ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 2

โลกที่ไร้คนมองข้าม

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มที่มักจะลอยวนอยู่มุมห้องทำงานส่วนตัวในยามนี้ กลับกลายเป็นกลิ่นอายความว่างเปล่าที่เจือจางเสียจนน่าสะอิดสะเอียน กวินทร์นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทองตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบไร้ประกายความเย่อหยิ่งดังเช่นเคย กระดาษแผ่นบางที่วางอยู่เบื้องหน้า—ใบหย่าที่สลักลายเซ็นด้วยหมึกสีดำสนิท—แผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาเสียดแทงหัวใจของเขาจนชาหนึบไปหมด ไม่มีเสียงถอนหายใจ ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตา มีเพียงความเงียบงันอันน่ากลัวที่โอบล้อมห้องสี่เหลี่ยมนี้ไว้ราวกับกรงขัง ตลอดสามปีที่ผ่านมา ชีวิตของกวินทร์ถูกขับเคลื่อนด้วยงาน เงินตรา และความสำเร็จ เขาเคยคิดมาตลอดว่าการมีภรรยาอย่างรินรดาก็เป็นเพียงแค่การเติมเต็มองค์ประกอบทางสังคมให้สมบูรณ์แบบเท่านั้น เธอเป็นผู้หญิงเงียบเชียบ เจียมเนื้อเจียมตัว และแทบไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย จนกระทั่งวันนี้... วันที่เธอหายออกไปจากบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ และแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัวในวินาทีที่เดินออกไปจากชีวิตเขา "คุณกวินทร์คะ... เอกสารสรุปยอดประจำไตรมาส..." เสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับเสียงหวานของเลขาฯ สาวดังขึ้น แต่เขากลับไม่ได้ยินมันด้วยซ้ำ ความเงียบในห้องนี้มันดังเกินไป... มันดังจนกวินทร์เพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้ยินเสียงของรินรดาจริงๆ เลยสักครั้ง ไม่เคยฟังเสียงหัวใจของคนที่คอยเตรียมชุดทำงานให้เขาในยามเช้า ไม่เคยใส่ใจแม้กระทั่งว่าเธอชอบทานอะไร หรือเคยร้องไห้ลับหลังเขามานานแค่ไหนแล้ว ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วราวกับคนเสียสติ ก้าวขายาวๆ ออกจากห้องทำงานส่วนตัวตรงดิ่งไปยังห้องนอนใหญ่ที่เคยใช้ร่วมกัน กลิ่นอายจางๆ ของแชมพูเด็กและกลิ่นแป้งหอมอ่อนๆ ที่มักจะติดอยู่ตามหมอนและผ้าปูที่นอนยังคงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย แต่มันถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของห้องที่ไร้เงาเจ้าของ ตู้เสื้อผ้าฝั่งขวามือโล่งเตียน ไม่มีแม้แต่ชายผ้าสีเรียบๆ ที่เธอชอบสวมใส่ ลิ้นชักเครื่องประดับว่างเปล่า แม้กระทั่งกรอบรูปคู่บนโต๊ะหัวเตียงก็คว่ำหน้าลง... ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ แต่เป็นตั้งใจของเธอ ตั้งใจที่จะลบตัวตนของเธอออกจากโลกของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบหมอนใบที่เธอมักจะนอนกอดพลิกดู มันว่างเปล่า ไร้ร่องรอยของความอบอุ่น "ริน..." ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่กวินทร์รู้สึกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ ความเงียบงันรอบตัวบีบรัดลำคอของเขาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก บ้านหลังใหญ่โตมโหฬารที่เคยรู้สึกว่าเป็นวิมานของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้กลับกลายเป็นห้องขังที่กว้างใหญ่และเหน็บหนาวเสียจนน่ากลัว ไม่มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ของเธอ ไม่มีเสียงเปิดปิดประตูครัวในยามดึก และไม่มีสายตาที่เต็มไปด้วยความอดทนรอคอยเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารอีกต่อไป กวินทร์ขบกรามแน่นจนสันนัดนูนขึ้น ความโกรธเกรี้ยวและความกระวนกระวายใจตีรวนขึ้นมาในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเลขาส่วนตัวทันทีด้วยน้ำเสียงที่เข้มจัดจนอีกฝ่ายสะดุ้ง "เช็คประวัติการเดินทางของรินรดา... และหาให้เจอว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน!" ตัดสายทิ้งโดยไม่รอฟังคำทวนความ กวินทร์รู้ดีว่านี่ไม่ใช่การงอนแบบที่ผ่านมา ใบหย่าฉบับนั้นและการเก็บข้าวของออกไปจนเกลี้ยงเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันไปไหนได้... ได้ตัดขาดจากเขาไปอย่างแท้จริงแล้ว ผ่านไปหลายชั่วโมงท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มคืบคลานเข้ามาทางหน้าต่างกระจกใส กวินทร์ตัดสินใจขับรถออกมาอย่างไร้จุดหมาย ปลายทางของเขาไม่ใช่บริษัท ไม่ใช่ผับหรูที่เหล่าหุ้นส่วนมักนัดพบ แต่เป็นคอนโดมิเนียมเก่าๆ แห่งหนึ่งย่านชานเมือง—สถานที่ที่เขาจำได้รางๆ ว่าเธอเคยเอ่ยถึงเมื่อนานมาแล้ว ตอนที่เธอยังเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานตัวเล็กๆ ที่เขายังไม่เคยชายตามองด้วยซ้ำ บรรยากาศรอบคอนโดฯ เงียบสงบและเรียบง่าย แตกต่างจากคฤหาสน์หรูของเขาลิบลับ กวินทร์ก้าวลงจากรถสปอร์ตราคาแพงด้วยความรู้สึกแปลกแยก สายตาคมกวาดมองไปรอบตัวก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่สนามเด็กเล่นเล็กๆ ใต้ตึกที่มีแสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงมา ท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืน มีเสียงหัวเราะคิกคักใสแจ๋วของเด็กน้อยดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวคุ้นตาในชุดเสื้อยืดสบายๆ กำลังนั่งยองๆ ป้อนขนมให้เด็กชายตัวน้อยแก้มป่องคนหนึ่ง รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนใบหน้าหวานนั้นงดงาม สดใส และเปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนกวินทร์รู้สึกแสบตา... มันเป็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิตการแต่งงาน เด็กชายตัวน้อยวัยราวสามขวบมีดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างชัดเจน จนลมหายใจของกวินทร์สะดุดกึก หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม รินรดากำลังกอดเด็กน้อยคนนั้นไว้แนบอกด้วยความรักท่วมท้น มือเรียวเล็กบรรจงเช็ดคราบขนมที่มุมปากให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับร่างสูงที่ยืนนิ่งค้างอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่โดยไม่ทันตั้งตัว รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอหายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาเรียաբเฉย เย็นชา และว่างเปล่า... สายตาแบบเดียวกับที่เธอมองเขาในวินาทีที่วางใบหย่าทิ้งไว้บนโต๊ะ กวินทร์ก้าวขาไม่ออก ราวกับมีโซ่ตรึงร่างของเขาไว้กับพื้น ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงหน้า ในวินาทีนั้นเองที่ความจริงอันโหดร้ายพุ่งเข้าชนกลางอกอย่างจัง—โลกที่ไม่มีรินรดามันเงียบเหงาเกินกว่าที่เขาคิด... แต่มันยิ่งน่ากลัวกว่านั้นเป็นร้อยเท่า เมื่อเขาเพิ่งค้นพบว่าเธอยังมีความลับอีกมากมายที่เขาไม่เคยรู้ และหนึ่งในความลับนั้น กำลังยืนส่งยิ้มหัวเราะอยู่ข้างกายเธอในฐานะ "ลูกชาย" ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมีสิทธิ์ได้รับรู้ ความเงียบงันถูกทำลายลงเมื่อเด็กชายตัวน้อยหันมามองกวินทร์ เอียงคอมองด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามเสียงใสซื่อออกมาคำหนึ่งที่ทำให้กวินทร์แทบหยุดหายใจ "คุณแม่ครับ... คุณลุงคนนั้น หน้าตาเหมือนผมเลย... เขาเป็นใครเหรอครับ?" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ หวังว่าจะอินไปกับความรู้สึกของตัวละครกันค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%