เลือด... หยดลงบนพื้นหินแกรนิตสีเทา เกิดเสียงสะท้อนกังวานดั่งเสียงระฆังมรณะในความเงียบงันของหุบเขาเมฆา
บรรยากาศรอบกายในยามนี้อัดแน่นไปด้วยกลิ่นไอสังหารที่เข้มข้นจนแทบจะควบแน่นเป็นหยาดหยดของเหลว ท้องนภามืดครึ้มด้วยเมฆหมอกสีชาดที่เคลื่อนตัวหมุนวนดั่งพายุคลั่ง แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นจากการกดทับของค่ายกลกระบี่นับร้อยที่รายล้อมพื้นที่รัศมีร้อยลี้เอาไว้จนมิดชิด ไม่มีหนทางให้หลบหนี และไม่มีทางให้ถอยหลัง
"เฟยหลง... เจ้าเลือกเส้นทางที่ไร้ทางออกด้วยตนเอง"
เสียงกังวานใสราวกระดิ่งเงิน ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปีดังขึ้นจากเบื้องบน
บนยอดผาสูงชัน ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่แปรปรวน นางคือ มู่หรงเซียน ธิดาแห่งสำนักเมฆาคล้อย ผู้ถือครองกระบี่ธาราใส ใบหน้าของนางงดงามล่มเมืองไร้ที่ติ ทว่าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ดวงตาคู่งามคมกริบดั่งกระบี่เพชรจ้องมองลงมาที่เบื้องล่าง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางจนเหล่าศิษย์สำนักเดียวกันที่รายล้อมอยู่ยังต้องตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใจกลางค่ายกลยังคงสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเปื้อนรอยเลือดจางๆ ดวงตาของเขาคมปราบดั่งพญาอินทรีที่มองทะลุปรุโปร่งถึงสัจธรรมแห่งความเป็นความตาย ในมือขวาของเขาถือกระบี่เหล็กไร้ชื่อเล่มหนึ่ง มันเก่าคร่ำคร่าและมีรอยบิ่น ทว่ากลับแผ่ซ่านไอสังหารที่สะท้านสะเทือนฟ้าดินออกมาอย่างต่อเนื่อง
เฟยหลงเงยหน้าขึ้นสบตากับมู่หรงเซียน ริมฝีปากหยักลึกยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน
"ทางออกหรือ?" เฟยหลงแค่นหัวเราะเสียงต่ำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่มั่นคงดั่งขุนเขา "มู่หรงเซียน เจ้าและสำนักเมฆาคล้อยของเจ้า ยอมก้มหัวให้แก่เงาอัสดงของอัครเสนาบดีมาร สูญสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีแห่งวิถียุทธ แล้วยังมีหน้ามากล่าวคำว่า 'เส้นทางที่ไร้ทางออก' กับข้าอีกงั้นหรือ?"
คำพูดนั้นราวกับคมกระบี่ที่พุ่งปักเข้ากลางใจของมู่หรงเซียน ร่างบางสะท้านเฮือกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาไหววับชั่วขณะ ความเจ็บปวดสายหนึ่งฉายชัดขึ้นในแววตาก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความเย็นชาตามเดิมอย่างรวดเร็ว
"เจ้าไม่เข้าใจ..." มู่หรงเซียนเอ่ยเสียงเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่ถูกพายุกลืนกิน "นี่คือวิถีแห่งความอยู่รอด... ยุทธภพนี้ไม่มีที่ยืนให้แก่ผู้ที่ดึงดันฝืนลิขิตสวรรค์"
"ถ้าเช่นนั้น ข้า... เฟยหลงผู้นี้ จะใช้กระบี่ในมือตัดฟ้าคว่ำแผ่นดิน ทะลายลิขิตสวรรค์บ้าๆ นั่นให้สิ้นซาก!"
