คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 20

ข่าวลือในหมู่บ้าน

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังลั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นบนรางน้ำสั่นสะเทือน หลี่ฉินหน้าดำคร่ำเครียด ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันจนแทบเป็นเส้นตรง ดวงตาเรียวรีที่มักสอดส่องเรื่องชาวบ้านตวัดมองป้าสะใภ้ใหญ่บ้านข้างเคียงด้วยความขัดแย้งระคนริษยา "หล่อนตาฝาดไปแล้วกระมัง ป้าสะใภ้! นังตัวดีนั่นมันเคยหยิบจับอะไรเป็นเสียที่ไหน ตั้งแต่แต่งเข้าตระกูลจางมา มีแต่ผลาญเงินเบี้ยเลี้ยงของเหว่ยหานจนแทบหมดตัว จะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อจักรเย็บผ้าจักรใหม่เอี่ยม แถมยังลือกันว่าซื้อแป้งสาลีขาวละเอียดมาทำซาลาเปาทุกวันอีกต่างหาก เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!" เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลจางดังแหวขึ้นท่ามกลางกลุ่มแม่บ้านที่กำลังล้อมวงล้างผักกาดดองริมบ่อน้ำกลางหมู่บ้าน บรรยากาศที่เคยพูดคุยกันอย่างเกียจคร้านพลันเงียบกริบลงทันตรักษ์ สายตาทุกคู่หันขวับมามองผู้พูดเป็นตาเดียว ป้าสะใภ้บ้านข้างเคียงแค่นเสียงหึในลำคอ สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความหมั่นไส้และตื่นตะลึงในคราวเดียวกัน "ตาฝาดรึ? ถ้าฉันตาฝาด คนทั้งหมู่บ้านก็คงตาบอดกันหมดแล้วล่ะค่ะคุณหลี่! เมื่อวานซืนนี้เอง ฉันเห็นคาตาตอนที่คนส่งพัสดุจากตัวอำเภอแบกหีบไม้ใบใหญ่ส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านของเฟยเฟย นอกเหนือจากจักรเย็บผ้าเครื่องนั้นแล้ว ยังมีถุงกระสอบแป้งขาวจั๊วะกับน้ำมันหมูปี๊บใหญ่อีก! หล่อนลองคิดดูสิว่าของพวกนั้นต้องใช้เงินกี่หยวนกัน?" คำพูดนั้นราวกับโยนก้อนหินลงไปในบ่อน้ำนิ่ง ระลอกคลื่นแห่งความอิจฉาริษยาและเสียงซุบซิบนินทากระจายตัวออกไปเป็นวงกว้างทันที "จริงหรือนี่... ฉันก็ได้กลิ่นเหมือนกันนะ เมื่อวานตอนเย็น ตอนที่ลมพัดผ่านบ้านหลังนั้น มีกลิ่นเนื้อตุ๋นซีอิ๊วหอมฟุ้งจนท้องไส้ฉันปั่นป่วนไปหมด เด็กๆ ที่บ้านร้องไห้งอแงจะกินเนื้อตามด้วยนะสิ" หญิงวัยกลางคนอีกคนเอ่ยเสริมขึ้นด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในขณะที่ข้างนอกกำลังร้อนเป็นไฟด้วยคลื่นข่าวลือที่ถาโถมเข้าใส่ หลินเฟยเฟยกลับกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟในห้องครัวด้วยใบหน้าสงบนิ่งและผ่อนคลายอย่างยิ่ง มิติลับในห้วงความคิดของนางเวลานี้อุดมสมบูรณ์เสียจนน่าตกใจ แปลงเกษตรไฮเทคที่นางใช้เวลาว่างจัดการผลิตผลไม้ตามฤดูกาลและสมุนไพรหายากสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดเวลา ข้าวของเครื่องใช้ที่ทันสมัยถูกแปรสภาพให้กลายเป็นสินค้าคุณภาพสูงที่นางทยอยส่งขายผ่านช่องทางลับในตลาดมืด ยอดเงินในบัญชีลับของนางตอนนี้พุ่งสูงจนสามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ในเมืองได้สบายๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินเดือนนายทหารของสามีแม้แต่เหวินเดียว ซ่า... เสียงน้ำมันหมูร้อนๆ กระทบกับต้นหอมซอยและขิงสับในกระทะเหล็กใบใหญ่ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งขจรขจายไปทั่วบริเวณบ้าน เฟยเฟยตักหมูสามชั้นที่เคี่ยวจนสีแดงฉ่ำเงางามด้วยน้ำตาลกรวดและเหล้าฮวาDiaoขึ้นใส่จานกระเบื้องลายคราม เนื้อหมูนุ่มละมุนจนแทบละลายในปาก ชั้นไขมันและเนื้อแดงสลับกันเป็นชั้นอย่างงดงามราวกับงานศิลปะ เด็กหญิงตัวน้อยสองคนวิ่งเข้ามาในครัวด้วยฝีเท้าเบาราวกับแมวตัวน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับเมื่อได้กลิ่นหอมเย้ายวนใจของอาหารฝีมือมารดา "คุณแม่คะ วันนี้มีเนื้อตุ๋นอีกแล้วหรือคะ?" เสียงใสแจ๋วเอמהถามพร้อมกับดึงชายเสื้อของเฟยเฟยเบาๆ อย่างออดอ้อน เฟยเฟยย่อตัวลง ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเปื้อนบนแก้มเนียนของลูกสาวด้วยความอ่อนโยน แววตาของนางฉายประกายความรักท่วมท้น "ใช่แล้วค่ะ วันนี้แม่ทำหมูตุ๋นน้ำแดงสูตรพิเศษ กินกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองว่าอิ่มอร่อยจนพุงกางกันไปเลย" ในจังหวะนั้นเอง ประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักที่ค่อนข้างหนักหน่วง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของจางเหว่ยหานก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง ใบหน้าคมคายนั้นยังคงความเคร่งขรึมและจริงจังตามวิสัยของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน แต่ทว่า... จมูกโด่งเป็นสันของเขากลับกระตุกเล็กน้อยเมื่อปะทะเข้ากับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ลอยมาแตะนาสิก เหว่ยหานหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูกลางบ้าน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ตัวบ้านที่สะอาดสะอ้านและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แปลงผักสวนครัวหลังบ้านเขียวขจี และที่สำคัญที่สุด... ภรรยาของเขาในยามนี้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ผิวพรรณผุดผ่อง ดวงตากลมโตฉลาดเฉลียวคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหม่นหมองหรือความหวาดกลัวที่เคยมีในอดีตอีกต่อไป "คุณกลับมาพอดีเลยค่ะ ล้างมือล้างหน้าเสียก่อนสิ วันนี้มีอาหารจานเด็ดรออยู่" เฟยเฟยเงยหน้าขึ้นจากเตา ส่งยิ้มบางๆ ให้สามีโดยไม่มีอาการลิบลับหรือหวาดระแวงใดๆ ทั้งสิ้น จางเหว่ยหานหรี่ตาลงเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้โดยไม่พูดอะไร เขาสังเกตเห็นถุงกระสอบแป้งสาลีชั้นดีที่มุมห้องครัว รวมถึงขวดน้ำมันและวัตถุดิบชั้นเลิศอีกหลายอย่างที่ต่อให้เป็นเงินเดือนนายทหารระดับเขาครึ่งปีก็ยังยากจะซื้อหามาได้ครบถ้วนในคราวเดียว "เฟยเฟย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความระแวงระวังผสมความสงสัย "ช่วงนี้... เธอไปเอาเงินมาจากไหนมากมายนัก?" เฟยเฟยหันกลับมาเผชิญหน้ากับสามี รอยยิ้มมุมปากของนางยกขึ้นอย่างมีความหมาย นางจงใจก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมสะอาดจากตัวนางผสมกับกลิ่นหอมของอาหารทำให้จางเหว่ยหานเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "ถ้าฉันบอกว่า..." เฟยเฟยเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ "ฉันมีความลับบางอย่างที่ทำให้เงินทองงอกเงยได้เองล่ะคะ คุณสามี... คุณจะเชื่อฉันไหม?" ยังไม่ทันที่จางเหว่ยหานจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าบ้านก็ตามมาด้วยเสียงแหลมแสบแก้วสำאסของหลี่ฉินที่ตะโกนเข้ามาเสียงดังลั่น "หลินเฟยเฟย! นังตัวดี! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะ! แกไปขโมยเงินใครมาถึงได้ใช้ชีวิตสุขสบายขนาดนี้!" จางเหว่ยหานขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มในเสี้ยววินาที แต่ทว่า... เฟยเฟยกลับยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำแข็ง "ใจเย็นก่อนค่ะคุณสามี... ปล่อยให้ฉันต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ผู้นี้เองดีกว่า รับรองว่างานนี้... ฉันจะทำให้พวกเขาไม่กล้ามาเหยียบหน้าบ้านเราอีกเลย..." นางหันไปหยิบชามกระเบื้องเคลือบที่บรรจุหมูตุ๋นน้ำแดงร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งจนตลบอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัวออกมาวางบนโต๊ะไม้กลางบ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นพัดพาออกไปปะทะจมูกของผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านจนเสียงโวยวายเงียบลงชั่วขณะ... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%