เสียงกรรไกรตัดเหล็กที่กรีดผ่านคานรับน้ำหนักเก่าคร่ำคร่า ดังบาดประสาทจนพายุต้องยกมือขึ้นขยี้ขมับด้วยความหงุดหงิด ขณะที่เรย์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอ่อนอยู่กลางไซต์งานรีโนเวตตึกเก่า ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นตากรอบเงินจดจ้องรอยแยกขนาดยักษ์บนผนังปูนเปลือยที่เพิ่งถูกกะเทาะออก เผยให้เห็นอิฐมอญสีแดงเข้มขึ้นราและโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิมเขรอะที่บิดเบี้ยวราวกับกระดูกสันหลังของสัตว์ประหลาดที่กำลังจะหักโค่น
"ผมเตือนคุณแล้วว่าตึกนี้มันหมดสภาพตั้งแต่สามสิบปีที่แล้ว" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ลดลงรอบตัว "แต่คุณ... ดีไซน์เนอร์ผู้รักความอาร์ต กลับยืนกรานว่าจะเก็บผนังรับน้ำหนักพวกนี้ไว้เพื่อโชว์เท็กซ์เจอร์ดิบๆ งี่เง่าแบบนั้นสินะครับ"
พายุหันขวับ ดวงตากลมโตตวัดมองสถาปนิกจอมเนี้ยบด้วยความไม่สบอารมณ์ ปากบางสีพีชเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย
"แล้วคุณเป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจหรือไงคุณเรย์! ถ้าทุบผนังนี้ทิ้งแล้วเทคานคอนกรีตทับ มันจะเหลือวิญญาณความเป็นวินเทจอะไรให้อาคารนี้อีก? คุณมองเห็นแค่ตัวเลขในแบบแปลน แต่ไม่เคยเห็นเรื่องราวที่ซ่อนอยู่หลังอิฐพวกนี้เลยสักนิด!"
"เรื่องราวมันกินไม่ได้หรอกนะครับ ถ้าตึกมันถล่มทับหัวคนตายคาเซฟเฮาส์ของคุณขึ้นมา" เรย์ก้มหน้าลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนพายุต้องชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ กับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ ของคนตรงหน้า "โครงสร้างส่วนนี้รับน้ำหนักเกินพิกัดมานานเกินไปแล้ว แรงสั่นสะเทือนจากการรีโนเวตเมื่อเช้าทำให้รอยร้าวขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกสามมิลลิเมตร... และถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างภายในวันนี้ ทุกอย่างที่เราสร้างมาจะพังครืนลงมาเป็นขยะกองโต"
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เมฆที่ยืนถือแท็บเล็ตอยู่ห่างออกไปรีบถอยหลังกรูด ทำทีเป็นสนใจเสาปูนแถวนั้นทันทีเพื่อหลีกทางให้รัศมีอำมหิตระหว่างเพื่อนสนิทกับสถาปนิกหนุ่มที่กำลังแผ่ขยาย
พายุกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะเก่งและพร้อมจะเถียงกลับทุกคำพูด แต่สายตาที่จริงจังไร้ซึ่งความหยิ่งผยองของเรย์ในตอนนี้ กำลังบอกเขาว่า... อีกฝ่ายไม่ได้ขู่
"แล้ว... แล้วเราต้องทำยังไงล่ะ?" พายุยอมผ่อนเสียงลงอย่างเสียไม่ได้ ความดื้อรั้นถูกแทนที่ด้วยความกังวลที่ฉายชัดผ่านดวงคู่นั้น "จะให้รื้อทิ้งหมดจริงๆ เหรอ?"
"ไม่ต้องรื้อ... แต่ต้องค้ำยันชั่วคราวและฉีดอีพ็อกซี่เรซิ่นแรงดันสูงเพื่อประสานรอยร้าว" เรย์ถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับความหัวดื้อของนายเอก ก่อนที่น้ำเสียงดุดันจะอ่อนลงโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นไหล่บางลู่ลงเล็กน้อย "และคุณ... ต้องเลิกเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งในการทำงานสถาปัตยกรรมสักที เข้าใจไหมครับ"
ก่อนที่พายุจะได้อ้าปากสวนกลับคำว่า 'คุณ' ด้วยประโยคแซ่บๆ สักชุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมบทสนทนาก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าโกดังเก่า
"ผมบอกแล้วไงครับว่าผมมีใบนัดตรวจไซต์งานวันนี้..."
ร่างสูงโปรดของแขกผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางแสงสว่างสลัว ดวงตาของพายุเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน ความทรงจำเก่าๆ ที่พยายามฝังกลบมาตลอดหลายปีพรั่งพรูขึ้นมาในเสี้ยววินาที ขณะที่เรย์หรี่ตาลง มองผู้มาใหม่สลับกับพายุด้วยรังสีอำมหิตที่พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
ชายแปลกหน้าผู้มาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์กวาดสายตามองมาที่พายุ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้บรรยากาศในไซต์งานเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม
"อ้าว... ไม่เจอกันนานเลยนะพายุ จำพี่ชายคนนี้ไม่ได้แล้วเหรอ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 16
รอยร้าวในโครงสร้าง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!