เสียง ‘ติ๊ด’ แผ่วเบาที่ดังสม่ำเสมอในความเงียบงันของห้องใต้ดินเปรียบเสมือนเสียงเคาะโลงศพ รวินท์หยุดหายใจไปชั่วขณะ นิ้วมือที่เคยจับแว่นขยายอย่างมั่นคงกลับสั่นระริก สายตาของเขาตรึงอยู่กับสายไฟสองเส้นที่พันเกี่ยวกันอย่างซับซ้อนภายใต้แผ่นศิลาโบราณอายุนับพันปี
นี่ไม่ใช่การค้นพบทางประวัติศาสตร์ แต่มันคือกับดักสังหารที่ออกแบบมาอย่างประณีตโดยฝีมือของคนยุคปัจจุบัน
"อย่าขยับแม้แต่มิลลิเมตรเดียว"
เสียงแหบต่ำทรงพลังดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังของเสาศิลา รวินท์ไม่หันไปมอง เขาจำน้ำเสียงนั้นได้แม่นยำ แม้จะไม่ได้ยินมานานกว่าสามปี แต่มันคือเสียงของคนที่เคยพังประตูห้องพักเขาในคืนที่พ่อของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
"นายมาช้าไปห้านาที นาวา" รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามกดความตื่นตระหนกไว้ใต้หน้ากากแห่งความสุขุม "ถ้าอยากให้ฉันตาย นายไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งระเบิดให้เสียเปล่า แค่ปล่อยให้ฉันอ่านจารึกนี่จนจบ ความรู้ที่ได้อาจจะฆ่าฉันตายได้พอๆ กัน"
ร่างสูงใหญ่ในชุดแจ็กเก็ตสีเข้มก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาของรวินท์ตกกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของนาวา เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่หางคิ้วและแววตาที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็ง นาวาไม่ได้เดินเข้ามาหาเขาทันที แต่กลับคุกเข่าลงข้างๆ มองดูวงจรไฟฟ้าด้วยสายตาของมืออาชีพ
"ฉันไม่ได้มาเพื่อฆ่านาย รวินท์ ถ้าอยากฆ่า ฉันคงวางมันไว้ใต้เตียงนายตั้งแต่วันแรกที่นายเริ่มขุดคุ้ยเรื่องศิลาอาถรรพ์นี่แล้ว" นาวาเอื้อมมือมาจับข้อมือของรวินท์เบาๆ ก่อนจะดันให้เขาถอยห่างออกไปช้าๆ "แต่นายกำลังเล่นกับไฟที่แม้แต่ฉันยังไม่กล้าเอามือไปแตะ"
"นายหมายความว่ายังไง?" รวินท์ผละตัวออกมา ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตคู่หู "โครงการอาวุธโบราณที่นายเคยทำ... มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยใช่ไหม?"
นาวาไม่ตอบ เขาหยิบอุปกรณ์ตัดวงจรขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง มือที่แข็งแกร่งของเขานิ่งสนิทราวกับหุ่นยนต์ รวินท์เฝ้ามองทุกจังหวะการเคลื่อนไหว สัญชาตญาณของนักโบราณคดีบอกเขาว่า ศิลาแผ่นนี้ไม่ใช่แค่บันทึก แต่มันคือ ‘กุญแจ’ ของบางอย่างที่สั่นคลอนรากฐานของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
*แกร๊ก*
เสียงกลไกหยุดลงทันที จังหวะเสียง ‘ติ๊ด’ เงียบหายไปราวกับถูกกระชากลมหายใจ นาวาถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "พวกมันรู้แล้วว่านายกำลังจะแกะรอยสำเร็จ ไม่ใช่แค่ฉันที่ตามหานาย แต่เป็น ‘ดวงตา’ อีกหลายคู่ที่มองจากความมืด"
"พวกมันคือใคร?" รวินท์ถามพลางจัดระเบียบความคิด "พ่อของฉัน... เขาเป็นคนแรกที่เตือนฉันเรื่องนี้ ใช่ไหม?"
