นิติเวชเลือดเย็นกับนายตำรวจสายดิ่ง: จารึกรอยเลือดก่อนฟ้าสาง•ตอนที่ 6

อาหารมื้อเที่ยงที่ไม่มีใครอยากกิน

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
คราบเลือดแห้งกรังบนถาดสแตนเลสสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากเพดานห้องชันสูตร มันไม่ใช่บรรยากาศที่เหมาะสมนักสำหรับการรับประทานอาหารกลางวัน แต่สำหรับผมและสารวัตรอัคนี ความตายและกลิ่นอลูมิเนียมคลอไรด์ได้กลายเป็นเครื่องเคียงที่คุ้นเคยไปเสียแล้ว กล่องข้าวพลาสติกบรรจุผัดกระเพราหมูสับไข่ดาวราคาถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเล็กมุมห้อง เอกสารคดีฆาตกรรมต่อเนื่องริมคลองแสนแสบถูกกางทับด้วยแฟ้มสืบสวนรอยนิ้วมือจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง "คุณกินแต่ไข่ดาว แล้วเขี่ยหมูสับทิ้งไว้อย่างนั้น หมายความว่าอย่างไรครับสารวัตร เลือกกินตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่ากลัวไขมันอุดตันในเส้นเลือดแบบพวกหมออย่างพวกผม" ผมเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ขณะใช้คีมหนีบชิ้นเนื้อเยื่อใต้เล็บศพลงในหลอดทดลอง ปลายหางตาเหลือบมองชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก เขาดูเหนื่อยล้า แต่ดวงตากลับยังคงประกายความดื้อรั้นเช่นเดิม อัคนีวางช้อนลงกระทบกล่องพลาสติกเสียงดัง กลิ่นใบกระเพราโชยปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องเย็นเยียบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาผม นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกดดันจากเบื้องบนที่กดทับลงมาผ่านคดีที่ยังปิดไม่ลง "ผมไม่ได้กลัวไขมันหรอกครับหมอธันวา... แต่ผมกำลังกลัวว่าถ้าผมมัวแต่มานั่งพิถีพิถันเลือกกินเหมือนคนในห้องแล็บของคุณ เหยื่อรายต่อไปอาจจะนอนอยู่บนเตียงผ่าศพนั้นเพิ่มขึ้นอีกคนโดยที่ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ฆาตกรมันเป็นใคร" อัคนีสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเจือความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด ความเร่งรีบและความดิบเถื่อนของงานภาคสนามกำลังปะทะเข้ากับความเยือกเย็นและระเบียบวินัยทางวิทยาศาสตร์ของผมอย่างจัง ผมวางเครื่องมือลงในอ่างล้าง ปลดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินไปหยิบแก้วกาแฟดำที่ชงทิ้งไว้จนเย็นชืดขึ้นมาจิบ "สัญชาตญาณของคุณมันพาเหยื่อไปสู่อุโมงค์มืดหลายรายแล้วนะฃรับสารวัตร... จำคดีเมื่อสามเดือนก่อนได้ไหมครับ ถ้าคุณยอมรอผลตรวจดีเอ็นเอจากเส้นผมเส้นเดียวที่ผมเจอในหมวกกันน็อก แทนที่จะบุ่มบ่ามนำกำลังบุกเข้าไปพังประตูห้องพักตามเบาะแสปลอมๆ ลูกน้องของคุณคงไม่ต้องนอนพักฟื้นอยู่ในห้องไอซียูจนถึงทุกวันนี้" คำพูดของผมคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด มันพุ่งตรงไปยังจุดเปราะบางที่สุดในใจของนายตำรวจหนุ่ม อัคนีชะงัก กรามของเขาขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ห้องชันสูตรตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องทำความเย็นศพที่คอยตอกย้ำถึงความหนาแน่นของความตายรอบตัวเรา "หมอคิดว่าผมอยากให้ลูกน้องเจ็บตัวอย่างนั้นหรือครับ..." อัคนีพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นต่ำทุบหัวใจคนฟัง "หมอมีห้องสี่เหลี่ยมสะอาดๆ มีกล้องจุลทรรศน์ราคาแพง มีหลักฐานที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ... หมอไม่เคยต้องไปยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่สาดซ้ำรอยเลือดบนพื้นถนน ไม่เคยต้องไปฟังเสียงร้องไห้ของแม่เหยื่อที่ถามผมว่า *'ทำไมตำรวจถึงยังจับคนร้ายไม่ได้'* ...