"ถ้าพวกมันกล้าเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้อีกครั้ง ผมนี่แหละจะเป็นคนหักขาพวกมันทีละข้างเองครับ!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่วิเศษษ์ไปด้วยพลังคุกคามของพันจ่าเว่ยหลางดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล บรรยากาศภายในห้องนอนคับแคบของบ้านพักข้าราชการทหารหลังเก่า อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเด็ดเดี่ยวและไอร้อนระอุจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นจากสนามรบที่ไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามลดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นเครื่องหมายการค้าของความปลอดภัยที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต
หัวใจของหลินซูเหยาเต้นระรัวขึ้นมาทันที รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อรู้ว่าใครยืนอยู่หลังประตูกระจกบานนั้น!
"พี่เว่ยหลาง..." ซูเหยาเอรียกชื่อสามีด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นคลื่นความรู้สึกผิดและโหยหาที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ชาติก่อน... ผู้ชายคนนี้คือเกราะกำบังเดียวที่ปกป้องเธอจากความโหดร้ายของตระกูลหลิน ก่อนที่เขาจะถูกกลั่นแกล้งจนต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถในภารกิจลับทางชายแดน ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับนรกบนดินที่พวกหลอนจื้อเฉียงขุดรอไว้
แต่ในชาตินี้... ประวัติศาสตร์หน้าเดิมไม่มีวันได้เกิดซ้ำสองแน่นอน
เว่ยหลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นภรรยาสาวผู้มักจะเก็บเนื้อเก็บตัวและหวาดกลัวผู้คนเสมอ กลับส่งยิ้มกว้างและพุ่งเข้ามาสวมกอดเอวสอบของเขาแน่น ฝ่ามือหยาบกร้านจากงานหนักและอาวุธชะงักค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะยกขึ้นโอบกอดร่างบางนั้นกลับด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ
"ซูเหยา... น้องเป็นอะไรไปครับ? ใครทำอะไรให้อีก หรือไอ้พวกสวะตระกูลหลินมันกล้ามาหาเรื่องที่นี่อีกแล้ว?" เว่ยหลางก้มลงกระซิบถาม กลิ่นบุรุษเพศผสมกลิ่นฝุ่นควันจากสนามฝึกซ้อมลอยเข้าจมูก แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่ทำให้ซูเหยาอุ่นใจที่สุดในโลกใบนี้
"ไม่มีใครทำอะไรฉันหรอกค่ะ... เอ๊ย... ไม่มีใครทำอะไรฉันได้หรอกค่ะพี่" ซูเหยาเกือบหลุดคำพูดสมัยใหม่ติดปากออกไป เธอซบใบหน้าลงกับอกแกร่งสูดเอาความอบอุ่นเข้าปอดลึกๆ "ฉันแค่... คิดถึงพี่ค่ะ"
คำว่า 'คิดถึง' จากปากภรรยาที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก ทำให้พันจ่าหนุ่มผู้แข็งกระด้างถึงกับใบหน้าขึ้นสีแดงจางๆ ใบหูร้อนผ่าว เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเอ็นดู พร้อมกับยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยของภรรยาอย่างเบามือ
"ปากหวานแบบนี้... สงสัยวันนี้กินน้ำตาลมาล่ะสิครับ" เว่ยหลางกระเซ้า "ว่าแต่เมื่อกี้พี่เห็นน้องยืนเหม่ออยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ทำหน้าเหมือนค้นพบสมบัติชาติอะไรสักอย่าง มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
คำทักของสามีทำให้ดวงตากลมโตของซูเหยาเป็นประกายวาบ สมบัติชาติหรือ? มันยิ่งใหญ่กว่านั้นมากนัก! มันคืออาวุธลับที่จะทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีพันล้านในยุคที่การค้าขายยังถูกจำกัด และเป็นเครื่องมือในการตบหน้าพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อให้กระอักเลือดตายไปข้างหนึ่ง
ซูเหยาผละออกจากอ้อมอกกว้าง รอยยิ้มเจ้าเลื้อยฉายชัดบนใบหน้าเรียวสวยจนเว่ยหลางถึงกับชะงัก เสน่ห์และความฉลาดเฉลียวที่ฉายออกมาจากดวงตาสูู่อารมณ์ของภรรยา ทำให้เขารู้สึกเหมือนภรรยาตัวน้อยคนนี้กำลังมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่
"พี่เว่ยหลาง... เชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ไหมคะ?" ซูเหยาถามพลางเอียงคอมอง
"ถ้าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์... การที่พี่ได้แต่งงานกับน้อง ก็คือปาฏิหาริย์ครั้งเดียวในชีวิตของพี่แล้วครับ" เว่ยหลางตอบอย่างจริงจังตามประสาคนซื่อตรง
ซูเหยาหัวเราะคิกคักกับคำหยอดที่จริงจังจนเกินเหตุของสามี ก่อนจะดึงมือเขาให้เดินตามมาที่เตียงนอนเก่าๆ "มานี่เถอะค่ะ ฉันจะพาไปดูอะไรบางอย่าง... สิ่งที่จะทำให้ชีวิตของเราไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีกต่อไป"
ภายในห้องแคบๆ ยามดึกสงัด ท่ามกลางแสงตะเกียงสลัว ซูเหยาหลับตาลงและตั้งจิตอธิษฐานเรียก 'มิติลับ' ที่ติดตัวเธอมาจากการเดินทางข้ามเวลา ทันใดนั้น... อากาศเบื้องหน้าของคนทั้งสองก็เกิดรอยแยกของแสงสีทองจางๆ ก่อนที่กล่องไม้แกะสลักโบราณจะปรากฏขึ้นกลางอากาศ และตกลงมาอยู่ในมือของซูเหยาอย่างนิ่มนวล
*พรึบ!*
เว่ยหลางผถลอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณทหารผ่านศึกตื่นตัวเต็มพิกัด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวังสูงสุด
"ซูเหยา! นั่นมันอะไรกัน?!" เว่ยหลางถามเสียงต่ำอย่างตกใจ สิ่งของที่โผล่ขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้ที่มา เป็นเรื่องที่เหนือสามัญสำนึกเกินไปแล้ว
"อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะพี่เว่ยหลาง นี่คือความลับของเราสองคน..." ซูเหยาจับมือหนาที่กำลังกำด้ามปืนไว้แน่น นำมันมาวางทาบลงบนกล่องไม้โบราณ "นี่คือมิติลับที่ฟ้าดินประทานมาให้ฉัน เพื่อพวกเรา... และอนาคตของเราค่ะ"
เมื่อฝ่ามือของเว่ยหลางสัมผัสกับกล่องไม้ ประตูแห่งมิติก็เปิดกว้างขึ้นในความรับรู้ของเขาทันที!
