“ถ้าคานตัวนี้ทรุดลงมาตอนสี่โมงเย็น คนที่จะซวยไม่ใช่ฉันที่เป็นอินฟลูฯ แต่คือคุณ... สถาปนิกผู้เพียบพร้อมที่มีรูปปั้นทองคำแปะหน้าผากต่างหากล่ะคะ”
เสียงหวานใสที่เจือความเยาะหยันเล็กน้อยดังแทรกเสียงตัดเหล็กของคนงานในไซต์ก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ปร (พะ-طร) ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย ดวงตากลมโตภายใต้แว่นกันแดดแบรนด์ดังหรี่มองร่างสูงโปร่งในชุดยูนิฟอร์มสถาปนิกสีเข้มที่สวมทับด้วยเสื้อกั๊กสะท้อนแสง หมวกนิรภัยสีขาวบนศีรษะไม่ได้ช่วยลดทอนความเย่อหยิ่งในแววตาคู่คมกริบนั้นลงได้เลยแม้แต่น้อย
ศตวรรษหยุดฝีมือที่กำลังก้มลงตรวจแบบแปลนในแท็บเล็ต เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ความกดดันรอบตัวพุ่งสูงขึ้นทันทีราวกับอุณหภูมิในเตาหลอม ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวหัวจรดเท้าด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับเธอนั้นเป็นเพียงเศษฝุ่นผงที่ติดอยู่บนรองเท้าเซฟตี้ราคาแพงของเขา
“ถ้าคุณมีเวลาว่างมาเดินกะเกณฑ์เรื่องโครงสร้างที่ตัวเองไม่มีความรู้แม้แต่น้อย แทนที่จะเอาเวลาไปยืนโพสต์ท่าถ่ายรูปกับกระสอบปูนเพื่อเรียกยอดไลก์... ผมว่าคุณควรเอาสมองไปคิดคำโปรโมทโครงการให้มันพ้นขีดจำกัดความไร้สาระดีกว่าไหมครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่เฉียบคมราใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง พรถึงกับสูดหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม เธอถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
“ปากคอเราะร้ายแบบนี้... ชาติก่อนเกิดเป็นตะไบเหล็กเหรอคะคุณสถาปนิก หรือว่าปมด้อยในวัยเด็กมันทำให้คุณต้องทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจคอยจิกกัดคนอื่นไปทั่วแบบนี้” พรย่างสามขุมเข้าไปประชิด ร่างเพรียวบางหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูน สร้างความปั่นป่วนในอากาศรอบตัวอย่างประหลาด “จำไว้นะคะ ว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้มีแค่แบบแปลนบ้าๆ ของคุณ แต่มันมีหน้าตาของฉันและเงินลงทุนมหาศาลที่ต้องใช้กู้ชื่อเสียงบริษัทคุณกลับมาด้วย!”
ศตวรรษไม่ถอยหลังหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาหาเธอเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยประกายแสงบางอย่างที่อ่านไม่ออก มือหนาที่ถือแท็บเล็ตอยู่กระชับแน่นขึ้นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว
“ถ้าคิดว่าแบบแปลนของผมมันบ้า คุณก็คงเป็นพวกสติไม่สมดีที่กล้าเอาตัวเองมาผูกติดกับมัน” ศตวรรษกระซิบเสียงต่ำ ทว่าชัดเจนทุกพยางค์ในระยะประชิดที่ทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน “ถอยไปซะ... ไซต์งานไม่ใช่รันเวย์แฟชั่นโชว์ และผมก็ไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับคนอวดดี”
เขาสลัดความสนใจจากเธอแล้วก้าวเดินผ่านไปอย่างไร้เยื่อใย ทว่าพรไม่มีวันยอมจำนนให้กับการดูถูกเหยียดหยามแบบนี้ มือเรียวคว้าหมับเข้าที่แขนเสื้อกั๊กของเขาเพื่อดึงรั้งไว้
“เดี๋ยวสิคะ! เรายังเคลียร์กันไม่จบ—”
อุบัติเหตุเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที พื้นปูนที่เพิ่งเทใหม่แต่ยังแห้งไม่สนิทเกิดการทรุดตัวลงเล็กน้อยจากการรับน้ำหนักกะทันหัน ร่างของพรเซถลาด้วยความตกใจ ศตวรรษหันกลับมาคว้าเอวบางไว้ตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนกองทรายเนื้อละเอียดที่ทางโครงการเตรียมไว้สำหรับงานฉาบ
ตุบ!
