“เลิกส่องไฟเข้าตาผมเสียที อัคนี... รอยแผลที่ลำคอศพไม่ได้หนีไปไหนหรอกครับ”
ธันวาเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากเตียงผ่าศพสเตนเลส แสงจากไฟฉายแรงสูงในมือของนายตำรวจหนุ่มสั่นไหวน้อยๆ กระทบเข้ากับคราบเลือดที่แห้งกรังอยู่บนผิวหนังซีดเผือดของเหยื่อรายล่าสุด อัคนีขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาปะทะเข้ากับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องดับจิต
“ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมคุณถึงมือสั่น” อัคนีวางไฟฉายลงบนถาดเครื่องมือ เสียงโลหะกระทบกันดังก้องอยู่ในห้องที่เงียบสงัด “หมอผู้ไม่เคยหวั่นไหวกับซากศพคนไหนๆ กลับทำมีดผ่าตัดหลุดมือตอนที่เห็นรอยกรีดรูปตัวอักษร 'V' ที่โคนลิ้นเหยื่อ... หมอครับ นั่นมันรอยบากแบบเดียวกับคดี ‘ฆาตกรเงาอาฆาต’ เมื่อยี่สิบปีก่อนเลยไม่ใช่หรือไง”
ธันวาวางมีดผ่าตัดลงช้าๆ เขาถอดถุงมือยางที่เปื้อนคราบเลือดออกทีละนิ้ว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองไปที่รอยแผลบนศพนั้นราวกับกำลังมองย้อนกลับไปในห้วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของชีวิต
“คุณทำการบ้านมาดีนี่ครับ” ธันวาแค่นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “แต่จำไว้ว่านั่นมันคดีของพ่อผม... และเขาไม่ได้ ‘ทำพลาด’ อย่างที่คนในกรมตำรวจตราหน้าเขาไว้ตลอดสองทศวรรษ เขาแค่พบหลักฐานที่ไม่มีใครอยากให้มันปรากฏขึ้นมา”
“แล้วคุณคิดว่าศพตรงหน้าผม คือสิ่งที่พ่อยอมแลกอาชีพการงานเพื่อปกป้องหรือเปล่า” อัคนีโน้มตัวลงมา กักขังธันวาไว้ระหว่างขอบโต๊ะผ่าศพกับแผงอกของเขา “ถ้าคนร้ายคนนี้คือคนเดียวกับคนเมื่อยี่สิบปีก่อน หรือเป็นใครก็ตามที่สืบทอดเจตนารมณ์นั้น... เราสองคนกำลังเดินเข้าหาปากเสือกันอยู่ หมอ”
ธันวาไม่ได้ถอยหนี เขาสบตากับคนตรงหน้า สายตาของอัคนีมีความดุดันและกระหายในความจริงที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่ดวงตาของธันวากลับเต็มไปด้วยเงามืดที่ถูกฝังกลบมานานปี
“ผมไม่ได้กำลังเดินเข้าหาปากเสือ อัคนี” ธันวาขยับเข้าไปใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย “ผมกำลังรอให้มันโผล่ออกมาเอง... เพราะศพที่พ่อผมชันสูตรเมื่อยี่สิบปีก่อน ในบันทึกส่วนตัวของเขาไม่ได้ระบุว่าเป็นรอยกรีดรูปตัว V แต่เขาเขียนไว้ว่ามันคือ ‘รอยเข็ม’ ที่ถูกวางไว้เป็นจุดรหัสลับทางเคมี”
ธันวาหยิบเครื่องสแกนอัลตราไวโอเลตขึ้นมา เปิดสวิตช์แล้วฉายลงไปบนรอยแผลรูปตัว V บนศพทันที สิ่งที่ปรากฏขึ้นไม่ใช่เพียงรอยกรีดธรรมดา แต่เป็นคราบสารเรืองแสงที่ซึมลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อเป็นลวดลายซับซ้อนราวกับแผนผัง
อัคนีชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัด “นั่นมันอะไร?”