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่ห้องนอนแคบๆ อีกต่อไป แต่เป็นคลังสินค้าขนาดมหึมาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ชั้นวางของสูงเสียดฟ้าเต็มไปด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง เวชภัณฑ์หายาก เมล็ดพันธุ์พืชคุณภาพสูง และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ทองคำแท่งบริสุทธิ์ที่กองสุมกันราวกับก้อนอิฐ รวมถึงธนบัตรสกุลต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มูลค่ามหาศาลจนประเมินไม่ได้
เว่ยหลางอ้าปากค้าง สมองของนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนหยุดทำงานไปชั่วขณะ เขาขยี้ตาตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ตาฝาด
"นี่มัน... โลกอะไรกันเนี่ย..." เว่ยหลางพึมพำด้วยความตื่นตะลึง "ซูเหยา หรือว่าเรา... เรากำลังฝันไป?"
"เราไม่ได้ฝันหรอกค่ะพี่เว่ยหลาง" ซูเหายิ้มกริ่ม แววตาของเธอลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความทะเยอทะยาน "นี่คือทุนรอนที่เราจะใช้ถีบหัวส่งไอ้พวกตระกูลหลินที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อเรา และใช้สร้างอาณาจักรธุรกิจในยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่านนี้"
ซูเหยาหยิบขวดวิตามินและยาปฏิชีวนะยุคใหม่ออกมาจากมิติ วางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลิ่นอายความทันสมัยตัดกับบรรยากาศบ้านพักสังกะสีอย่างสิ้นเชิง
"ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลินจื้อเฉียงลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของฉัน จะต้องมาที่บ้านเพื่อทòiทวงเงินเก็บก้อนสุดท้ายของเรา โดยอ้างว่าเอาไปลงทุนค้าขาย... ชาติก่อนเราโง่เง่า ยอมยกเงินก้อนนั้นให้จนต้องอดอยากปากแห้ง แต่ชาตินี้..." ซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "ฉันจะทำให้มันรู้ซึ้งว่า การขโมยเงินของคนตระกูลหลิน ต้องจ่ายคืนด้วยดอกเบี้ยที่แพงมหาศาลแค่ไหน!"
เว่ยหลางมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง ตะลึง และ... ความหลงใหลที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ภรรยาที่อ่อนแอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอดุร้าย เย้ายวน และฉลาดเป็นกรด ยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เสียอีก
มุมปากหนาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่ม "ถ้าน้องอยากเล่นสนุกกับพวกมัน พี่จะคอยเป็นมือมีดให้เองครับ ใครกล้าแตะต้องน้อง มันต้องเดินออกจากบ้านหลังนี้ด้วยสภาพที่ไม่มีแม้แต่กางเกงใส่"
ซูเหยาหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ เธอยื่นมือไปหยิบสมุนไพรจีนชั้นดีและเนื้อหมูสามชั้นคุณภาพพรีเมียมจากในมิติลับออกมาวางบนเขียง "ก่อนที่เราจะไปจัดการพวกมัน... ดึกดื่นแบบนี้ ท้องคงว่างพอดิบพอดีใช่ไหมคะพี่เว่ยหลาง? มาค่ะ... เดี๋ยวฉันจะโชว์ฝีมือทำอาหารเมนูเด็ด ที่รับรองว่ากลิ่นหอมของมันจะลอยไปกระแทกจมูกเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นข้างๆ จนน้ำลายสอตั้งแต่ตีสองแน่นอน!"
เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ในกระทะเหล็กดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศและซีอิ๊วคั่วที่โชยฟุ้งไปทั่วห้องครัวคับแคบ เว่ยหลางยืนมองแผ่นหลังของภรรยาที่กำลังงละมุนอยู่กับการทำอาหารด้วยสายตารักใคร่สุดหัวใจ
ทว่า... ในจังหวะที่ซูเหยากำลังจะตักหมูตุ๋นน้ำแดงรสเลิศใส่ชามกระเบื้องเคลือบ เสียงทุบประตูก็รัวดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"ไอ้เว่ยหลาง! อีซูเหยา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกตื่นอยู่!" เสียงตะโกนแผดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดที่คุ้นเคยดีดังทะลุกรอบประตูเข้ามา
ซูเหยาชะงักมือที่ถือทัพพี รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากทันที... *หึ มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะ ว่าที่ศพรายแรกของวันนี้*
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและสร้างความมั่งคั่งไปกับซูเหยาและเว่ยหลางนะครับ!
ย้อนเวลามาเปลี่ยนชะตา จากชาวนาสู่เจ้าสัวหมื่นล้าน•ตอนที่ 2
มิติลับที่พระเจ้าประทาน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาเปลี่ยนชะตา จากชาวนาสู่เจ้าสัวหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
