รอยแตกร้าวบนบาเรียเวทมนตร์รูปโดมสีฟ้าครามไม่ได้เกิดจากเสียงระเบิดกัมปนาท แต่มันเริ่มต้นด้วยเสียงกรอบแกรบราวกับน้ำแข็งบางๆ กำลังถูกเหยียบย่ำด้วยรองเท้าบูทเหล็กหนาหนัก ท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาลที่หอสมุดกลางสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเดีย
เซนหยุดมือจากการพลิกหน้ากระดาษตำราเวทมนตร์โบราณเล่มหนา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทางหน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ทันทีโดยสัญชาตญาณ สมองของเขาวิเคราะห์ความถี่ของการสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาทางพื้นหินอ่อนอย่างรวดเร็ว—ความถี่สามเฮิรตซ์ แรงกดทับระดับมหาศาล และที่สำคัญที่สุดคือ ความผิดปกติของมานาในบรรยากาศที่ดิ่งฮวบลงอย่างไร้เหตุผล
"ไม่ใช่การซ้อมระบบป้องกันภัยของอาจารย์..." เซนพึมพำเบาๆ น้ำเสียงเรียաբเฉยแต่แฝงไปด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด
ลีร่าที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดหมวดหมู่คัมภีร์เวทธาตุน้ำแข็งสะดุ้งเล็กน้อย เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แปลกปลอมในอากาศ นิ้วเรียวยาวที่ถือปากกาขนนกหยุดชะงัก ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนก "แรงกดดันนี่มัน... มานาปริมาณมหาสารกำลังกัดกร่อนเขตอาคมชั้นนอก... มีคนกำลังเจาะระบบป้องกันของสถาบัน!"
"ไม่ใช่แค่เจาะหรอกครับ ลีร่า" เซนลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกเจือปนแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความสนใจและความเย็นชาที่ถูกจุดขึ้นในอก "ดูที่หน้าต่างสครับ... อาคมสะท้อนแสงถูกบล็อกไปแล้วสามชั้นในเวลาไม่ถึงสองวินาที ฝ่ายตรงข้ามมีผู้เชี่ยวชาญด้านการถอดรหัสเวทมนตร์ระดับปรมาจารย์ หรือไม่ก็... พวกมันมีกุญแจหลักที่ต่อตรงกับแกนกลางสถาบัน"
ก่อนที่ลีร่าจะได้ทักท้วงด้วยกฎระเบียบข้อบังคับใดๆ เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ผ่ากลางความเงียบของค่ำคืน แรงอัดอากาศมหาศาลซัดกระหน่ำจนกระจกสีบานใหญ่แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วใสตกลงมากระทบพื้นส่งเสียงเพล้งพลั่งราวกับสายฝนคมกริบ
เซนพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อแขนของหญิงสาวแล้วดึงหลบหลังเสาหินแกรนิตหนาเตอะได้อย่างเฉียดฉิว ละอองควันสีดำสนิทพวยพุ่งเข้ามาแทนที่ออกซิเจนในห้อง กลิ่นอายของความตายและเวทมนตร์ต้องห้ามลอยคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้
"ทะ... ทางเข้าหลักถูกทำลายแล้ว!" ลีร่ากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเย็นจากพลังเวทในกายเธอก่อตัวเป็นเกราะน้ำแข็งบางๆ ปกป้องผิวหนังจากเศษซากปรักหักพัง "ใครกันที่กล้าบุกเข้ามาในเขตการศึกษาที่มีมหาปราชญ์คุ้ม
กันถึงสามคน?"
"คำถามนั้นเก็บไว้ถามตอนที่เรายังมีชีวิตรอดดีกว่าครับ" เซนกล่าวเสียงกระซิบ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองผ่านความมืดออกไปยังโถงทางเดิน
เงาร่างนับสิบในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน ปลายไม้เท้าของพวกมันส่องแสงสีม่วงคล้ำอันเป็นเอกลักษณ์ของ 'เวทมนตร์ดีบัฟสายมืด' สภาวะผิดปกติถูกแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง พื้นหินอ่อนที่เคยแข็งแกร่งกลับถูกกัดกร่อนจนกลายเป็นสีดำและผุกร่อนกลายเป็นฝุ่นผงภายในพริบตา
เซนหรี่ตาลง วิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์ที่อีกฝ่ายกำลังใช้งานในหัวอย่างรวดเร็ว ระบบตรรกะในสมองทำงานแข่งกับเวลา *'ความหนาแน่นของมานา 85 เปอร์เซ็นต์ รูปแบบการร่ายเวทแบบกลุ่ม... พวกมันไม่ได้มาเพื่อปล้นสะดม แต่ตั้งใจจะลบข้อมูลในหอสมุดและเก็บกวาดทุกคนที่ขวางทาง'*
"ลีร่า ใช้เวท 'กำแพงกระจกน้ำแข็ง' สะท้อนการโจมตีระลอกแรกที่กำลังจะมาถึงทางทิศสามนาฬิกาครับ ส่วนผมจะจัดการกับตัวนำทางของพวกมันเอง" เซนสั่งการด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและทรงอำนาจอย่างประหลาด จนลีร่าเผลอพยักหน้ารับคำสั่งโดยไม่ลังเล แม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าและเป็นเพียงแค่นักเรียนปีสองเช่นเดียวกับเธอก็ตาม
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่ฝ่ามือ ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งออกมาราวกับพายุหิมะขนาดย่อม กำแพงน้ำแข็งใสแจ๋วหนาเกือบสามนิ้วผุดขึ้นมาจากพื้นหินขวางกั้นระหว่างพวกเขากับกลุ่มผู้บุกรุกได้อย่างแม่นยำ
*เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!*
ลำแสงสีม่วงเข้มพุ่งเข้าปะทะกับกำแพงน้ำแข็งอย่างจัง แรงสั่นสะเทือนสะท้อนกลับจนพื้นห้องสั่นไหว ลีร่าหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับเพราะพลังเวทของเธอถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็วจากการต้านทานการโจมตีระดับสูง
