กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นอับชื้นของดินโคลนและฟางแห้งพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสเป็นสิ่งแรก ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายดุจมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง หลินฟางเซียนพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาที่หนักอึ้งกลับขัดขืนราวกับถูกตรึงด้วยพันธนาการแห่งความตาย
“ถ้านางตายไปในกระท่อมผุพังนี่ได้เสียก็คงดี... คนตระกูลสวี่จะได้ไม่ต้องอับอายขายหน้าไปมากกว่านี้”
เสียงเย็นเยียบของสตรีวัยกลางคนดังแว่วเข้ามาผ่านผนังไม้ที่ผุพัง น้ำเสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังและสมเพชเวทนา ราวกับชีวิตที่กำลังรวยรินอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงขยะเปียกที่รอเวลาถูกกำจัด
หลินฟางเซียนพยายามขยับนิ้วมือที่เย็นเฉียบ ความทรงจำที่แปลกปลอมและบิดเบี้ยวหลั่งไหลเข้ามาดั่งกระแสน้ำป่า นางคือหมอหลวงหญิงแห่งราชวงศ์ต้าอี้ ผู้กุมความลับแห่งวิชาหัตถ์เทวะที่สามารถผสานเส้นชีพจรและพิชิตมัจจุราชได้ แต่ทว่าบัดนี้... นางกลับมาอยู่ในร่างของ ‘หลินฟางเซียน’ สะใภ้ที่ถูกทอดทิ้งในยุคปี 1970 ยุคสมัยที่ความอดอยากและลัทธิการเมืองกลืนกินจิตวิญญาณของผู้คนจนสิ้น
"แม่คะ... จะดีหรือเจ้าคะ ถ้าพี่สะใภ้ตายที่นี่จริงๆ พี่ชายกลับมาถึงจะโทษพวกเราเอาได้นะ" เสียงหญิงสาวอีกคนตอบกลับมาด้วยความกระวนกระวาย
"กลัวอะไร? ในเมื่อสามีของนางยังไม่อยากจะเหลียวแลแม้แต่หางตา ทุกวันนี้เขาส่งเงินมาให้ก็เพื่อรักษาหน้าตาตระกูลสวี่เท่านั้น อีกสามวันเขาก็จะกลับมาแล้ว หากวันนั้นนางยังไม่สิ้นลม ข้าก็จะจัดการให้จบเรื่องเสียเอง!"
หลินฟางเซียนลอบแค่นยิ้มในใจ กระแสลมปราณแผ่วเบาถูกรวบรวมไว้ที่ปลายนิ้ว นางใช้สัญชาตญาณของการเป็นหมอหลวงตรวจเช็คชีพจรของตนเอง ร่างกายนี้ไม่ได้ตายเพราะโรคภัย หากแต่เป็นพิษ... พิษที่อยู่ในถ้วยยาขมขื่นที่นางเพิ่งถูกบังคับให้ดื่มก่อนจะหมดสติไป
นางขยับตัวลุกขึ้นช้าๆ แรงกดทับจากความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้นางหวาดหวั่น ดวงตาเรียวสวยดุจหงส์ของนางค่อยๆ ลืมขึ้น เผยให้เห็นประกายตาสุขุมเยือกเย็นที่ต่างจากเจ้าของร่างเดิมอย่างสิ้นเชิง
นางคว้าหยิบเศษชามกระเบื้องที่แตกหักใกล้ตัว ฝนมันลงกับพื้นดินจนคมกริบ ก่อนจะจดจ่อสมาธิไปยังจุดชีพจรที่ข้อมือ เส้นเลือดดำที่ปรากฏขึ้นเป็นเส้นสายสีม่วงบ่งบอกว่าพิษนี้คือ 'ผงกลืนวิญญาณ' ซึ่งเป็นพิษโบราณที่หาได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบัน
'ช่างน่าขันนัก... คิดจะสังหารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษด้วยยาพิษชั้นต่ำเยี่ยงนี้หรือ?'