นาวาก้าวเข้ามาใกล้จนรวินท์สัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ และความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายคนนี้ เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้น่าขนลุก "พ่อของนายไม่ได้หายไปเพราะอุบัติเหตุ และเขาก็ไม่ได้ทิ้งจารึกนี่ไว้ให้เพื่อความเพลิดเพลิน แต่มันคือรายการทรัพย์สิน... ของสิ่งหนึ่งที่ถูกฝังอยู่ใต้เมืองที่เรากำลังยืนอยู่นี่เอง"
รวินท์รู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เขาเหลือบมองศิลาแผ่นนั้นอีกครั้ง รอยร้าวที่เคยเห็นไม่ได้บ่งบอกถึงการแตกหัก แต่มันคือแผนที่เส้นทางเดินใต้ดินที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกตที่ไหนๆ
"นายกำลังจะบอกว่า..."
"ฉันกำลังจะบอกว่า ถ้านายอยากรู้ความจริง นายต้องเลิกทำตัวเป็นนักวิชาการที่ถือสมุดโน้ต แล้วหัดทำตัวเป็นนักล่าให้เป็นก่อนที่พวกมันจะเปลี่ยนนายให้กลายเป็นซากฟอสซิลเหมือนจารึกพวกนี้" นาวากดปุ่มบนเครื่องส่งสัญญาณบางอย่างที่ติดตั้งไว้ที่ข้อมือ "เตรียมตัวให้พร้อม รวินท์ อีกห้านาที ที่นี่จะไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์คนไหนอีกต่อไป"
ยังไม่ทันที่รวินท์จะซักถามต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังแว่วมาจากอุโมงค์เบื้องบน พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องผ่านรอยแยกของเพดานห้อง นาวาคว้าคอเสื้อของรวินท์แล้วกระชากให้หลบเข้าไปหลังรูปปั้นหินขนาดใหญ่ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด
"หมอบลง" นาวากระซิบ สอดส่องสายตาไปในความมืด "ถ้ามีใครถามว่าฉันคือใคร บอกไปว่าฉันเป็นแค่คนแปลกหน้าที่นายจ้างมา..."
รวินท์ขมวดคิ้ว "จ้าง? ฉันไม่เคยจ้างนาย"
นาวายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัยและอันตราย "ก็นั่นแหละที่พวกมันอยากจะเชื่อ... ดูนั่นสิ"
รวินท์มองตามนิ้วของนาวาไปที่ช่องว่างใต้ฐานเสา แสงไฟฉายส่องกระทบวัตถุโลหะชิ้นหนึ่งที่กลิ้งออกมาจากรอยร้าวหลังแผ่นศิลา มันเป็นเหรียญตราโบราณที่มีสัญลักษณ์รูปดวงตากลางพีระมิด—ตราสัญลักษณ์เดียวกับที่เขาพบในบันทึกของพ่อก่อนที่ท่านจะหายตัวไปตลอดกาล
มันไม่ใช่เหรียญธรรมดา แต่มีไอเย็นจัดแผ่ออกมาจากตัวมัน พร้อมกับเสียงเครื่องจักรกลที่เริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่งจากใต้ฝ่าเท้าของเขา พื้นดินใต้ห้องใต้ดินเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับว่าสิ่งที่ถูกจองจำไว้กำลังจะตื่นจากการหลับใหล
"ดูเหมือนว่า... สิ่งที่พวกมันตามหา ไม่ใช่แค่จารึก" นาวาพึมพำ ใบหน้าเคร่งเครียดลงทันที "แต่มันคือการเปิดประตูสู่นรกที่พ่อของนายตั้งใจปิดผนึกไว้"
รวินท์กำเหรียญนั้นไว้แน่น ในวินาทีนั้นเอง แสงไฟฉายดวงหนึ่งส่องกราดมาที่จุดที่พวกเขาซ่อนตัว เสียงกระชากลำกล้องปืนดังขึ้นชัดเจนในความเงียบ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับไปกับผมในบทนี้นะครับ ครับ
บันทึกนักโบราณคดี
พิกัดซากลืมเลือน: นักจารึกไร้เงากับนายทหารนอกแถว•ตอนที่ 2
ผู้มาเยือนจากเงามืด
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิกัดซากลืมเลือน: นักจารึกไร้เงากับนายทหารนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