ความนุ่มของกองทรายช่วยรับแรงกระแทกไว้ได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความเจ็บปวด หากเป็นตำแหน่งร่างกายในตอนนี้ พรนอนหงายอยู่เบื้องล่าง โดยมีศตวรรษใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งค้ำยันพื้นไว้คร่อมทับเธออยู่ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตร จนได้ยินเสียงลมหายใจและสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของกันและกัน
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ริมฝีปากอิบอิ่มเผยอค้างเล็กน้อย ขณะที่แววตาดุดันของสถาปนิกหนุ่มจอมเนียบเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำและดุดันในอีกรูปแบบหนึ่ง... สายตาที่กวาดมองริมฝีปากเธอนานเกินความจำเป็น
“ปล่อยนะ...” พรกระซิบเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจทั้งหมดหายลายไปในอากาศ
ศตวรรษไม่ยอมขยับ เขายังคงตรึงร่างเธอไว้ใต้เงาร่างของตัวเอง ปลายจมูกโด่งเกือบจะแตะโดนแก้มเนียนอยู่รำไร ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเย้าหยวนเป็นครั้งแรก
“ไหนบอกว่าไม่กลัวไงครับ... ตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้ จะให้ผมช่วยอุ้มออกไปจากกองทราย หรือจะนอนให้ผมมองหน้าแบบนี้ต่อไปดีล่ะครับคุณอินฟลูเอนเซอร์”
พรเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ก่อนที่เธอจะทันได้สวนกลับด้วยคำพูดเผ็ดร้อน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากผู้รับเหมาก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนใจเต้นนั้น
“คุณศตวรรษครับ! ทางวิศวกรใหญ่จากสำนักงานใหญ่มาถึงแล้วครับ กำลังรอตรวจความเรียบร้อยอยู่ที่ห้องประชุมชั่วคราว!”
ศตวรรษชะงัก สายตาที่กำลังไล่สายตาสำรวจใบหน้าของหญิงสาวค่อยๆ ถอนออกอย่างเสียดาย เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างสง่างาม ปัดเศษทรายตามเสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะก้มลงมองพรที่ยังคงนอนค้างอยู่บนกองทรายด้วยสายตานิ่งสนิทเช่นเดิม
“ลุกขึ้นมาได้แล้วครับ... หมดเวลาเล่นละครแล้ว”
เขายื่นมือหนาออกมาเบื้องหน้า—มือที่ดูแข็งกระด้างแต่มั่นคง ราวกับจงใจท้าทายให้เธอยอมรับความพ่ายแพ้ในยกแรกนี้
พรขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ เธอปัดมือเขาทิ้งอย่างไม่ไยดีแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง ปัดฝุ่นตามตัวป้อยๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นใส่อย่างไม่ยอมแพ้
“ไม่ต้องมาทำเป็นสุภาพบุรุษหรอกค่ะ ฉันลุกเองได้!”
ศตวรรษแค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกขันกับความพยศนั้น เขากำลังจะหันหลังเดินกลับไปหาแขกคนสำคัญ ทว่าก้าวเท้าได้เพียงก้าวเดียว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็แผדเสียงดังขึ้น
หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าทำให้ใบหน้าเรียบเฉยของสถาปนิกหนุ่มตึงเครียดขึ้นในทันที... เป็นสายจาก "ท่านประธาน" ผู้เป็นบิดา ผู้ที่กุมชะตากรรมทั้งหมดของตระกูลและโปรเจกต์นี้ไว้
ศตวรรษกดรับสายโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มเข้มของบิดาดังลอดออกมาผ่านลำโพงจนพรที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินอย่างชัดเจน
*“ศตวรรษ... แกอยู่ที่ไซต์ใช่ไหม พา ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ของแกมารายงานตัวที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ อย่าให้ฉันต้องรอนาน”*
ศตวรรษชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองหน้าพรทันทีด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว ขณะที่พรซึ่งยืนฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อตระหนักได้ว่า... 'ว่าที่คู่หมั้น' ที่ท่านประธานพูดถึง ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือตัวเธอนั่นเอง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักแบบฉบับกำมะหยี่สีแดงในตอนนี้นะคะ!
สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์ทวงคืนหัวใจ•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแรกที่ไร้รอยต่อ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์ทวงคืนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
