สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์ทวงคืนหัวใจ•ตอนที่ 2

คำวิจารณ์ที่บาดหู

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
ห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบห้าของบริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศเงียบกริบ ชนิดที่หากเข็มสักเล่มตกกระทบพื้นหินอ่อน คงมีสิทธิ์สะท้อนก้องจนแสบแก้วหู บรรยากาศภายในอบอวลด้วยกลิ่นอายของความตึงเครียดที่ถูกขับเน้นด้วยแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟดีไซน์มินิมอลเหนือโต๊ะประชุมไม้โอ๊กตัวยาว ทว่าความอบอุ่นนั้นช่างสวนทางกับอุณหภูมิความเดือดดาลในใจของคนทั้งห้องอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคู่คมของศตวรรษยังคงจดจ้องอยู่ที่ร่างบางของคนที่ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความระอาปนความหงุดหงิดที่ฉายชัดผ่านม่านตา พรสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกปั่นป่วนที่ตีรวนขึ้นมาในอกเมื่อนึกถึงคำพูดประกาศิตของท่านประธาน—บิดาผู้ไม่เคยประนีประนอม—ที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องนี้เมื่อหนาทีก่อน พร้อมทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ว่า 'ว่าที่คู่หมั้น' ของเขาคือผู้หญิงคนนี้... คนที่เขากำลังจะจิกหัวใจเละด้วยปลายปากกาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า "ถ้าคิดว่าใช้เรื่องการคลุมถุงชนมาเป็นเกราะกำบังให้งานห่วยๆ ชิ้นนี้รอดตัวไปได้ล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยว่าฝันไปเเถอะค่ะ คุณพร" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นดังขึ้นทำลายความเงียบ ศตวรรษทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท แขนแกร่งยกขึ้นกอดอก ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยในท่าทางที่ตะโกนคำว่า 'เหนือกว่า' ออกมาอย่างชัดเจน พรเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความประหม่าเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้นที่ถูกจุดประกายขึ้นในดวงตากลมโต เธอวางมือลงบนแฟ้มเอกสารสีดำสนิท สะบัดหน้าเชิดใส่ผู้ชายปากร้ายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี "ฉันไม่ได้เอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานค่ะ ท่านประธานบริษัท... อ้อ หรือควรเรียกว่า 'ว่าที่คู่หมั้น' ดีล่ะคะ?" พรจงใจเน้นเสียงตรงคำหลังด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ "แต่ดูจากท่าทีของคุณแล้ว สงสัยจะกลัวว่าแบบแปลนศตวรรษกลางชิ้นนี้จะโดนฉันสับเละจนไม่เหลือชิ้นดี ถึงได้หาทางดิสเครดิตฉันตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มพรีเซนต์ซะมากกว่านะคะ" เสียงสูดลมหายใจเข้าพร้อมกันของทีมงานสถาปนิกและฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่นั่งล้อมรอบโต๊ะดังขึ้นเบาๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าอินฟลูเอนเซอร์สาวสายลุยคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับสถาปนิกมือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและปากคอเราะร้ายที่สุดในวงการได้อย่างไม่มียั้ง ศตวรรษแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองเธอราวกับกำลังมองแมวตัวน้อยที่พยายามกางกรงเล็บขู่พยัคฆ์ "ปากเก่งดีนี่... หวังว่าฝีมือในการทำงานจะคมคายเท่าคำพูดก็แล้วกัน เปิดโปรเจกต์ของคุณสิ ฉันอยากเห็นเต็มทีแล้วว่าไอ้ 'คอนเซปต์เชื่อมโยงอดีตสู่ยุคดิจิทัล' ที่คุณโม้ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน มันจะทุเรศทุรังขนาดไหนเวลาเอามาลงบนแบบแปลนของจริง" สิ้นคำพูดนั้น พรก็ตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เธอไม่รอช้า กดรีโมทเปลี่ยนสไลด์บนจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังทันที ภาพแบบแปลนตึกคอมเพล็กซ์รูปทรงโค้งมนสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกปรากฏขึ้น พร้อมกับตัวเลขสถิติและกราฟวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการศึกษา "แบบแปลนศตวรรษกลางที่คุณออกแบบมา มันสวยค่ะ... สวยจนเหมือนงานประติมากรรมในพิพิธภัณฑ์ที่แตะต้องไม่ได้" พร้าวเดินออกมายืนกลางห้อง น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกถ้อยคำ "แต่นั่นแหละคือปัญหา คุณดีไซน์ตึกนี้เพื่อสนองอีโก้และความสมบูรณ์แบบในฐานะสถาปนิกตระกูลดัง โดยลืมมองไปว่า... มนุษย์เงินเดือนและวัยรุ่นเจนซีที่ต้องมาใช้งานตึกนี้ทุกวัน เขาไม่ได้อยากเดินเข้าไปในหอศิลป์เข้มงวด เขากับพื้นที่ที่หายใจได้ พื้นที่ที่เปิดกว้าง และต้อนรับไลฟ์สไตล์ที่รวดเร็วต่างหากล่ะคะ" ศตวรรษขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่หน้าจอ ภาพกราฟฟิกที่เธออธิบายกำลังทุบทำลายแนวคิดการออกแบบที่เขาภาคภูมิใจทีละน้อย ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่ปะทุขึ้นจากแรงปะทะทางความคิด "ตรรกะพังๆ ของคุณนี่มันตลกสิ้นดี" ศตวรรษลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะประชุม โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันเธอด้วยส่วนสูงและรัศมีที่น่าเกรงขาม "ตึกนี้ถูกออกแบบตามสัดส่วนทองคำและหลักสถาปัตยกรรมยั่งยืนที่คำนึงถึงทิศทางลมและแสงแดดทุกองศา ถ้าฉันทำตามที่คุณเสนอ... พังทลายโครงสร้างหลักเพียงเพราะอยากเอาใจวัยรุ่นที่เปลี่ยนเทรนด์ไปทุกสามเดือน งานของฉันก็ไม่ต่างอะไรกับสังกะสีมุงเพิงสิคะคุณพรรัมภา" "ถ้างานสถาปัตยกรรมของคุณมันดีเลิศประเสริฐศรีจนแตะต้องไม่ได้ ทำไมปีที่แล้วโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ฝั่งธนถึงเจ๊งไม่เป็นท่าเพราะคนไม่เข้าไปใช้พื้นที่ล่ะคะ?" พรสวนกลับทันควันโดยไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "เพราะคุณมันพวกโลกแคบที่มองไม่เห็นหัวคนใช้งานจริงไงคะ! มัวแต่ก้มหน้าก้มตาคำนวณสัดส่วนบนกระดาษ จนลืมไปว่าสถาปัตยกรรมที่ดีมันต้องมี 'หัวใจ' ไม่ใช่มีแต่โครงสร้างปูนเปลือยที่เย็นชาแบบนี้!" บรรยากาศในห้องราวกับมีประกายไฟกระเด็นออกมาจากสายตาของทั้งคู่ ทีมงานทุกคนต่างกลืนน้ำลายเอื้อมระอา ไม่มีใครกล้าหายใจแรงด้วยซ้ำเมื่อเห็นว่าการถกเถียงเรื่องงานกำลังลุกลามกลายเป็นสงครามประสาทส่วนตัวที่ดุเดือดเลือดพล่าน ศตวรรษนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่แดงก่ำด้วยความโกรธ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ความจริงที่เธอกลัดออกมาเมื่อครู่—เรื่องโปรเจกต์ฝั่งธน—คือแผลเป็นในใจที่เขาไม่เคยยอมรับกับใคร และเธอกลับขยี้มันอย่างไร้ความปรานี ทว่า... แทนที่เขาจะโกรธจนสติหลุดอย่างที่ควรจะเป็น ศตวรรษกลับรู้สึกว่าหัวใจข้างซ้ายมันกระตุกวูบอย่างประหลาด รอยยิ้มหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากหนา เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่พวงแก้มเนียนจนพรต้องผะงกตัวถอยหลังด้วยความตกใจ "ปากเก่งนักนะ..." เสียงกระซิบต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเค้นเขี้ยว แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายที่ร้อนแรงจนน่ากลัว "ในเมื่อเธอบอกว่ามันไม่มีหัวใจ งั้นก็แสดงให้ฉันเห็นสิคะ... ว่าอินฟロลูเอนเซอร์ปากดีอย่างเธอ จะกล้าพอที่จะมา 'เปลี่ยน' หัวใจของฉันด้วยตัวเองหรือเปล่า" พรเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรำกระหน่ำในอกด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมดเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส จนสมองที่เคยประมวลผลคำพูดได้อย่างเฉียบคมเมื่อครู่กลับขาวโพลนไปหมดชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากเถียงกลับ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันด้วยฝีมือของเลขาหน้าตาตื่น "ท่านประธานคะ... คุณหญิงแม่โทรมาสายตรงจากมิลานค่ะ บอกว่าให้ตามคุณศตวรรษกับคุณพรรัมไปลองชุดแต่งงานเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความปากร้ายแต่คลั่งรักของพวกเขานะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์ทวงคืนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%