ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 24

บททดสอบจากลูกชาย

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"ถ้าคุณป๋าอยากให้แม่หายโกรธ... คุณป๋าต้องกินนี่ให้หมดก่อนฮะ" ถาดกระดาษสีน้ำตาลถูกเลื่อนเข้ามาตรงหน้าชายหนุ่มผู้สวมสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ กวินทร์ก้มมองของในนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่าระคนตกตะลึง ขนมปังปิ้งไหม้เกรียมจนเป็นสีดำสนิทโปะทับด้วยแยมสตรอว์เบอร์รีสีแดงฉานที่ดูคล้ายคราบเลือด กลิ่นไหม้คละคลุ้งเตะจมูกจนเขาต้องกลั้นหายใจ แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับดวงตากลมโตใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่มองมาด้วยรอยยิ้มพรายเจ้าเล่ห์—รอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาอีกฝั่ง เธอกำลังจิบชาคาโมมายล์อุ่นๆ อย่างใจเย็น ใบหน้าหวานเฉี่ยวเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยรับบทเป็น "ผู้พิพากษา" ตัดสินชะตากรรมของอดีตสามีผู้เคยเหยียบยละศักดิ์ศรีของเธอไว้ใต้ฝ่าเท้า "ต้นกล้า... ลูกแน่ใจนะว่านี่คือวิธี..." กวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวยาวที่เคยเซ็นเชอร์มูลค่าหลักร้อยล้านสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อต้องเอื้อมไปหยิบขนมปังแผ่นนั้น "แน่ใจสฮะ!" เด็กชายเอามือเท้าสะเอว เลียนแบบท่าทางดุๆ ของแม่ไม่มีผิดเพี้ยน "ตอนคุณป๋าทำให้แม่ร้องไห้ หนักกว่ากินขนมปังไหม้นี่อีกนะฮะ! ถ้าคุณป๋าไม่อินจริง... ก็แปลว่าคุณป๋าไม่ได้สำนึกผิดจริง แม่บอกว่าคนโกหกจมูกจะยาวเท่าสะพานพระรามแปดเลยนะฮะ!" คำพูดไร้เดียงสาแต่เชือดเฉือนพุ่งตรงเข้าปักกลางใจกวินทร์จนจุกแน่น เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดา หวังจะเห็นความเห็นใจสักนิดในแววตานั้น ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ช่างเป็นรอยยิ้มที่กรีดแทะหัวใจของเขาให้แหลกละเอียดทีละน้อย สาสมกับความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับในอดีต รินรดาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ เธอมองหน้าอดีตสามีด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใย "ลูกสั่งอะไร ก็ทำตามนั้นสิคะ คุณกวินทร์" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น "หรือว่า... แค่ขนมปังไหม้แผ่นเดียว คุณทำให้มันลุล่วงไม่ได้เหมือนปากที่บอกว่าอยากจะ 'เริ่มต้นใหม่' หคะ?" ความกดดันถาโถมเข้าใส่กวินทร์ราวกับคลื่นพายุ เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องขนมปัง แต่มันคือบททดสอบความอดทน และการชดใช้บาปกรรมที่เขาเคยสร้างไว้ ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองในศักดิ์ศรีอย่างเขา ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร ไม่เคยต้องมานั่งกินของไร้รสชาติเหล่านี้เพื่อขอความกรุณาจากใคร แต่ในวันนี้... เพื่อแลกกับการได้เข้าใกล้เธอกับลูกอีกครั้ง เขากลับไม่มีทางเลือกอื่นเลย กวินทร์หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึก Before ก่อนจะกัดขนมปังไหม้เกรียมนั้นเข้าไปคำใหญ่ รสชาติขมไหม้และหวานเลี่ยนบาดคอจนแทบสำลัก แต่เขาทำได้เพียงเคี้ยวแล้วกลืนมันลงไปทีละนิด ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมาด้วยความสะใจเงียบๆ ของผู้เป็นอดีตภรรยา "เก่งมากฮะคุณป๋า!" ต้นกล้าปรบมือแปะๆ ด้วยความชอบใจ "ผ่านด่านแรกแล้วฮะ!" "ด่านแรก?" กวินทร์เบิกตากว้างอย่างลืมตัว เกือบจะสำลักเศษขนมปังติดคอ "นี่... ยังมีด่านอื่นอีกงั้นเหรอ?" "มีสฮะ! แม่บอกว่าความผิดของคุณป๋าใหญ่เท่าภูเขาไฟฟูจiเลยนะฮะ ต้องผ่านสามด่านถึงจะหลุดพ้นข้อหา 'คุณพ่อใจร้าย'" เด็กชายชูนิ้วขึ้นสามนิ้วประกอบคำพูด รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เธอเอนหลังพิงพนักโซฟา ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีั้นหัวใจชายหนุ่มต่อไป บาดแผลที่เธอเคยได้รับตลอดสามปีในฐานะภรรยาไร้ค่า ไม่สามารถเยียวยาได้ด้วยคำขอโทษพร่ำเพรื่อ หากเขาอยากได้เธอกลับคืน เขากต้องยอมคุกเข่าให้สาสมกับน้ำตาหยดเลือดที่เธอเคยหลั่งริน บรรยากาศในห้องรับแขกตึงเครียดขึ้นทีละน้อย กวินทร์เพิ่งตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า เกมนี้... เขาไม่มีทางชนะเลย ตั้งแต่มีโซ่ทองใจอย่างเจ้าตัวน้อยคอยถือหางแม่อยู่แบบนี้ ทว่า ในขณะที่กวินทร์กำลังเตรียมใจรับมือกับบททดสอบด่านที่สองที่ลูกชายกำลังจะเอ่ยปากสั่ง เสียงกริ่งหน้าประตูก็แหลมขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เพราะวันนี้เธอไม่ได้นัดหมายให้ใครมาหาที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวแห่งนี้ "เดี๋ยวแม่ไปดูเองค่ะ" รินรดาลุกขึ้นยืน ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินตรงไปยังประตูทางเข้า โดยมีสายตาสงสัยของกวินทร์และต้นกล้ามองตาม กลอนประตูด้านนอกถูกบิดเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสตรีทแวร์ทันสมัย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่รินรดาคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ พร้อมกับช่อดอกไม้สดช่อใหญ่ในมือ "ริน... ผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้คุณตรวจเช็กครับ หวังว่าผมคงไม่มารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณนะ" เสียงทุ้มต่ำของ "ภาคิน" หุ้นส่วนหนุ่มไฟแรงและเพื่อนสนิทที่คอยเคียงข้างเธอในวันที่ย่ำแย่ดังขึ้นอย่างสนิทสนม ทว่าในวินาทีที่ประโยคนี้หลุดออกจากปาก รินรดากลับหน้าถอดสี เพราะเธอรู้ทันทีว่าหายนะกำลังจะมาเยือน พรึบ! ร่างสูงใหญ่ของกวินทร์ผุดลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง แรงอัดจากความหึงหวงและโทสะพุ่งพล่านขึ้นจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เมื่อสายตาคมกริบกวาดไปเห็นชายแปลกหน้าที่ยืนประชิดตัวอดีตภรรยา แถมยังเรียกชื่อเธอด้วยความสนิทสนมเกินกว่าคำว่า "เพื่อนร่วมงาน" กวินทร์ก้าวฉับๆ เข้ามาที่โถงทางเข้า แววตาที่ใช้มองภาคินนั้นเย็นยะเยือกราวน้ำแข็ง มือกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก "คุณเป็นใคร... แล้วมีสิทธิ์อะไรมาเรียกเธอว่า 'ริน' แบบนั้น?" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความดุร้ายและหวงแหนอย่างปิดไม่มิด รินรดาสบตากับกวินทร์ที่กำลังลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ เธอกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับกัน... มุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่เยียบเย็นและท้าทายที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%