สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ•ตอนที่ 24

อนาคตที่เขียนร่วมกัน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินชีวิตใครเพียงเพราะความพึงพอใจของตระกูลหรอกค่ะ” เสียงของรินสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแน่วแน่ราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม เขาขวางหน้าอาคิระไว้ราวกับโล่ที่ทำจากเนื้อและเลือด ตรงหน้าคือชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูกตัดกับกลิ่นไม้เก่าและไอชื้นของแม่น้ำคาโมะในยามโพล้เพล้ ชายคนนั้นคือพ่อของอาคิระ ผู้มาพร้อมกับอำนาจกดทับที่พยายามจะฉุดรั้งคนรักของเขาให้กลับไปอยู่ในกรงทอง อาคิระไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงเอื้อมมือมาวางบนไหล่ของริน สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นมั่นคงและหนักแน่น ก่อนที่เขาจะขยับตัวก้าวขึ้นมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว สายตาของเขาไม่ได้สั่นไหวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว “โฮมสเตย์แห่งนี้ไม่ได้ซอมซ่อสำหรับผมครับ... ไม่สิ สำหรับเราสองคน” อาคิระเอ่ยคำนับด้วยความเคารพตามมารยาท แต่ถ้อยคำกลับเฉียบขาดราวกับคมมีดซาชิมิ “ที่นี่คือครัวที่ผมได้ปรุงอาหารด้วยหัวใจ และเป็นบ้านที่ผมเลือกจะฝังรากฐานชีวิตหลังจากนี้ พ่อกลับไปเถอะค่ะ... ไม่สิ กลับไปเถิดครับ ผมไม่มีอะไรต้องตอบแทนตระกูลอีกแล้ว” ชายผู้เป็นบิดาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่มองดูโฮมสเตย์ไม้เก่าแก่ดูถูกเหยียดหยามราวกับมองสิ่งปฏิกูล “เลือกดีแล้วงั้นหรือ อาคิระ? กับชีวิตที่ต้องมาคอยจดบัญชีรายรับรายจ่ายหลักร้อยหลักพัน และทำอาหารให้พวกนักท่องเที่ยวชั้นต่ำพวกนี้กินเนี่ยนะ?” “ใช่ค่ะ” รินสวนขึ้นทันควันโดยไม่รอให้อาคิระต้องเปลืองแรง “เพราะอาหารแต่ละจานที่อาคิระปรุง มันมีมากกว่าแค่รสชาติ แต่มันคือความใส่ใจที่คนในตระกูลของคุณอาจไม่มีวันเข้าใจ เพราะคุณวัดค่าชีวิตคนด้วยตัวเลข แต่เราวัดค่าด้วยรอยยิ้มของคนที่ได้ลิ้มรสความรักในจานอาหารค่ะ” บรรยากาศในห้องรับแขกเงียบงันจนได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบหินริมแม่น้ำคาโมะ ชายผู้นั้นจ้องมองทั้งคู่สลับไปมา ความโกรธเคืองที่ซ่อนอยู่ในแววตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา เขาไม่พูดอะไรอีก หมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความกดดันที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ เมื่อประตูบานเลื่อนปิดลง รินทรุดตัวลงนั่งบนเบาะรองนั่งอย่างหมดแรง หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบ มือของอาคิระเอื้อมมาจับมือเขาไว้แน่น ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาเยียวยาความหวาดกลัวที่เกาะกินหัวใจ “ขอโทษนะที่ต้องให้เธอมาเจออะไรแบบนี้” อาคิระเอ่ยเสียงแผ่ว เขานั่งลงข้างๆ ริน กลิ่นดาชิอ่อนๆ จากตัวของอาคิระทำให้รินรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก “ไม่เลยค่ะ” รินยิ้มออกมาทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย “ฉันดีใจที่ได้ยืนข้างคุณ... เราจะขยายกิจการใช่ไหมคะ? เรามาช่วยกันทำให้ที่นี่เป็นที่ที่คนทั้งโลกอยากมาพักผ่อนกันเถอะ ฉันไม่อยากให้มันเป็นแค่โฮมสเตย์ริมแม่น้ำ แต่มันจะเป็นบ้านที่ทุกคนอยากกลับมาหา” อาคิระหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เขาใช้จดสูตรอาหารขึ้นมา เขาเปิดหน้าว่างแผ่นสุดท้ายแล้วเขียนแผนผังการปรับปรุงพื้นที่เรือนหลังเก่าให้เป็นคาเฟ่สำหรับแขกขาจร ควบคู่ไปกับการเปิดคอร์สสอนทำอาหารพื้นเมืองที่สืบทอดมาจากคุณปู่ของริน “ผมคิดเรื่องนี้มานานแล้ว...” อาคิระกระซิบ “ที่ริมน้ำตรงนี้ เราจะตั้งโต๊ะไม้สักตัว ให้คนที่แวะเวียนมาได้นั่งมองเงาจันทร์ในแม่น้ำคาโมะ พร้อมจิบชาที่เธอเป็นคนชง ส่วนเมนู... ผมจะทำราเมงซุปกระดูกหมูที่ใช้เวลาเคี่ยวนานสามวันสามคืน เพื่อให้แขกได้รับรู้ถึงความใจเย็นและความทุ่มเทที่เรามีให้กัน” รินมองดูลายมือที่หนักแน่นของอาคิระแล้วความกังวลที่เคยมีก็มลายหายไป “คุณรู้ไหมคะอาคิระ... ตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตที่เรียบง่ายของฉันจะมีคนมาเขียนอนาคตร่วมกันแบบนี้” “อนาคตของเราไม่ได้ถูกเขียนด้วยเส้นหมึกธรรมดาหรอกริน” อาคิระวางปากกาลงแล้วประคองใบหน้าของคนรักอย่างแผ่วเบา “แต่มันถูกเขียนด้วยทุกก้าวเดินที่เราจะก้าวไปพร้อมกันนับจากวินาทีนี้” ค่ำคืนนั้นดำเนินไปอย่างแช่มช้า แสงไฟสีส้มสลัวจากตะเกียงกระดาษสาฉาบไล้ใบหน้าของทั้งคู่ที่กำลังวางแผนผังการขยายโฮมสเตย์อย่างละเอียด รินพบความสุขที่แท้จริงในงานจุกจิกเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีผ้าปูโต๊ะใหม่ หรือการออกแบบเมนูอาหารเช้าชุดพิเศษที่จะทำให้แขกประทับใจตั้งแต่คำแรก อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พวกเขากำลังจดจ่ออยู่กับการวางแผนอนาคต เสียงเคาะประตูที่หน้าโฮมสเตย์ก็ดังขึ้นอย่างไม่เป็นจังหวะในเวลาใกล้เที่ยงคืน รินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะปกติจะไม่มีใครมาหาในยามวิกาลเช่นนี้ อาคิระลุกขึ้นยืน ร่างกายเขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ลอยมากับสายลมหนาว เขาเดินไปที่หน้าประตูไม้เก่าแก่พร้อมกับรินที่ตามไปติดๆ เมื่ออาคิระเลื่อนประตูออก แสงไฟจากโคมหน้าบ้านเผยให้เห็นบุคคลที่ยืนรออยู่ท่ามกลางความมืดมิด นั่นไม่ใช่พ่อของอาคิระ แต่เป็นผู้หญิงในชุดกิโมโนสีเข้มที่รินจำได้แม่นว่าเคยเห็นในรูปถ่ายเก่าแก่ของคุณปู่เมื่อสิบปีก่อน เธอถือซองจดหมายตราประทับขี้ผึ้งสีแดงสดไว้ในมือและยื่นให้รินด้วยมือที่สั่นเทา “คุณคือทายาทของเจ้าของโฮมสเตย์นี้ใช่ไหม? ถึงเวลาที่คุณต้องรู้ความจริงแล้วว่า... ทำไมโฮมสเตย์นี้ถึงไม่เคยถูกรื้อถอนแม้จะถูกเสนอเงินซื้อที่ดินมหาศาล” หญิงแปลกหน้ากล่าวทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้รินและอาคิระถึงกับหน้าถอดสี “เพราะใต้ดินที่คุณยืนอยู่ตอนนี้... ไม่ได้มีแค่รากไม้เก่าๆ แต่มันคือสมบัติที่ตระกูลของคุณสัญญาว่าจะปกป้องไว้แลกกับชีวิตของใครบางคน!” ขอบคุณที่เดินทางผ่านช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นมากับ "หิมะแรกในโตเกียว" ในทุกบรรทัดนะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%