โลหิตสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเสียงซู่ซ่าราวน้ำกรดกัดกร่อนแผ่นดิน นั่นคือพิษโลหิตมารสลายวิญญาณที่กัดกินชีพจรของมู่หรงเซียนจนใกล้แตกดับ
เฟยหลงไม่กล่าวคำใด แววตาของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ฉายประกายความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าลึกซึ้งดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง เขาประคองร่างอันบอบบางของนางเซียนแห่งสำนักเมฆาคล้อยไว้ในอ้อมแขน ความหนาแน่นของพลังปราณฟ้าดินรอบกายปั่นป่วนจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม
"เฟยหลง... ท่าน... ไยต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับสตรีมารเช่นข้า..."
เสียงของมู่หรงเซียนแหบพร่า ริมฝีปากที่เคยงดงามราวกลีบเหมันต์บัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด นางพยายามเบือนหน้าหนีด้วยความถือดี แต่นัยน์ตาคู่คมที่เคยเยชาดั่งหิมะโปรยกลับสั่นระริก หยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอที่นางไม่เคยหลั่งให้ผู้ใด กลับร่วงหล่นลงสัมผัสหลังมือของเขา
"หุบปากซะ มู่หรงเซียน"
เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มทรงพลัง ดุดันแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนที่สตรีใดในยุทธภพไม่เคยได้รับ "ในเมื่อข้าเลือกที่จะชักกระบี่ปกป้องเจ้าแล้ว ชีวิตของเจ้าก็คือกรรมสิทธิ์ของข้า ต่อให้เป็นเงื้อมมือของอัครเสนาบดีมาร หรือแม้แต่กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ หากมันบังaniอาจหาญคร่าเอาลมหายใจของเจ้าไป... ข้าผู้นี้ก็จะใช้กระบี่ในมือฟันฝ่ามันให้สิ้นซาก!"
สิ้นคำประกาศิต โคตรพลังปราณแท้จริงสายหนึ่งก็ระเบิดออกจากตัน티นของเฟยหลง มันคือวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ หลอมรวมเข้ากับเคล็ดวิชาหลอมกายาเก้าสวรรค์ ร่างกายของเขาแผ่ไอสีครามเข้มข้นราศีกดดันจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว
เขาวางฝ่ามือลงบนแผ่นหลังบอบบางที่ชุ่มโชกด้วยเหงื่อเย็นเยียบของนางเซียน ถ่ายทอดพลังปราณอุ่นร้อนบริสุทธิ์เข้าไปเพื่อเปิดจุดชีพจรที่ถูกพิษปิดตาย
*อั๊ก!*
กระแสพลังที่ปะทะกันภายในร่างทำให้เฟยหลงต้องกระอักโลหิตคำโตออกมา ความเจ็บปวดจากการสะท้อนกลับของพิษมารเสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกดำ ทว่าสีหน้าของเขากลับไม่แม้แต่จะบิดเบี้ยว ร่างกายกำยำยังคงตั้งตรงดั่งต้นสนกลางพายุหิมะ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของมู่หรงเซียน ส่งผ่านความอบอุ่นและความตั้งใจอันแน่วแน่ผ่านฝ่ามือที่แนบสนิท
"อดทนไว้... หายใจตามจังหวะของข้า..."
มู่หรงเซียนสะท้านเฮือกเมื่อพลังปราณอันมหาศาลทะลักเข้าสู่จุดตันตินของนาง มันเจ็บปวดทรมานราศีกระดูกถูกบดละเอียดเป็นผุยผง ทว่าท่ามกลางความหน็บหนาวของพิษร้าย กลับมีกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งโอบกอดดวงวิญญาณของนางไว้ ดั่งแสงตะวันแรกแห่งรุ่งอรุณที่สาดส่องทำลายล้างความมืดมิด
นางแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองบุรุษผู้สวมอาภรณ์สีครามขาดวิ่น หยาดเหงื่อที่ไหลรินตามกรอบหน้าคมคาย ผสมผสานกับความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในแววตาคู่นั้น ทำให้หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตของธิดาสำนักเมฆาคล้อยสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดหลั่งไหลเข้าสู่ก้นบึ้งจิตใจ นางไม่เคยรู้เลยว่า... การมีใครสักคนยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อความอยู่รอดของนาง จะให้ความรู้สึกอิ่มเอมและปลอดภัยถึงเพียงนี้
*วิ้ง—!*
เสียงกระบี่บินสั่นพ้องในฝักดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ไอพิษสีดำที่ปกคลุมร่างของมู่หรงเซียนค่อยๆ ระเหยกลายเป็นไอสีขาวบริสุทธิ์ ภายใต้การโคจรพลังอันเหนือมนุษย์ของเฟยหลง จุดชีพจรที่อุดตันนับร้อยถูกทะลวงเปิดออกทีละจุด สัจธรรมแห่งฟ้าดินถูกหลอมรวมเข้าสู่ลมหายใจของคนทั้งสอง
ทว่า ในวินาทีที่พิษร้ายกำลังจะถูกขับออกจากร่างจนหมดสิ้น และหยาดเหงื่อสุดท้ายร่วงหล่นลงพื้น...
แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
หมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินรอบวิหารร้างอย่างฉับพลัน เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานเสียดแก้วหู ราวกับเสียงกู่ร้องของภูตผีจากขุมนรกภูมิที่แปด
*ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง จอมยุทธ์เฟยหลง! น่าเสียดายนัก... ที่หยาดเหงื่อและลมหายใจที่เจ้าทุ่มเทรักษาให้นาง จะกลายเป็นเครื่องเซ่นสังเวยให้แก่แผนการอันยิ่งใหญ่ของข้า!*
เงาร่างมหึมาสายหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ที่พุ่งตรงเข้ากดทับหลังของเฟยหลงอย่างเหี้ยมเกรียม!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับมังกรครามท่องภพนะครับ
กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา•ตอนที่ 15
หยาดเหงื่อและลมหายใจ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!