บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 10

ทริปต่างจังหวัดที่ไม่ได้ไป

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
“นี่ก้อง... ฉันถามจริงๆ เถอะนะ ป้ายรถเมล์ตรงนี้มันไปเชียงใหม่ได้ตั้งแต่วันไหนวะ?” เสียงของจ่อยดังขึ้นพร้อมกับอาการสั่นเทาของเส้นเลือดบนขมับ เขาขยับแว่นสายตาที่เบี้ยวไปมาพลางก้มมองป้ายตารางเดินรถเก่าๆ ที่มีแค่เลขสายรถเมล์ท้องถิ่น กับรูปภาพโฆษณายาแก้ปวดฟันที่ซีดจางจนดูสยองขวัญ ก้องยืนกอดอกพิงเสาไฟฟ้าอย่างมั่นใจ สายตาคมกริบมองไปยังรถทัวร์คันสีส้มเก่าคร่ำคร่าที่กำลังจอดเทียบท่า เขาไม่ได้หันไปมองจ่อยแม้แต่นิดเดียว ขณะที่มินนี่ซึ่งยืนกอดกล่องพัสดุลึกลับขนาดใหญ่ไว้ในอ้อมแขนกำลังใช้มืออีกข้างตบหน้าผากตัวเองดัง ‘แปะ’ “จ่อย นายต้องหัดมองโลกให้กว้างกว่าป้ายรถเมล์สิ” ก้องตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเพ้อเจ้อ “นั่นน่ะคือกลยุทธ์ ‘การเดินทางลัด’ ไง ลูกค้าเขาจ่ายค่าส่งมาแบบด่วนพิเศษ เราก็ต้องหาทางลัดแบบพิเศษให้เขาสิ” “ลัดไปงานวัดเนี่ยนะ!” มินนี่ตะคอกใส่ “มองดูข้างหลังรถสิคะหัวหน้า! มีรูปปั้นนางรำถือพวงมาลัยแปะอยู่เนี่ย นี่มันรถทัวร์ไปงานประจำปีวัดเขาอีโต้ ไม่ใช่ขนส่งโลจิสติกส์ข้ามจังหวัด!” ก้องหัวเราะร่วนเหมือนคนเสียสติ เขาหยิบสมาร์ทโฟนที่หน้าจอแตกร้าวขึ้นมาเช็กตำแหน่ง “วิชัยมันบอกว่าจะจบเกมเราตั้งแต่วันนี้ แปลว่าถ้าเราไปส่งของชิ้นนี้ให้ถึงมือ ‘ท่านประธาน’ ได้ก่อนเที่ยง เราจะถือไพ่เหนือกว่าทันที การเดินทางด้วยรถที่ไม่มีใครสงสัยนี่แหละคือสุดยอดกลยุทธ์จารกรรมระดับโลก! ขึ้นรถไป!” ก่อนที่จ่อยหรือมินนี่จะได้คัดค้าน ก้องก็คว้าแขนทั้งคู่แล้วกระโจนขึ้นรถคันสีส้มนั้นทันที ประตูกระบอกลมปิดดัง ‘ปึ้ง’ สนั่นหวั่นไหว กลิ่นธูปกลบกลิ่นน้ำมันเครื่องพุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีที่ก้าวเข้าไป ท่ามกลางสายตาของเหล่าคุณป้าหิ้วตะกร้าใส่ของไหว้ที่มองมายังชายหนุ่มในชุดสูทขาดๆ กับหญิงสาวที่ดูเหมือนเพิ่งหนีออกจากค่ายกักกันด้วยสายตาประหลาด รถทัวร์เคลื่อนตัวออกจากท่าอย่างช้าๆ จ่อยทรุดตัวลงนั่งเบาะหลังสุดพลางกุมขมับ “เรากำลังเอาตัวไปเสี่ยงกับการถูกล้อไปอีกสิบปีเลยนะก้อง ถ้าวิชัยรู้ว่าเรามาโผล่ที่วัดเขาอีโต้แทนที่จะเป็นนิคมอุตสาหกรรม มันคงหัวเราะจนฟันร่วงแน่” “อย่ากังวลไปเลยจ่อย” ก้องยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว “นายเห็นกล่องในมือนั่นไหม? ข้างในคือความหวังของบริษัทเรา ถ้าเราส่งถึง... เราจะกลายเป็นตำนาน” มินนี่ขยับกล่องพัสดุแน่นขึ้น แววตาของเธอเริ่มเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความสงสัย “กล่องนี้มันหนักแปลกๆ นะคะหัวหน้า... แล้วทำไมมันต้องสั่นด้วยล่ะ? หรือว่าในนี้จะเป็นระเบิดเวลาตามที่วิชัยขู่ไว้?” “ระเบิดน่ะมันอยู่ในใจพวกเราต่างหากมินนี่” ก้องหันมาพูดประโยคคมคายแต่ฟังดูไร้สาระ “ตอนนี้เราแค่ต้องรอให้ถึงป้าย... เอ๊ะ เดี๋ยวสิ ทำไมรถมันเลี้ยวเข้าป่าล่ะ?” รถทัวร์เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลูกรังที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้รกชัฏ เสียงดนตรีไทยเดิมจากวิทยุรถดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของจ่อยและมินนี่ ก้องกลับหยิบปากกาเมจิกขึ้นมาเขียนแผนการบนฝ่ามือด้วยท่าทางจริงจัง “จ่อย เตรียมตัวให้ดี ถ้าคนขับรถไม่ใช่คนงานส่งของของวิชัย เราต้องรีบชิ่งหนีทันที” ก้องกระซิบ “ใครจะไปเชื่อล่ะว่าคนขับรถวัดจะเป็นลูกน้องวิชัย!” จ่อยบ่นอุบ “เราแค่ขึ้นรถผิดคันไอ้คุณหัวหน้า!” รถจอดสนิทหน้าซุ้มประตูวัดที่มีป้ายไฟนีออนเขียนว่า ‘งานประจำปีปิดทองฝังลูกนิมิต’ ก้องกระโดดลงจากรถเป็นคนแรก ตามด้วยมินนี่และจ่อยที่จำใจเดินตามไป แต่ทว่า เมื่อพวกเขาก้าวเท้าลงแตะพื้นดินหน้าวัด กองกำลังชายฉกรรจ์ในชุดสีดำสนิทกว่าสิบคนก็เดินเรียงแถวออกมาจากหลังโบสถ์ ล้อมกรอบพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้ทันที “นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว... ก้อง” เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังมาจากชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ใต้ต้นไทรใหญ่ วิชัยนั่นเอง เขานั่งไขว่ห้างพลางจิบน้ำชาในจอกเล็กๆ แววตาของเขาเยือกเย็นราวกับมีดโกน “วิชัย!” ก้องตะโกน “แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? แล้วไอ้รถคันนี้...” “ก็ฉันเป็นคนจ้างรถคันนี้ให้มารับพวกแกเองน่ะสิ” วิชัยยิ้มมุมปาก “เกมที่ฉันบอกว่าจะจบตั้งแต่วันนี้ มันไม่ได้จบที่บริษัทแก แต่มันจบที่ ‘วัด’ แห่งนี้... ที่ซึ่งไม่มีใครหาพวกแกเจอถ้าฉันตัดสินใจจะจัดการอะไรบางอย่าง” มินนี่ตัวสั่นระริก เธอพยายามถอยหลัง แต่ชายชุดดำคนหนึ่งก้าวมาขวางไว้ “หัวหน้า... ทำไมพัสดุในมือฉันมันเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ เลยคะ?” ก้องชะงัก สายตาจับจ้องไปที่กล่องพัสดุในมือมินนี่ มันไม่ได้แค่สั่น แต่มันเริ่มมีเสียง ‘ติ๊ก... ติ๊ก...’ เบาๆ แว่วออกมาจากข้างใน พร้อมกับแสงสีแดงกะพริบถี่ๆ ลอดออกมาจากรอยแยกของกล่อง วิชัยวางจอกน้ำชาลง แล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ “ในกล่องนั้นไม่มีเอกสารกู้โลกหรอกก้อง มีแค่ ‘กุญแจ’ ที่จะไขความลับทั้งหมดที่ฉันซ่อนไว้จากพวกแก... แต่กุญแจนั่นจะระเบิดตัวเองในอีกหนึ่งนาทีข้างหน้า ถ้าพวกแกไม่เลือกที่จะ ‘ร่วมมือ’ กับฉันตอนนี้” ก้องมองกล่องในมินนี่ สลับกับใบหน้าของวิชัย ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงดนตรีงานวัดที่ยังคงบรรเลงอย่างบ้าคลั่งในความมืดมนของยามเย็น “ตัดสินใจซะก้อง... จะยอมให้ทุกอย่างพังพินาศไปพร้อมกับมิตรภาพงี่เง่าของพวกแก หรือจะก้าวเข้ามาหาฉันแล้วกลายเป็นผู้ชนะในเกมนี้ร่วมกัน?” ก้องยื่นมือออกไปหากล่อง แต่จ่อยกลับกระชากแขนเขากลับมา “อย่าก้อง! นี่มันกับดัก!” ทว่าในวินาทีที่วิชัยยิ้มเยาะอย่างได้ใจ แสงไฟในวัดทั้งหมดก็ดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังมาจากด้านหลังของพวกเขาทั้งสามคน... เป็นเสียงที่ไม่ควรจะมีอยู่ ณ ที่แห่งนี้ “ไม่ต้องเชื่อมัน... เพราะกล่องนั่นไม่ใช่ระเบิด แต่เป็น ‘ศพ’ ของแผนการแกเองนะ วิชัย” ขอให้ทุกท่านสนุกและร่วมลุ้นไปกับการผจญภัยที่คาดเดาไม่ได้ของพวกเขานะครับ! ฮาไม่จำกัดครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%