“คุณเลือกมาเถอะค่ะ... ว่าจะยอมให้ฉันเป็นคนเดินจากไป หรือจะปล่อยให้ความลับเรื่องคดีความของครอบครัวคุณ ถูกตีแผ่ต่อหน้าแขกเหรื่อร่วมร้อยชีวิตในงานนี้”
น้ำเสียงของศศินานั้นแผ่วเบา หากแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของรินรดา หญิงสาวในชุดราตรีผ้าไหมสีมิดไนท์บลูยืนนิ่งงันอยู่มุมหนึ่งของระเบียงแก้วที่ยื่นออกไปเหนือสระน้ำมรกตของโรงแรมหรูใจกลางกรุง เสียงดนตรีคลาสสิกแว่วมาจากภายในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของอัครเดชากุลกรุ๊ป แต่สำหรับรินรดา มันกลับฟังดูอื้ออึงราวกับพายุที่กำลังจะโถมเข้าใส่ชีวิตของเธอ
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอไม่นึกเลยว่าผู้หญิงที่เคยเป็นถึงนางแบบระดับแถวหน้าอย่างศศินา จะใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกเพียงเพื่อข่มขู่เอาตำแหน่ง ‘คู่ควง’ ของคิรากรคืนมา
“ฉันไม่ได้เป็นคนเก็บความลับเรื่องธุรกิจของพี่ชายคุณไว้... และฉันก็ไม่ได้สนใจจะเข้าไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของคุณคิรากรด้วยค่ะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรวบรวมความกล้า แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก
“งั้นเหรอคะ?” ศศินาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบใต้ขนตางอนงามจ้องมองรินรดาอย่างสมเพช ก่อนจะขยับกายถอยออกไปเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง
รินรดาหันกลับไปตามสัญชาตญาณ และนั่นคือวินาทีที่โลกของเธอหยุดหมุน
คิรากร อัครเดชากุล ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบขับเน้นให้เขาดูทรงพลังและน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยราวกับรูปปั้นสลักถูกแต่งแต้มด้วยนัยน์ตาสีรัตติกาลที่แฝงไปด้วยความเย็นชาและลึกลับ เขากำลังถือแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันเอาไว้ในมือ ท่วงท่าของเขาดูผ่อนคลายแต่กดดันจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจแรง
“ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย... คุณพรรณราย” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามีอำนาจสั่งการอยู่ในที
ศศินาคลี่ยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้รินรดายืนเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีหนุ่มเพียงลำพัง บรรยากาศรอบตัวเขาราวกับมีอาณาเขตส่วนตัวที่ไม่อนุญาตให้ใครล้ำเส้น รินรดารู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าหาหลุมดำแห่งเสน่ห์ที่แสนอันตราย
“คุณคิรากรคะ ฉัน...”
“ตามผมมา” เขาไม่รอให้เธอปฏิเสธ ร่างสูงหมุนตัวเดินนำไปยังโซนส่วนตัวของระเบียงที่ถูกจัดเป็นสวนลอยฟ้า รินรดาชั่งใจเพียงครู่ ก่อนจะจำใจก้าวเดินตามเขาไป ความอึดอัดใจที่มีอยู่เดิมกลับกลายเป็นความอยากรู้อยากเห็นที่ผสมปนเปไปกับความหวาดหวั่น
เมื่อถึงมุมที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน คิรากรก็หยุดเดินแล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ แสงไฟจากโคมไฟระย้าที่สะท้อนลงมาทำให้นัยน์ตาของเขามีประกายวาวโรจน์บางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
“คุณไปรู้อะไรมาถึงได้เข้าไปพัวพันกับผู้หญิงคนนั้น” เขาถาม สรรพนามที่ใช้เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่แฝงด้วยความกดดันที่ชัดเจนขึ้น
“ฉันไม่ได้รู้อะไรเลยค่ะ เธอแค่พยายามจะเอาเรื่องที่ครอบครัวฉันกำลังเผชิญหน้าอยู่มาข่มขู่ฉัน... เพื่อให้ฉันถอยห่างจากคุณ” รินรดาสารภาพตามตรง เธอเลือกที่จะซื่อสัตย์ เพราะรู้ดีว่าคนระดับคิรากรเกลียดการโกหกมากกว่าสิ่งใด
คิรากรหรี่ตาลง มองสำรวจใบหน้าหวานละมุนที่ประดับด้วยความตื่นตระหนกแฝงความดื้อรั้นนั้นอย่างพินิจ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดเหลือเพียงหนึ่งคืบ กลิ่นกายหอมสะอาดแบบผู้ชายชั้นสูงผสมกับกลิ่นจางๆ ของยาสูบราคาแพงทำเอาลมหายใจของรินรดาสะดุด
“ถอยห่างงั้นเหรอ? ทั้งที่คืนนี้คุณมาที่นี่ในฐานะแขกคนสำคัญของงาน... หรือจริงๆ แล้วคุณก็เป็นเหมือนคนอื่น ที่หวังจะคว้าโอกาสจากผม”
“ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นค่ะ!” เธอเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
คิรากรไม่ได้โกรธเคือง ตรงกันข้าม... เขากลับยกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทำให้เขามีเสน่ห์เย้ายวนจนน่าใจหาย เขาวางแก้วในมือลงบนโต๊ะหินอ่อนข้างกาย ก่อนจะยกมือขึ้นมาเชยคางมนของเธออย่างถือวิสาสะ
“งั้นลองพิสูจน์ให้ผมเห็นหน่อยไหม” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “ผมมีข้อเสนอ... ข้อเสนอที่ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องคดีความของครอบครัวอีกต่อไป และคุณจะได้รับทุกอย่างที่ต้องการ แลกกับการที่คืนนี้... คุณต้องเป็น ‘เงา’ ให้ผมเพียงคนเดียว”
รินรดาชะงักงัน หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เธอรู้ดีว่าข้อเสนอนี้มีนัยยะแฝงที่แสนอันตราย แต่นัยน์ตาที่ลึกซึ้งราวกับมหาสมุทรของชายตรงหน้ากลับดึงดูดให้เธอยากจะปฏิเสธ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินลับด้านหลัง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินดังก้องมาพร้อมกับเสียงหัวเราะแหลมที่คุ้นเคย
“คิรากรคะ... หานานจังเลยค่ะ”
ร่างระหงของศศินาก้าวออกมาจากเงามืดด้วยชุดเดรสเปิดหลังสีแดงเพลิง ในมือถือโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งที่เปิดหน้าจอทิ้งไว้ เผยให้เห็นรูปถ่ายของรินรดาในอิริยาบถที่ดูเหมือนกำลังกอดกับชายอื่น—ซึ่งเป็นมุมกล้องที่จัดฉากขึ้นอย่างแยบยล!
รินรดาเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นไปทั่วกระดูกสันหลัง เมื่อศศินากดยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าคิรากรพร้อมรอยยิ้มเยาะ
“ดูสิคะ ว่าแขกคนสำคัญของคุณคนนี้... ซื่อสัตย์อย่างที่ปากพูดหรือเปล่า?”
เข็มฉายานิศหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักอ่านทุกท่านจะดื่มด่ำไปกับปมความสัมพันธ์และแรงปรารถนาที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในตอนต่อไปนะคะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 1
ข้อเสนอใต้แสงดาว
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!