กลิ่นไหม้ของซอสมะเขือเทศผสมกับควันสีเทาที่ลอยคลุ้งจนแสบจมูก ไม่ได้ทำให้เชฟอัจฉริยะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่อยเปื่อยอย่างคินรู้สึกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายืนเท้าสะเอวมองกระทะเทฟลอนราคาแพงที่ตอนนี้กลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความหายากลำบาก ใบหน้าหวานติดจะรำคาญใจเล็กน้อยเมื่อพบว่ามื้อเที่ยงของวันนี้ต้องจบลงด้วยถังขยะ
"ให้ตายสิ กะอีแค่เคี่ยวซอสทำไมมันยากเย็นกว่าการคิดสูตรอาหารโมเลกุลอีกวะเนี่ย" คินบ่นพึมพำกับตัวเอง มือเรียวคว้าผ้ากันเปื้อนลายเป็ดน้อยมาเช็ดหน้าผากที่เปื้อนเขม่าควัน ก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินไปเปิดหน้าต่างระบายอากาศ
ปัง!
เสียงประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อกับระเบียงหลังห้องถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง แรงกระแทกนั้นรุนแรงเสียจนกรอบกระจกสั่นสะเทือน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีดำสนิทและหมวกแก๊ปที่ดึงปีกต่ำจนบังใบหน้าครึ่งซีกพุ่งพรวดเข้ามาในห้องราวกับพายุ ทว่าสิ่งที่ทำให้คินชะงักไม่ใช่การบุกรุกอย่างไร้มารยาท แต่เป็นกระบอกปืนสั้นสีดำด้านที่จ่อตรงมายังกึ่งกลางหน้าผากของเขาโดยไม่มีการลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
ความเย็นเฉียบของโลหะที่จ่ออยู่ห่างจากผิวเนื้อเพียงไม่กี่นิ้วไม่ได้ทำให้ดวงตากลมโตของเชฟหนุ่มฉายแววหวาดกลัว ตรงกันข้าม คินกลับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองสำรวจผู้บุกรุกตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาวิเคราะห์ราวกับกำลังประเมินวัตถุดิบราคาแพงในตลาดสด
"ถอยไป" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเยือกเย็นและเฉียบคมดั่งใบมีด ศิลาขยับตัวเข้ามาประชิดร่างบางเพื่อปิดล็อกประตูระเบียง ปิดบังร่องรอยการหลบหนีของตนเองอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ
"นี่คุณ!" คินไม่ถอยหลังหนีแถมยังขยับเข้าไปใกล้ปากกระบอกปืนเสียด้วยซ้ำ ดวงตาคู่สวยจ้องมองนัยน์ตาคมกริบที่ซ่อนอยู่ใต้เงาหมวก "จะเข้ามาหลบฝนหรือหลบหนีคดีอะไรก็เชิญตามสบายเถอะนะ แต่ช่วยเอาไอ้แท่งเหล็กนี่ออกจากหน้าผากผมก่อน มันเกะกะสายตา... แล้วก็ทำผมเสียสมาธิเรื่องซอสต้มยำพาสต้าที่เพิ่งไหม้คาตาเมื่อกี้ด้วย"
ศิลาขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหงุดหงิด มือปืนหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบและผ่านสนามรบมาโกโชน ไม่เคยเจอเหยื่อรายไหนที่ปากกล้าและไม่สะทกสะท้านต่อความตายได้เท่านี้มาก่อน เหยื่อส่วนใหญ่ที่เขาพบมักจะตัวสั่นงันท่ามกลางความหวาดกลัว แต่นี่... กลับยืนบ่นเรื่องซอสพาสต้าไหม้ต่อหน้าปากกระบอกปืนของเขาเนี่ยนะ?
"อยากตายหรือไง ถึงได้ปากดีนัก" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน แรงกดที่ปากกระบอกปืนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อขู่ขวัญ
"ถ้าผมอยากตาย ผมคงไม่ยืนเคี่ยวซอสกินเองให้เสียเวลาชีวิตหรอกครับ" คินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความกวนประสาทอย่างเต็มเปี่ยม ดวงตาคมกวาดมองคราบเลือดจางๆ ที่เปรอะเปื้อนอยู่บนแขนเสื้อแจ็กเก็ตของอีกฝ่าย ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับมือปืนหนุ่มตรงๆ "เสื้อผ้าเลอะเลือด กลิ่นดินปืนคลุ้งขนาดนี้... เดาว่าคงหนีหมาบ้าพวกเดียวกันมาสินะครับ มือปืนระดับท็อปขององค์กรลับถูกหักหลังและตามเก็บ... ผมเดาถูกไหมล่ะ?"
ร่างสูงชะงักไปชั่วขณะ ความเย็นชาในแววตาของศิลาไหววูบด้วยความตกใจระคนระแวง สัญชาตญาณดิบในตัวสั่งให้เหนี่ยวไกทันทีเพื่อปิดปากคนรู้มาก แต่มือเจ้ากรรมกลับหยุดชะงักลงเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของเชฟหนุ่มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
"ฉลาดนักนะ..." ศิลาพูดเสียงลอดไรฟัน ดวงตากวาดมองไปรอบห้องพักกว้างขวางสไตล์มินิมอลที่ตกแต่งด้วยเครื่องครัวราคาแพง "ที่นี่ปลอดภัยจากการตรวจสอบใช่ไหม?"
"ปลอดภัยแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ห้องของผมเหม็นกลิ่นไหม้ฝีมือคุณครึ่งหนึ่ง ฝีมือผมครึ่งหนึ่ง" คินเอื้อมมือเรียวไปปัดปากกระบอกปืนออกจากหน้าผากตนเองอย่างไม่แยแส ราวกับมันเป็นเพียงก้านดอกไม้แห้งๆ "แล้วก็ช่วยกรุณาถอดรองเท้าก่อนเดินเข้าห้องด้วยครับ พื้นปาเก้ผมเพิ่งลงแว็กซ์มาตะกี้... เฮ้! บอกให้ถอดไงเล่า!"
ศิลาไม่สนใจคำสั่งบ้าบอของเจ้าของห้อง เขาทรุดตัวลงพิงกับผนังห้องอย่างหมดแรง อาการบาดเจ็บที่สีข้างเริ่มส่ง1ผลทำให้เลือดสีเข้มซึมผ่านเนื้อผ้าออกมาจนชื้นแฉะ ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้นบ่งบอกว่าร่างกายมาถึงขีดจำกัดแล้ว แต่กระนั้นมือข้างที่ถือปืนก็ยังคงมั่นคงและพร้อมลั่นไกหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
คินมองภาพนั้นด้วยหางตา ริมฝีปากที่เคยขยับเถียงปิดสนิทลงชั่วครู่ ความเป็นเชฟที่มักจะใส่ใจรายละเอียดรอบตัวทำให้เขาเห็นบาดแผลฉกรรจ์นั้นชัดเจน แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่ขาก็ยอมก้าวเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลในห้องน้ำอย่างไร้คำปฏิเสธ
"นั่งนิ่งๆ สิครับ จะตรวจดูแผล" คินเดินกลับมาพร้อมอุปกรณ์ทำแผล ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้ามือปืนหนุ่มที่กำลังส่งสายตาดุดันระแวดระวังมาให้อย่างไม่ไว้ใจ
"ไม่ต้องมายุ่ง..." ศิลาปัดมือบางออกอย่างรุนแรงจนกล่องยาเกือบหลุดจากมือ
"ถ้าไม่อยากตายเพราะเสียเลือดก่อนจะได้แก้แค้นไอ้พวกเวรนั่น ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ เถอะครับ คุณมือปืน" คินสวนกลับทันควัน สายตาคมกริบไม่แพ้กันตวัดมองนิ่ง "ผมไม่ได้ใจดี แต่ผมแค่เกลียดคนทำเลือดหยดเลอะพื้นห้องที่เพิ่งทำความสะอาด... เข้าใจตรงกันนะครับ?"
ศิลากัดฟันกรอด ความเจ็บแปลบที่บาดแผลทำให้เขาต้องยอมจำนนโดยปริยาย นัยน์ตาคมจดจ้องใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจแกะกระดุมเสื้อแจ็กเก็ตของเขาออกอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของเชฟหนุ่มลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและควันไฟ มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่มือปืนผู้โดดเดี่ยวไม่เคยสัมผัสมานานนับปี ความใกล้ชิดที่อันตรายแต่กลับปฏิเสธไม่ได้ว่าอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
นิ้วเรียวสวยบรรจงใช้กรรไกรตัดผ้าพันแผลชั่วคราวออก เผยให้เห็นรอยกระสุนเฉี่ยวลึกที่น่ากลัว ศิลาสูดปากด้วยความเจ็บเล็กน้อยแต่ยังคงไว้ซึ่งมาดขรึม ดวงตาคู่คมเผลอมองสำรวจใบหน้าด้านข้างของคินที่กำลังขมวดคิ้วอย่างตั้งใจ ปากสีพีชขยับบ่นพึมพำถึงความซุ่มซ่ามของเขาไม่หยุดหย่อน เคมีประหลาดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในห้องสี่เหลี่ยมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันพาสต้าไหม้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกะทันหันดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันจากหน้าห้องพัก ทำลายบรรยากาศเงียบงันและความตึงเครียดที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงชั่วขณะ
ศิลาดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า มือคว้าปืนเล็งตรงไปที่ประตูหน้าทันที ส่วนคินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะวันนี้เขาไม่ได้นัดพัสดุหรือสั่งอาหารเดลิเวอรีไว้เลยสักนิด
"เปิดห้องเตรีนมรับแขกหน่อยสิครับ เชฟคิน..." เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายดังลอดเข้ามาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงไขกุญแจที่กำลังดังขึ้นทีละคลิก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความร้อนแรงจากเตาหลอมนี้นะครับ
เซฟเฮาส์มือปืนกับเชฟตื่นสาย•ตอนที่ 1
แขกไม่ได้รับเชิญกับพาสต้าไหม้ๆ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์มือปืนกับเชฟตื่นสาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
