คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 39

อนาคตที่วางไว้

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าคิดจะฉีกสัญญาหุ้นส่วนกลางตลาดตอนนี้ เกรงว่าสะใภ้ใหญ่อย่างหลี่ฉินคงต้องไปถามบรรพบุรุษตระกูลจางในสุสานเสียก่อน ว่าพวกท่านอนุญาตให้เอาเปรียบเงินเก็บในก้นหีบของฉันด้วยไหม!" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เยียบเย็นราวกับน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวดังขึ้นกลางห้องโถงบ้านตระกูลจาง หลินเฟยเฟยยืนกอดอก ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเฉียบที่ส่งไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองคนทั้งบ้านที่นั่งหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มน้ำปลา โดยเฉพาะหลี่ฉินที่หน้าตื่นลาน มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำชามกระเบื้องในมือหล่นแตก ตลอดหนึ่งปีเต็มที่ผ่านมา นับตั้งแต่เธอย้อนเวลามิติเข้ามาอยู่ในร่างของ 'คุณนายแม่ทัพ' ผู้เคยถูกตราหน้าว่าโง่เง่าและอ่อนแอ ชีวิตของเธอมันไม่ใช่เส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันคือสนามรบขนาดย่อมที่เธอใช้ความฉลาด หัวไว และมิติลับในห้วงจิตสำนึก ค่อยๆ พลิกฟื้นฐานะจากบ้านที่แทบไม่มีข้าวกรอกหม้อ ให้กลายเป็นเศรษฐีนีเงียบๆ ประจำอำเภอ ผลผลิตจากมิติลับทั้งแป้งสาลีเนื้อเนียน ผักผลไม้ปลอดสารพิษ และเครื่องเทศสูตรลับ ถูกนำออกไปจำหน่ายผ่านเครือข่ายตลาดมืดจนทำเงินเข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็นกำ และวันนี้... คือวันสรุปผลประกอบการตลอดทั้งปี พร้อมกับการชำระบัญชีแค้นกับคนตระกูลจางที่เคยเหยียบย่ำเธอ "เฟยเฟย... เธอพูดอะไรแบบนั้น ฉันเป็นพี่สะใภ้นะ" หลี่ฉินฝืนยิ้มแห้งแล้ง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "พวกเราก็แค่... แค่จะช่วยดูแลเงินแทนเธอก็เท่านั้นเอง กลัวว่าเธอจะเหนื่อยกับการค้าขายขนมเปี๊ยะและแป้งทอดในตลาด" "ช่วยดูแล?" หลินเฟยเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะราวกับเสียงกลองศึกที่บีบคั้นหัวใจคนฟัง "ดูแลจนเงินในบัญชีสหกรณ์หมู่บ้านที่ฉันหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกายเกือบครึ่งหนึ่ง เกือบจะย้ายชื่อไปอยู่ในทะเบียนบ้านของเธออยู่แล้ว แบบนี้เขาไม่เรียกว่าดูแลค่ะพี่สะใภ้ เขานี้เรียกว่า 'ปล้นกลางวันแสกๆ' ต่างหาก!" บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ แม่สามีที่เคยนั่งเชิดหน้าชูตาคอยถือหางสะใภ้ใหญ่มาตลอด ตอนนี้กลับหันหน้าหนี ไม่กล้าสบตาหลินเฟยเฟยสักนิด ยิ่งพอนึกถึงว่าช่วงหลังมานี้ สามีของเธออย่าง จางเหว่ยหาน นายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมและทรงอำนาจแห่งกองพลทหารราบ ได้เลื่อนขั้นเป็นนายพันตรี และกำลังจะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คนตระกูลจางยิ่งไม่กล้าหาเรื่องหลินเฟยเฟยให้เป็นเรื่องใหญ่โต ทว่า หลี่ฉินผู้มีความโลภครอบงำกลับยังไม่ยอมแพ้ นางกัดฟันกรอด ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบีบน้ำตา ทำท่าทางน่าสงสาร "น้องสะใภ้ เธออย่าใจแคบนนักเลยนะ ถึงยังไงพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน เธอรวยอู้ฟู่จากการค้าขายลับๆ ล่อๆ ในตลาดมืดแบบนั้น ถ้าทางการรู้เข้า... หึๆ เธอก็ไม่แคล้วโดนข้อหากำไรเกินควรและค้าขายผิดกฎหมายหรอกนะ!" คำขู่ถูกพ่นออกมาเพื่อหวังจะกดให้หลินเฟยเฟยหวาดกลัว แต่มีหรือที่คนอย่างหลินเฟยเฟยจะสะทกสะท้าน เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน มือเรียวบางหยิบกระดาษปึกหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ตผ้าสักหลาดสีแดงสด ซึ่งเป็นสินค้าพรีเมียมจากมิติลับที่เธอเพิ่งเอาออกมาสวมใส่เพื่อประกาศศักดา "ค้าขายผิดกฎหมายงั้นหรือคะ? ลองดูเอกสารใบอนุญาตประกอบการค้าเสรีและใบรับรองจากสหกรณ์อำเภอในมือฉันนี่เสียก่อนสิคะพี่สะใภ้..." หลินเฟยเฟยสะบัดกระดาษในมือเบาๆ "ฉันเดินเรื่องถูกต้องตามนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจยุคใหม่ทุกประการ แถมปีนี้ ยอดขายผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูปของฉัน ยังทำกำไรเข้าคลังอำเภอจนท่านนายอำเภอต้องส่งหนังสือชมเชยมาให้ที่บ้านเลยด้วยซ้ำ อยากจะดูไหมล่ะคะว่าตราประทับสีแดงสดนั่นของใคร?" หน้าของหลี่ฉินซีดเผือดลงทันทีราวกับกระดาษ ไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ถอยหลังกรูดไปหลบอยู่หลังแม่สามี ชัยชนะงดงามและเด็ดขาดนี้ทำให้หลินเฟยเฟยรู้สึกสะใจอย่างยิ่ง แต่นั่นยังไม่ใช่เป้าหมายทั้งหมดของวันนี้ เป้าหมายที่แท้จริงคือการเตรียมเคลียร์พื้นที่บ้านหลังนี้ให้สะอาดสะอ้าน ปราศจากพวกเหลือไรที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อ เพื่อต้อนรับการกลับมาของสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และคลั่งรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อจัดการสะใภ้ตัวแสบจนหมอบราบคาบแก้ว หลินเฟยเฟยก็ขอตัวปลีกตัวออกมายังห้องครัวด้านหลัง กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณจนแทบจะเรียกน้ำย่อยของคนทั้งหมู่บ้านให้พุ่งพล่าน วันนี้เธอกำลังลงมือทำเมนูพิเศษเพื่อฉลองความสำเร็จครบรอบหนึ่งปีแห่งการต่อสู้ในยุค 80 นี้ นั่นคือ 'หมูตุ๋นน้ำแดงสูตรโบราณ' ที่เคี่ยวจนหนังหมูเปื่อยนุ่มละลายในปาก และ 'เกี๊ยวทอดกรอบไส้กุ้งและเห็ดหอมจากมิติลับ' ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งเย้ายวนใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วไม้ กลิ่นอายความเยือกเย็นของสนามรบผสมผสานกับกลิ่นอายดินปืนจางๆ ลอยมาแตะจมูก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของนายพันตรีจางเหว่ยหานจะก้าวเข้ามา ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาคนสวยที่ยืนอยู่หน้าเตาไฟ เรือนร่างอรชรในชุดโค้ตสีแดงขับผิวให้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ใบหน้างดงามระรื่นด้วยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จ จางเหว่ยหานชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชาจากการรบราฆ่าฟันมาแรมปีพลันอ่อนยวบลงในเสี้ยววินาที เขาสลัดความเหนื่อยล้าทั้งหมดทิ้งทันที เดินตรงดิ่งเข้ามาสวมกอดร่างบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมสันซบลงที่ลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากตัวภรรยา พร้อมกับกระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าข้างใบหู "ภรรยา... ผมกลับมาแล้ว ปีนี้... คุณรวยจนสามีคนนี้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีประโยชน์แล้วหรือยัง?" หลินเฟยเฟยวางตะหลิวในมือลง เอี้ยวตัวกลับไปมองสบตากับสามีหนุ่มที่ทั้งดุ ทั้งซื่อสัตย์ และคลั่งรักเธอจนยอมทำทุกอย่าง เธอยกมือขึ้นโอบรอบคอแกร่งของเขา รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ยังหรอกค่ะคุณสามี..." เธอกระซิบตอบเสียงหวานเย้ายวน "เพราะบัญชีหนี้แค้นของตระกูลจางฉันเพิ่งเคลียร์เสร็จ แต่... บัญชีความหวานที่เราสองคนต้องสะสมร่วมกันนับจากนี้ต่างหาก ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ!" ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันท่ามกลางกลิ่นหอมตลบอบอวลของหมูตุ๋นน้ำแดง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา "คุณนายจาง!แย่แล้ว! ทางการจากอำเภอ... ทางการนำกำลังล้อมบ้านคุณไว้หมดแล้ว!" มาร่วมลุ้นและติดตามการเผชิญหน้าครั้งใหม่ที่ระทึกใจกว่าเดิม พร้อมกับความลับในมิติลับที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%