ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 26

ศัตรูพ่ายแพ้

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนความตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่ ระหว่างกวินทร์และกลุ่มผู้ถือหุ้นฝ่ายตรงข้ามดังสนั่นจนแทบจะกลืนเสียงลมหายใจของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงครามธุรกิจที่ถูกเคี่ยวกรำมาตลอดหลายเดือน และในวันนี้... เกมกระดานนี้กำลังจะถึงคราวสิ้นสุด "คุณคิดจริงๆ หรือครับ... ว่าเอกสารชุดนี้จะล้มผมได้?" กวินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของชายหนุ่มราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าศัตรูทางธุรกิจทีละคนด้วยความเหยียดหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง เอกสารในมือของประธานกรรมการบริหารบริษัทคู่แข่งสั่นเทาเล็กน้อย มันไม่ใช่รายงานทางการเงินธรรมดา แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่กวินทร์ใช้เวลาสะสมมาแรมปีเพื่อกวาดล้างหนามยอกอกเหล่านี้ให้สิ้นซาก เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย... พื้นที่ที่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาแตะต้องรินรดาและน้องต้นกล้าได้อีก "คุณ... คุณมันบ้าไปแล้ว กวินทร์! ทำแบบนี้บริษัทจะพังกันหมด!" เสียงตะคอกด้วยความจนมุมดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือด "ถ้าความพังของพวกคุณ มันแลกกับการที่ลูกกับเมียของผมมีความปลอดภัยแม้แต่นิดเดียว..." กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาสองข้างทาบบนโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารอบกาย "ผมยินดีจะเผาให้มันราบเป็นหน้ากลอง" รินรดายืนมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกฝ้าของห้องทำงานส่วนตัวที่เชื่อมต่อกัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างซับซ้อน เธอยังจำความเย็นชาและความใจร้ายในอดีตของเขาได้ดี ผู้ชายที่เคยผลักไสเธอลงสู่นรกโลกันต์ด้วยคำพูดเชือดเฉือน แต่วันนี้... ผู้ชายคนเดียวกันกำลังใช้เลือดเนื้อและอำนาจทั้งหมดของเขากวาดล้างศัตรูเพื่อปกป้องครอบครัวที่เขาเกือบทำลายด้วยมือตัวเอง มันคือการไถ่บาปที่เจ็บปวด... และน่าสมเพชในเวลาเดียวกัน เมื่อการประชุมลับสิ้นสุดลง เสียงปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเดินเข้ามาของกวินทร์ เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาถูกปลดกระดุมเม็ดบนออก ใบหน้าคมสันมีหยาดเหงื่อซึมเล็กน้อยตามไรผม ร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏชัดเจน แต่ประกตาในดวงตาคู่นั้นกลับสุกใสและเปี่ยมไปด้วยความโล่งอกอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นกายผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "เรียบร้อยแล้วค่ะ" กวินทร์เอ่ยเสียงนุ่ม แตกต่างจากเวลาที่เขาคุยกับศัตรูลิบลับ "พวกมันไม่มีทางลุกขึ้นมาทำอะไรคุณกับลูกได้อีก ข้อมูลทุกอย่างถูกกำจัด และหุ้นส่วนใหญ่ถูกโอนเข้าชื่อผมหมดแล้ว" รินรดายังคงยืนกอดอก ใบหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม หรือแม้แต่คำขอบคุณ ดวงตากลมโตมองสำรวจสามีเก่าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก "คุณคิดว่าเงินและอำนาจพวกนั้น จะลบล้างอดีตที่คุณทำกับฉันได้งั้นเหรอคะ กวินทร์?" น้ำเสียงของรินรดานิ่งสนิท แต่ทุกคำที่เปล่งออกมากลับบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนฟัง กวินทร์ชะงัก รอยยิ้มจางๆ ที่พยายามฝืนสร้างขึ้นบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก เขาละสายตาลงต่ำ ยอมรับความจริงข้อนั้นด้วยความจำนน "ผมไม่ได้ทำเพื่อลบล้างอดีต ริน..." เขาพูดเสียงแผ่วเบa ดวงตาคมไหวระริกด้วยความเจ็บปวด "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย... แต่ขอร้องเถอะ ให้โอกาสผมได้ปกป้องคุณกับลูกในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง... ในฐานะพ่อของต้นกล้า เถอะนะ" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ปิดกั้นความรู้สึกอ่อนแอที่เกือบจะพรั่งพรูออกมา เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเธอเฉียบคมดั่งใบมีด "คุณชนะศัตรูข้างนอกได้หมดแล้วค่ะ กวินทร์... แต่คุณยังไม่เคยชนะใจฉันเลยสักครั้ง" เธอกล่าวจบก็เตรียมจะหันหลังเดินหนີไปยังห้องพักผ่อนด้านในที่มีลูกชายนอนหลับอยู่ ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขาคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับเจอผี "คุณกวินทร์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลขาสาวละล่ำละลักพูดด้วยความตกใจ "มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาที่ชั้นนี้ค่ะ เขาบอกว่าเป็น... เป็นคนจากตระกูลเก่าของคุณ และเขากำลังถือบางอย่างมา... สิ่งที่คุณไม่คาดคิดที่สุดค่ะ!" กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ หันกลับไปมองทางประตู รินรดาก็หยุดชะงัก หันกลับมามองด้วยความสงสัย ประตูห้องเปิดผางออกอย่างแรง ร่างของชายชราผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ในมือเหี่ยวย่นนั้นถือซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ที่ถูกแกะออกแล้ว และทันทีที่กวินทร์เห็นใบหน้าของผู้มาเยือน เลือดในกายของเขาก็เย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว "แกคิดว่าจะจัดการปัญหาหมดแล้วเหรอกวินทร์?" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน "แต่แกยังไม่ได้เช็คดูสินะ... ว่าพินัยกรรมลับฉบับสุดท้ายของพ่อแก ก่อนที่เขาจะตาย... ตอนนี้มันอยู่ที่ใคร และในนั้น... เขียนชื่อใครเอาไว้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แท้จริงของบริษัททั้งหมด!" กวินทร์เบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป ขณะที่ซองเอกสารในมือชายชราถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้า รินรดาชำเลืองมองเอกสารแผ่นนั้น และหัวใจของเธอก็ร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนบรรทัดสุดท้ายของเอกสารฉบับนั้น... ชื่อของคนที่ตายไปแล้ว แต่กลับมีอำนาจชี้ชะตาพวกเขาทั้งหมดในตอนนี้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%