"ต้านไม่ไหวแน่... เวทของพวกมันมีคุณสมบัติ 'สลายมานา' ด้วย!" ลีร่าร้องเตือน เสียงหอบหายใจเริ่มขาดช่วง
"ผมรู้ครับ" เซนก้าวออกมาจากหลังเสาหิน ดวงตาของเขาฉายประกายสีทองจางๆ ซึ่งเป็นสัญญาณของการเปิดใช้เนตรวิเคราะห์ขั้นสูงสุด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและสติปัญญาที่เหนือกว่าสถานการณ์
เซนยกมือขึ้นดีดนิ้วเบาๆ
*แปะ...*
ท่ามกลางเสียงระเบิดและเสียงคำรามของผู้บุกรุก เสียงดีดนิ้วของเซนกลับดังชัดเจนก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน ทันใดนั้น วงแหวนเวทสีเทาหม่นขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของกลุ่มผู้บุกรุกโดยที่พวกมันไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย
"นะ... นี่มันเวทอะไรกันวะ?" หัวหน้ากลุ่มผู้บุกรุกในชุดคลุมสีดำสนิทชะงักฝีเท้า มันก้มมองวงแหวนเวทที่กำลังเรืองแสงแปลกประหลาดด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพยายามจะร่ายเวทโต้กลับ มานาในร่างกายกลับไหลย้อนกลับและสร้างความเจ็บปวดราวกับถูกไฟแผดเผา
"เวทดีบัฟที่พวกคุณถนักไงครับ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นัยน์ตาคู่นั้นมองตรงไปยังหัวหน้ากลุ่มด้วยความเวทนา "แต่ผมแค่ปรับแต่ง 'เงื่อนไข' ให้มันย้อนกลับมาทำงานกับผู้ใช้ในอัตราสามร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง"
สิ้นคำพูดของเซน ร่างของกลุ่มผู้บุกรุกนับสิบก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพร้อมกัน ราวกับมีภูเขาขนาดย่อมมาทับถมไว้บนร่าง เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วโถงทางเดิน
ลีร่าอ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน การต่อที่เธอมองว่าเป็นการปิดฉากชีวิต กลับถูกเด็กหนุ่มข้างกายพลิกสถานการณ์ภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยการใช้ตรรกะเวทมนตร์ที่บิดเบี้ยวอย่างคาดไม่ถึง
ทว่า... ก่อนที่ความโล่งใจจะได้แผ่ซ่านไปทั่วห้อง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากบันไดวนเบื้องบน
*ตึง... ตึง... ตึง...*
ฝีเท้านั้นไม่ได้มาพร้อมกับความรีบร้อน แต่มันเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและกดดันยิ่งกว่ากลุ่มผู้บุกรุกชุดดำรวมกันเสียอีก ลีร่าหันขวับไปมองด้วยความหวาดระแวง ขณะที่เซนหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นขอบบันไดลงมา สวมหน้ากากโลหะสีเงินลายกางเขนกลับหัว รัศมีมานาสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาจากร่างของบุคคลนั้นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่นความร้อน
"ไม่เลว... เด็กน้อยปีสองแห่งอาร์เคเดีย" เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากเงินออกมา ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด ราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนในอดีต "เจ้าทำให้ลูกน้องไร้ฝีมือของข้าล้มลงได้... แต่ก็น่าเสียดาย ที่เป้าหมายที่แท้จริงของข้า ไม่ใช่หอนี้... แต่เป็นห้องใต้ดินชั้นที่เจ็ดต่างหาก"
ดวงตาภายใต้หน้ากากหันมาสบตากับเซนโดยตรง พร้อมกับที่พื้นหินทั่วทั้งสถาบันเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ประตูมิติสีดำสนิทขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือห้องโถง แรงดูดมหาศาลเริ่มดึงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปข้างใน
เซนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สมองประมวลผลความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ทั้งหมดในเสี้ยววินาที *'มันไม่ได้มาเพื่อทำลาย... แต่มันเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อให้เรามาติดกับที่นี่!'*
หน้ากากเงินยกย่องรอยยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะโยนวัตถุลึกลับบางอย่างลงบนพื้นตรงหน้าเซนและลีร่า วัตถุนั้นส่งเสียงติ๊กๆ ถี่ๆ พร้อมกับหน้าจอสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ—มันคือผลึกระเบิดมานาที่ถูกตั้งเวลาจุดชนวนไว้ในอีกห้าวินาทีข้างหน้า!
"ลาก่อน... ผู้ดูแลกฎแห่งตรรกะ"
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบวัตถุระเบิดมานาความหนาแน่นสูง ระดับภัยคุกคาม: SSS]
[เวลาที่เหลือก่อนการทำลายล้าง: 00:05... 00:04...]
เซนพุ่งเข้าประชิดตัวลีร่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ดวงตาของเขาฉายประกายเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะที่หน้าจอระบบกะพริบเตือนสีแดงฉานสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของเขาก่อนที่แสงสว่างสีขาวจะกลืนกินทุกสิ่ง...
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะครับ
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น•ตอนที่ 27
การจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีบัฟกับจอมขมังเวทย์ที่ไม่มีใครมองเห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!