“มันคือรอยจารึก... เหมือนที่พ่อผมเคยพบในแฟ้มลับที่หายสาบสูญไป” ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ความเยือกเย็นเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “แต่ที่น่ากลัวกว่าคือ สารเคมีตัวนี้ไม่ได้เพิ่งถูกป้ายลงไป มันถูกฉีดเข้าไปในกระแสเลือดก่อนที่เหยื่อจะตายถึงสามชั่วโมง นั่นหมายความว่าฆาตกรไม่ได้แค่ฆ่า แต่มันกำลัง ‘ทิ้งรอยเท้า’ ไว้ให้พวกเราตามหา”
ทันใดนั้น เสียงเตือนจากเครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหวหน้าห้องดับจิตก็ดังขึ้นเป็นจังหวะเนิบนาบชวนขนลุก ทั้งสองคนชะงักค้าง อัคนีคว้าปืนพกคู่ใจออกมาจากซองข้างเอวด้วยความเร็วสูง ขณะที่ธันวากดปุ่มล็อกประตูอัตโนมัติ
“มีใครบางคนอยู่ในระบบกล้องวงจรปิด” อัคนีพึมพำขณะมองไปที่หน้าจอแท็บเล็ต “มันกำลังดูเราอยู่... หรือบางที มันอาจจะกำลังเดินเข้ามาหาเราในเวลานี้”
ธันวารีบหยิบไฟล์ภาพถ่ายเก่าๆ ของพ่อขึ้นมาเปรียบเทียบกับรอยสารเคมีบนศพ มือของเขาสั่นน้อยๆ อีกครั้งเมื่อพบความจริงที่น่าเหลือเชื่อ ลายเส้นที่ปรากฏบนศพ ไม่ใช่แค่แผนผังธรรมดา แต่เป็นตัวเลขพิกัด... และมันคือพิกัดของ ‘บ้านพักตากอากาศ’ ที่พ่อของเขาเคยถูกกล่าวหาว่าไปพัวพันกับการทุจริตก่อนจะหายตัวไป
“อัคนี... ปิดไฟเดี๋ยวนี้” ธันวาสั่งเสียงเฉียบ
“ทำไม?”
“เพราะในพิกัดนี้... พ่อผมทิ้ง ‘ของขวัญ’ ชิ้นสุดท้ายไว้ให้ผม และถ้าคนร้ายรู้ว่าเรากำลังแกะรอยมันอยู่ มันจะไม่มีทางปล่อยให้เราเดินออกไปจากที่นี่พร้อมกับความลับนี้แน่”
ไฟในห้องดับจิตดับพรึบลง เหลือเพียงความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์เล็ดลอดผ่านช่องระบายอากาศ เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นจากทางเดินภายนอก ไม่ใช่เสียงของยามรักษาความปลอดภัย แต่มันเป็นเสียงรองเท้าบูทหนังที่เดินอย่างใจเย็น มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจการกดดัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่ธันวาจำได้แม่นจากแฟ้มคดีเก่าของพ่อ มันคือรหัสเรียกที่ใช้เฉพาะในกลุ่ม ‘ผู้ที่รู้ความลับในเงา’ เท่านั้น
อัคนีจ่อปืนไปที่บานประตูที่เริ่มสั่นสะเทือนตามแรงผลักจากอีกฝั่ง ธันวาสูดลมหายใจลึก เขาหยิบเศษกระดาษที่เขาเพิ่งพบใต้ลิ้นของศพออกมา มันเป็นกระดาษโน้ตเก่าเก็บที่มีลายมือของพ่อเขาเขียนไว้เพียงประโยคเดียวว่า... *‘ธันวา... ถ้าเจ้าเห็นรอยนี้ จงอย่าไว้ใจใคร แม้แต่คนที่ยืนอยู่ข้างเจ้าในวินาทีนี้’*
ธันวาเหลือบมองอัคนีในความมืด แววตาของตำรวจหนุ่มยังคงแน่วแน่ แต่ในใจของธันวากลับเริ่มตั้งคำถามถึงความบังเอิญที่อัคนีโผล่มาในคดีนี้อย่างรวดเร็วเกินไป
บานประตูค่อยๆ แง้มออก... ลมเย็นเยียบพัดผ่านเข้ามาพร้อมกับร่างเงาสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าห้อง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและพิสูจน์ความจริงไปกับผมนะครับ ดร.นิติเวช
นิติเวชเลือดเย็นกับนายตำรวจสายดิ่ง: จารึกรอยเลือดก่อนฟ้าสาง•ตอนที่ 4
อดีตที่ไล่ล่า
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเลือดเย็นกับนายตำรวจสายดิ่ง: จารึกรอยเลือดก่อนฟ้าสาง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!