หมอไม่เข้าใจความรู้สึกของการวิ่งไล่เงาที่ไม่มีวันจับต้องได้หรอกครับ" ความจริงอันดิบเถื่อนในน้ำเสียงของเขาทำให้ผมชะงักไปชั่วขณะ ภาพความทรงจำในอดีต—ภาพของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องจบชีวิตลงบนเตียงผ่าตัดของผมเอง เพียงเพราะความมั่นใจในผลตรวจเบื้องต้นที่ผิดพลาด—ผุดวาบขึ้นมาในหัว ความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่ผมไม่เคยลืมเลือน มันคือแผลเป็นที่ทำให้ผมต้องยึดมั่นใน 'ความจริงเชิงประจักษ์' ทุกกระเบียดนิ้ว เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเดินหลงทางไปกับอารมณ์ชั่ววูบอีก ผมวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ เสียงกระแทกเบาๆ แต่ดังก้องในความเงียบ ผมก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวนั้น ชายหนุ่มสูงศักดิ์ผู้มีอุดมการณ์ร้อนแรงอย่างอัคนีไม่ได้ถอยหนี เขายังคงจ้องมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและแรงดึงดูดประหลาด "ที่คุณพูดมา... มันถูกครึ่งหนึ่งครับสารวัตร" ผมเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น ทอดสายตามองลึกลงไปในนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น "ผมเกลียดความบุ่มบ่าม เพราะผมเคยชดใช้มันด้วยชีวิตของคนใกล้ชิดมาแล้ว... ผมไม่ได้เลือกที่จะเย็นชาเพราะผมไร้หัวใจ แต่เพราะผมรู้ดีว่า ถ้าหมอนิติเวชปล่อยให้อารมณ์เหนือเหตุผล ความยุติธรรมทั้งหมดจะพังทลายลงทันที" อัคนีมองหน้าผมนิ่ง ความโกรธเกรี้ยวในแววตาค่อยๆ มอดลง แทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนเห็นใจ ความใกล้ชิดทางกายและช่องว่างระหว่างความคิดทำให้บรรยากาศรอบตัวเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่แค่การปะทะกันของสองมืออาชีพ แต่มันคือแรงดึงดูดอันตรายของสองวิญญาณที่แตกสลายคนละแบบ ก่อนที่เราจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดออกมาทำลายความเงียบที่เปี่ยมด้วยความหมายนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน ก๊อก ก๊อก ก๊อก! หมวดวิชาญ ลูกน้องคนสนิทของอัคนีผลักประตูเปิดพรวดเข้ามาโดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ หอบหายใจราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมาไกล "สารวัตรครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!" วิชาญละล่ำละลักพูดพลางยื่นแท็บเล็ตในมือมาตรงหน้าอัคนี "เราเพิ่งได้รับรายงานจาก สภ.บางพลี... มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ฝังอยู่ใต้พื้นปูนซีเมนต์ของโรงงานร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา และ..." อัคนีขมวดคิ้วรับแท็บเล็ตมาถือไว้ สายตากวาดมองภาพถ่ายหน้าจออย่างรวดเร็วก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง "และอะไรวะ? พูดให้มันเคลียร์สิวิชาญ!" อัคนีตะคอกเสียงเข้ม วิชาญกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมและสารวัตรสลับกันด้วยแววตาตื่นตระหนก "รอยสักรูป 'กุหลาบหนาม' ที่ต้นแขนขวาของศพ... มันเป็นลวดลายเดียวกับรอยสักของฆาตกรในคดีเมื่อห้าปีก่อน... คดีที่ ดร.ธันวา เคยเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญคนสำคัญ และเป็นคดีที่คนร้ายตัวจริง... ไม่เคยถูกจับมาลงโทษเลยครับ!" ผมรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและพิสูจน์ความจริงไปกับผมนะครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเลือดเย็นกับนายตำรวจสายดิ่ง: จารึกรอยเลือดก่อนฟ้าสาง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%