มือขวาหยิบศิลาจารึกแผ่นนั้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม บรรจงห่อหุ้มด้วยผ้ากันกระแทกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะสอดมันเก็บลงในกระเป๋าเป้กันน้ำคาดลำตัวอย่างแน่นหนา
ดวงตาคู่คมตวัดกลับมาจ้องหน้านาวาอีกครั้ง คราวนี้แววตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความหวาดระแวง แต่เต็มไปด้วยความดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
"ตกลงครับ... ผมจะไปกับคุณ" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเฉียบขาด "แต่จำไว้ นาวา ถ้าคุณตุกติก หรือทำให้ข้อมูลชิ้นนี้เสียหายแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ผมนี่แหละจะเป็นคนควักไส้คุณด้วยมือของผมเอง"
นาวายิ้มมุมปากอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความสุขเอาเสียเลย แต่มันแฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายคลึงกับความเคารพ "ยินดีต้อนรับสู่โลกความเป็นจริงครับ, คุณนักจารึก"
พริบตานั้นเอง นาวาไม่รอช้า อดีตทหารหน่วยรบพิเศษคว้าข้อแขนของรวินท์ไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างรวดเร็วและทรงพลัง แรงกระชากนั้นทำให้รวินท์เซถลาเข้าไปประชิดตัว ก่อนที่นาวาจะใช้ปืนในมืออีกข้างยิงทะลุกระจกนิรภัยบานหนาที่กั้นระหว่างห้องขุดค้นกับท่อระบายน้ำทิ้งด้านหลัง เสียงกระจกแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงถล่มของเพดานที่กำลังพังครืนลงมาพอดี
เศษปูนขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาทับถมจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ฝุ่นตลบอบอวล นาวากระชากตัวรวินท์พุ่งทะลุช่องหน้าต่างที่แตกออกไปสู่ความมืดมิดของท่อระบายน้ำเบื้องล่าง ร่างทั้งสองร่วงหล่นลงไปกระแทกพื้นคอนกรีตด้านล่างอย่างแรง กลิ่นน้ำเน่าเสียและอากาศชื้นแฉะตีเข้าจมูก แต่พวกเขายังคงต้องวิ่งฝ่าความมืดไปข้างหน้าโดยไม่หันหลังกลับ
เสียงฝีเท้าของพวกเขาฝ่าสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากไปตามท่อระบายน้ำใต้ดิน ลึกลงไปใต้รากฐานของเมืองโบราณที่ถูกลืมเลือน นาวาทำหน้าที่เป็นผู้นำทางด้วยสัญชาตญาณและการ์ดนำทางอิเล็กทรอนิกส์ในมือ ส่วนรวินท์วิ่งตามติดกระชั้นชิด มือข้างหนึ่งยังคงกุมสายสะพายเป้ที่บรรจุศิลาจารึกไว้แน่น ราวกับมันคือลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
เบื้องหน้าของพวกเขาคือทางแยกมืดสนิทที่แยกออกเป็นสามสาย ไร้ซึ่งป้ายบอกทางหรือแสงสว่างใดๆ มีเพียงเสียงหยดน้ำและเสียงลมพัดหอนหวีดหวิวราวกับเสียงกระซิบของคนตาย นาวาหยุดชะงักกะทันหันจนรวินท์เกือบชนเข้าแผ่นหลังกว้าง
"ทางไหน?" รวินท์ถามด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย เลือดซิบที่มุมปากจากการกระแทกเมื่อครู่
นาวาไม่ตอบ ทหารหนุ่มยกไฟฉายแรงสูงขึ้นส่องกราดไปตามผนังคอนกรีตชื้นแฉะของแต่ละอุโมงค์ แสงไฟสีขาวนวลวาดผ่านความมืด ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ผนังอุโมงค์สายขวามือ
รวินท์เบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนผนังนั้น... มันไม่ใช่รอยขีดข่วนของน้ำกัดเซาะ หรือร่องปูนเก่าตามกาลเวลา แต่มันคือรอยสลักสัญลักษณ์มือโบราณ... สัญลักษณ์รูป 'ดวงตาที่สาม' ที่สลักไว้ด้วยรอยเลือดแห้งกรัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏในบันทึกของพ่อเขาก่อนหายตัวไป และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือรอยเลือดนั้นยังคงเปียกชื้นอยู่ ราวเพิ่งมีใครบางคนเพิ่งผ่านพ้นมันไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนนี้เอง
นาวาหันกลับมามองหน้าวินท์ช้าๆ สีหน้าที่เคยดิบเถื่อนและมั่นใจในตัวเองกลับเคร่งเครียดขึ้นมาทันที แววตาฉายแววระแวงระวังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้เป็นแค่สองคนสุดท้ายที่ติดอยู่ในหลุมนี้หรอกนะ, รวินท์"
นาวาเอ่ยเสียงกระซิบเบาหวิว ขณะที่เงาดำมหึมาสายหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากความมืดมิดในอุโมงค์สายนั้น พร้อมกับเสียงเหล็กกระทบพื้นคอนกรีตที่ดังสะท้อนก้องกังวาน... *กริ๊ก... กริ๊ก...*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในความมืดด้วยกันนะครับ
พิกัดซากลืมเลือน: นักจารึกไร้เงากับนายทหารนอกแถว•ตอนที่ 3
ทางเลือกสุดท้าย
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิกัดซากลืมเลือน: นักจารึกไร้เงากับนายทหารนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
