กับดักลวงบ่วงรัตติกาล•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของเจ้าพ่อ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“เซ็นเสีย... รินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในเงามืดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ พยัคฆ์โยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง เสียง ‘ปึก’ ของมันดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจางๆ และความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศ รินรดามองเอกสารชุดนั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว มือเรียวของเธอสั่นเทาขณะเอื้อมไปเปิดมันออก เนื้อความในนั้นไม่ใช่แค่สัญญาหนี้ แต่มันคือการ ‘โอนกรรมสิทธิ์ชีวิต’ ของเธอให้กลายเป็นสมบัติส่วนตัวของชายตรงหน้า—ชายผู้ทำลายทุกอย่างที่ครอบครัวเธอเคยสร้างมา “คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร...” รินรดาเงยหน้าขึ้น แววตาของเธอวูบไหวด้วยความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว “เงินที่พ่อฉันติดคุณ ผมจะหามาคืนให้ แม้ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม” พยัคฆ์เหยียดยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองร่างอรชรตรงหน้าอย่างจาบจ้วง ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเดินช้าๆ เข้ามาใกล้เธอ ทุกย่างก้าวของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาลจนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ “ทั้งชีวิตของเธอ... มันเทียบไม่ได้กับค่าเสียเวลาที่ฉันเสียไปหรอกนะ” พยัคฆ์ก้มลงกระซิบข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนคนตัวเล็กขนลุกซู่ “กฎเหล็กของฉันมีอยู่ข้อเดียว คือของที่ฉันหมายตาไว้... ต้องเป็นของฉันโดยสมบูรณ์ ไม่มีข้อแม้ ไม่มีเงื่อนไข และที่สำคัญ... ห้ามมีข้อโต้แย้ง” รินรดากำหมัดแน่น พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ “ฉันไม่ใช่สิ่งของ พยัคฆ์!” “งั้นหรือ?” มือหนาเชยคางเธอขึ้น บีบเบาๆ จนใบหน้าหวานต้องเงยสบตากับดวงตาสีดำสนิทที่ไร้ก้นบึ้ง “ถ้าไม่ใช่สิ่งของ ทำไมร่างกายเธอถึงสั่นขนาดนี้ล่ะ เวลาที่ฉันเข้าใกล้... เธอไม่ได้กลัวฉันหรอกรินรดา แต่เธอ ‘ต้องการ’ ที่จะถูกฉันกักขังต่างหาก” ถ้อยคำนั้นจี้แทงลงไปในใจกลางความรู้สึกของเธอ รินรดาหน้าชา ความโกรธแค้นประดังเข้ามาจนเธออยากจะกรีดร้อง แต่ภาพใบหน้าของผู้เป็นแม่ที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ภาพบ้านที่กำลังจะถูกยึด... มันคือโซ่ตรวนที่ดึงรั้งไม่ให้เธอขัดขืน “ถ้าฉันตกลง...” เธอเว้นจังหวะ เสียงสั่นเครือ “แม่ของฉันจะปลอดภัยใช่ไหม?” พยัคฆ์ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที—ร่องรอยของความอ่อนโยนที่ถูกกดทับด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง แต่เขาก็รีบทำลายมันทิ้ง “ตราบใดที่เธออยู่ในกรงของฉัน... ไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายคนของฉันได้ แม้กระทั่งความตาย” เขาขยับตัวเข้ามาประชิดจนหน้าอกกว้างสัมผัสกับไหล่บาง ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาทำลายปราการในใจของเธอให้พังทลายลงทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นอันตรายทำให้สติของรินรดาพร่าเลือน เธอรู้ดีว่านี่คือก้าวเข้าสู่ขุมนรก แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เธอจึงยอมคว้าปากกาด้ามหรูมาไว้ในมือ ในขณะที่ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษ พลันเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของพยัคฆ์ก็แผดเสียงดังขึ้น มันไม่ใช่สายเรียกเข้าธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ พยัคฆ์กดรับสาย ใบหน้าคมเข้มแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมในพริบตา เขารับฟังคำรายงานด้วยความเงียบ ก่อนจะวางสายแล้วจ้องมองไปที่บานประตูห้องทำงานด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ “คินน์...” พยัคฆ์พึมพำชื่อคู่ปรับเก่าออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เกิดอะไรขึ้น?” รินรดาถามด้วยความตระหนก พยัคฆ์หันกลับมามองเธอ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความอาฆาต ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแล้วดึงเข้าหาตัว “ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้จะมี ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ บุกเข้ามาในอาณาเขตของฉัน และที่น่าสนุกไปกว่านั้น... ดูเหมือนมันจะมาเพื่อทวงของที่มันคิดว่าเป็นของมันคืน” เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทางด้านหลังคฤหาสน์ แรงสั่นสะเทือนทำให้อุปกรณ์บนโต๊ะตกกระจายลงพื้น พยัคฆ์กึ่งลากกึ่งจูงร่างของรินรดาไปที่ประตูห้องนิรภัยที่ซ่อนอยู่หลังตู้หนังสือ เขากดรหัสอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “เข้าไปข้างในนั่น แล้วอย่าออกมาจนกว่าฉันจะเรียก... เพราะต่อจากนี้ กฎเหล็กข้อแรกของฉันจะถูกบังคับใช้ด้วยเลือด” เขากำลังจะปิดประตูนิรภัย แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าของคนนับสิบที่กรูเข้ามาทางโถงทางเดินด้านนอกกลับหยุดชะงักลง ตามมาด้วยเสียงปรบมืออันคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางความโกลาหล “พยัคฆ์เพื่อนรัก... นายคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้ ‘สมบัติ’ ล้ำค่าชิ้นนี้ ต้องตกเป็นของเล่นของนายไปตลอดชีวิตงั้นหรือ?” เสียงของคินน์ดังขึ้นจากเงามืดของประตูห้องทำงานที่พังยับเยิน พร้อมกับเงาสีดำของชายกลุ่มหนึ่งที่ล้อมรอบเขาไว้ แต่สิ่งที่ทำให้พยัคฆ์นิ่งอึ้งไปไม่ใช่ศัตรูตรงหน้า... หากแต่เป็นสิ่งที่คินน์ถืออยู่ในมือ—รูปถ่ายใบเก่าที่พยัคฆ์ไม่เคยให้ใครเห็น มันคือภาพครอบครัวที่เขาพยายามเผาทิ้งไปตั้งแต่วันที่ถูกหักหลัง คินน์เหยียดยิ้มร้ายกาจ “นายลืมไปแล้วหรือพยัคฆ์... ว่าความลับที่น่ารังเกียจที่สุดของนาย ไม่ได้ถูกฝังไว้ใต้ดิน แต่มันถูกเก็บไว้ในใจของคนที่นายรักมากที่สุด” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดมิดไปกับผม ภาคินทร์เที่ยงคืนครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงรัตติกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%