หลินฟางเซียนกดปลายชามที่คมกริบลงบนจุดฝังเข็ม 'เหอโกว' ที่ข้อมือซ้าย เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาตามจังหวะชีพจรที่นางเร่งเร้าด้วยกำลังภายในที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์แต่นางมิได้ส่งเสียงร้องแม้แต่ครึ่งคำ ร่างกายนี้ถูกทารุณมานานจนไร้ความรู้สึก แต่จิตวิญญาณของนางกลับแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงดังกึกก้องมาจากทางเดินดินลูกรังด้านนอก กระท่อมไม้ที่สั่นไหวอยู่แล้วกลับนิ่งสนิทราวกับถูกกดทับด้วยอำนาจบางอย่างที่มองไม่เห็น ผู้ที่มาถึงไม่ได้มีแค่พลังงานที่น่าเกรงขาม แต่มันคือกลิ่นอายของคมดาบและเลือดในสนามรบ
"ใครอนุญาตให้พวกเจ้ามาเพ่นพ่านอยู่ในที่พักของภรรยาข้า?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับทำเอาสตรีสองแม่ลูกหน้าถอดสี สวี่เฉิงจวิน นายทหารหนุ่มผู้กุมอำนาจเขตอุตสาหกรรมก้าวเข้ามาในกระท่อม แสงแดดที่สาดส่องผ่านรอยแตกของหลังคาทำให้ใบหน้าคมสันดุดันของเขาดูราวกับรูปสลักจากหินหินอ่อน นัยน์ตาสีเข้มดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรตวัดมองสภาพความเสื่อมโทรมและคราบเลือดบนพื้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หญิงสาวที่นั่งหายใจโรยรินอยู่บนกองฟาง
หลินฟางเซียนเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า สายตาของนางไม่ได้มีความยำเกรงหรือความหวาดกลัวเหมือนที่เคยเป็นมา สวี่เฉิงจวินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น แววตาที่เย็นชาและเฉลียวฉลาดเกินกว่าสตรีชาวบ้านธรรมดาจะพึงมี
ทว่าก่อนที่ความเงียบงันจะถูกทำลายลง เสียงกริ่งโทรศัพท์ฉุกเฉินจากกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบทหารของเขาก็ดังขึ้น สวี่เฉิงจวินหยิบมันขึ้นมาฟังเพียงครู่เดียว ใบหน้าที่เรียบเฉยก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
เขาวางสายแล้วหันมามองนางด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก "หลินฟางเซียน... เจ้าเพิ่งดื่มยาพิษไปใช่หรือไม่?"
หลินฟางเซียนยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ สวี่เฉิงจวินก็คว้าแขนของนางขึ้นมาดูรอยแผลที่นางเพิ่งกรีดเอง ก่อนจะเบนสายตาไปที่แม่สามีของนางที่กำลังตัวสั่นเทา
"ในเมื่อเจ้าฟื้นแล้ว ก็จงบอกข้ามาว่าถ้วยยาในมือนั่น... เจ้าเป็นคนป้อนนาง หรือว่าข้าต้องเป็นคนป้อนเจ้าแทน?"
สวี่เฉิงจวินโยนถ้วยยาที่เหลือค้างอยู่บนโต๊ะไม้ผุๆ ลงพื้นจนแตกกระจาย ก่อนจะดึงร่างของนางให้ลุกขึ้นยืนด้วยมือเดียว แววตาของเขาที่มองไปยังนางช่างซับซ้อนราวกับหมากรุกที่กำลังจะถูกเดินในตาสำคัญ
หวังว่าเรื่องราวที่อวี้ซินรังสรรค์ขึ้นนี้ จะทำให้ท่านนักอ่านทุกท่านร่วมลุ้นและดำดิ่งไปกับโชคชะตาของหลินฟางเซียนไปพร้อมๆ กันนะคะ!
หัตถ์เทวะพลิกชะตารุ่งเรือง ณ ยุคห้วงเวลาผันผวน•ตอนที่ 1
ฟื้นจากความตายในกระท่อมร้าง
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตารุ่งเรือง ณ ยุคห้วงเวลาผันผวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
