สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ•ตอนที่ 1

กลิ่นไอฝนแรกที่เกียวโต

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“ถ้าคุณคิดจะเปิดกิจการด้วยมาตรฐานความใจดีแบบนี้... โฮมสเตย์ของคุณคงได้ปิดตัวลงในไตรมาสแรกแน่” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝนที่โปรยปรายกระทบหลังคากระเบื้องดินเผาของบ้านไม้เก่าแก่ริมแม่น้ำคาโมะ รินชะงักมือที่กำลังพยายามใช้ผ้าเช็ดคราบน้ำบนเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน เขามองชายแปลกหน้าที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ชายคนนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีเทาเรียบกริบ ผิวขาวจัดจนตัดกับสีของเส้นผมที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการเดินทาง เขาไม่ได้ถือร่ม มีเพียงกระเป๋าเดินทางใบย่อมวางไว้ข้างตัว และสายตาที่กำลังกวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างของโฮมสเตย์ด้วยความรู้สึกกังขา “ผมว่าคุณคงเข้าใจผิดแล้วครับ” รินพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “ที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารที่เน้นกำไรสูงสุด แต่มันคือที่พักที่ผมตั้งใจจะสืบทอดมาจากคุณปู่... และผมไม่ได้จ้างคุณมาวิจารณ์งานผม” ชายหนุ่มที่ชื่ออาคิระเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้สะทกสะท้านต่อท่าทีปกป้องตัวเองของอีกฝ่าย เขาก้าวเดินไปที่ครัวแบบเปิดของโฮมสเตย์โดยไม่ได้รับเชิญ นิ้วเรียวยาวเคาะบนพื้นไม้ที่สะอาดสะอ้านแต่แฝงไปด้วยความรกร้างในเชิงธุรกิจ “คุณปู่ของคุณอาจจะวางรากฐานไว้ดี แต่มันกำลังจะผุพังไปพร้อมกับความกลัวของคุณ” รินเม้มปากแน่น ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลจากโตเกียวและแรงกดดันในการรับหน้าที่ดูแลสมบัติชิ้นสุดท้ายของครอบครัวพุ่งเข้าปะทะอกจนจุก เขาเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนที่คุ้นเคยกับความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ไม่ใช่เจ้าของกิจการที่มีหัวการค้า การมาเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้าที่ดูเหมือนจะมองทะลุปรุโปร่งถึงความไม่มั่นใจของเขาทำให้รินรู้สึกเปราะบางอย่างประหลาด “คุณเป็นใครกันแน่?” รินถามเสียงต่ำ “ป้ายประกาศรับสมัครเชฟที่ผมแปะไว้หน้าสถานี... คุณเป็นคนคนเดียวกับที่โทรมาเมื่อเช้าใช่ไหม?” อาคิระหยุดยืนหน้าเตาถ่านโบราณที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวในมุมครัว เขาหันกลับมามองริน สายตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยจนน่ากลัว “ชื่อของผมคืออาคิระ ผมมีประสบการณ์ในครัวที่ได้รับดาวมิชลินมาสามปี แต่ตอนนี้... ผมแค่ต้องการที่ซุกหัวนอนและงานที่ไม่มีใครรู้จักอดีตของผม” บรรยากาศในโฮมสเตย์เงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงฝนที่ตกหนักขึ้นด้านนอก รินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายตรงหน้า เหมือนเขากำลังแบกความลับบางอย่างที่หนักอึ้งพอๆ กับความเย็นเยียบของสายฝนแรกแห่งเกียวโต “แล้วทำไมต้องที่นี่?” รินเค้นถามต่อ เขาต้องการคำตอบที่มั่นคงกว่าการหนีจากอดีต อาคิระเดินตรงเข้ามาหาริน ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้รินสัมผัสได้ถึงกลิ่นจางๆ ของไม้สนและเครื่องเทศคุณภาพดีจากตัวอีกฝ่าย อาคิระหยุดลงตรงหน้าเขาพอดี ก่อนจะโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของรินที่กำลังแดงระเรื่อด้วยความประหม่า “เพราะอาหารของคุณปู่คุณ... คือจานเดียวที่ทำให้ผมจำได้ว่ารสชาติของการ 'ได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่' มันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบ เขาไม่เคยเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่หลังประโยคสั้นๆ นั่นเลย จนกระทั่งอาคิระเบี่ยงตัวเดินไปหยิบวัตถุดิบในตู้เย็นที่รินเตรียมไว้สำหรับมื้อเย็นอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง “ไปอาบน้ำซะ” อาคิระสั่งเสียงเรียบขณะหยิบหัวไชเท้าขึ้นมาวางบนเขียง “ถ้าไม่อยากให้มื้อแรกที่นี่กลายเป็นมื้อที่แย่ที่สุดในชีวิต ก็นั่งรอที่โต๊ะตัวนั้น... ผมจะทำให้ดูว่า 'สูตรอาหารของโฮมสเตย์ริมน้ำ' ที่แท้จริงมันควรจะเป็นยังไง” รินยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น สมองของเขาสั่งให้ปฏิเสธคนอวดดีที่บุกรุกเข้ามาในชีวิตเขาอย่างกะทันหัน แต่ร่างกายกลับทรยศเมื่อกลิ่นหอมของดาชิที่เริ่มลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวช่างชวนให้โหยหาอย่างประหลาด อาคิระลงมือปรุงอาหารด้วยท่าทางที่นิ่งสนิท ทว่าทุกจังหวะการหั่น การเคี่ยว และการปรุงกลับดูทรงพลังและเปี่ยมด้วยความหมาย ไม่นานนัก กลิ่นหอมของซุปมิโซะรสละมุนก็กลบกลิ่นอับชื้นของฝนแรกไปจนหมดสิ้น รินนั่งลงที่โต๊ะตัวยาวมองดูแผ่นหลังกว้างของอาคิระที่กำลังจัดจานด้วยความประณีต เขารู้สึกได้ว่าชีวิตที่แสนเรียบง่ายของเขาในเกียวโตกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจจ้างคนคนนี้เข้ามา คือการเปิดประตูรับ 'พายุ' เข้าสู่บ้านที่สงบสุขหลังนี้ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเข้าโฮมสเตย์ที่ยังไม่ได้ปิดล็อค ประตูไม้เลื่อนเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้มที่รินจำได้แม่นว่าเป็นทนายความของคุณปู่ เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ใบหน้าของทนายความเคร่งเครียดจนน่าตกใจ “คุณรินครับ ผมต้องแจ้งเรื่องสำคัญ... พินัยกรรมของคุณปู่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกะทันหัน และดูเหมือนว่าคนที่คุณเพิ่งรับเข้าทำงาน จะเป็นคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจในทรัพย์สินทั้งหมดของที่นี่” รินหน้าซีดเผือด ขณะที่อาคิระวางชามซุปสุดท้ายลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองทนายความด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รินใจหายวาบ... นั่นไม่ใช่รอยยิ้มของเชฟที่เพิ่งรู้จักกัน แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่ามาตั้งแต่ต้น --- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินและอาคิระในก้าวแรกของความสัมพันธ์นี้ครับ - หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%