สิ้นเสียงคำราม กายาของเฟยหลงพลันระเบิดแสงสีครามเจิดจ้า พลังปราณระดับกำลังภายในขั้นบรรลุวิถีทะลักทลายออกมาจากจุดตันtian (จุดตันเถียน) สร้างเป็นคลื่นกระแทกพัดพาร่างของศิษย์สำนักเมฆาที่อยู่ใกล้ที่สุดปลิวถอยหลังไปคนละทิศคนละทาง
*โครม!*
พื้นหินแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ร่างของเฟยหลงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งมังกรทะยานสวรรค์ กระบี่ในมือสั่นระริก ส่งเสียงคำรามราวกับกระหายเลือด มันคือเจตจำนงแห่งกระบี่ที่หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของผู้ถือครอง เด็ดขาด กล้าหาญ และไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด
"ตั้งค่ายกลเก้าสวรรค์ดับวิญญาณ!" มู่หรงเซียนสะบัดมือเรียวงาม กระบี่ธาราใสในมือพุ่งออกจากฝัก เปล่งประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบทั่วทั้งหุบเขา นางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แม้ในใจจะปวดร้าวราวกถูกไฟสุม
กระบี่นับพันเล่มบนท้องฟ้าพุ่งเข้าหาเฟยหลงราวกับห่าฝนดาวตก แรงกดดันมหาศาลทำให้มิติรอบตัวบิดเบี้ยว นี่คือค่ายกลสังหารที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตเซียนแท้จริงยังต้องร่วงหล่น!
เฟยหลงไม่หลบหนี เขากางแขนออกเล็กน้อย หลับตาลงชั่วพริบตา ในห้วงความคิด ภาพความทรงจำทั้งหมดหลั่งไหลเข้ามา ความแค้น ความโดดเดี่ยว และ... ใบหน้าที่งดงามเย็นชาแต่น่าสงสารของสตรีที่ยืนอยู่เบื้องบน
*ช้ง!*
เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายตาดุจดั่งประกายไฟจากหินเหล็กไฟ ดาบเดียวดายพิชิตเซียนเมฆา... วิชากระบี่กระบวนท่าแรกถูกปลดปล่อย!
"กระบี่แรก... ตัดสะบั้นวาสนา!"
ประกายกระบี่สีครามเข้มข้นสายหนึ่งพาดผ่านผืนฟ้า มันยาวนับร้อยวา แหวกม่านเมฆและทำลายกระบี่นับพันเล่มให้แตกสลายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา พลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งตรงไปยังร่างของมู่หรงเซียนที่อยู่บนยอดผา!
มู่หรงเซียนเบิกตากว้าง นางไม่คาดคิดว่าหลังจากผ่านการต่อสู้อย่างต่อเนื่องมาสามวันสามคืน เฟยหลงจะยังมีพลังหลงเหลืออยู่มากถึงเพียงนี้ กระบวนท่านี้ทั้งรวดเร็วและรุนแรงเกินกว่าจะตั้งรับทัน
*ฉับพลันนั้นเอง—!*
เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งพุ่งทะลยาน1จากความมืดมิดเบื้องหลังมู่หรงเซียนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไอพลังมารสีดำสนิทแผ่พุ่งทะลักบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด มือสีขาวซีดราวกระดูกผีพุ่งเข้าคว้าหัวไหล่ของมู่หรงเซียนเอาไว้ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังเสียดแก้วหู
"ฮ่าๆๆๆ! นึกไม่ถึงเลยว่าจอมยุทธ์เฟยหลงจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้... เช่นนั้น แม่นางมู่หรงคนนี้ ข้าขอรับไว้ก่อนก็แล้วกัน!"
เฟยหลงชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว เมื่อร่างสีดำนั้นดึงตัวมู่หรงเซียนหายลับเข้าไปในรอยแยกของมิติที่เปิดออก ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ก้องกังวานอยู่ในสายลม และคมกระบี่ของเขาที่กำลังจะฟันผ่าร่างของนางไปถึงตัวในอีกไม่ถึงลมหายใจ!
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา•ตอนที่ 1
คมกระบี่ท่ามกลางพายุ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายพิชิตเซียนเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!