ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น•ตอนที่ 13

การแข่งขันทำอาหารประจำตำบล

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
ป้ายประกาศสีแดงสดที่ตอกตรึงอยู่บนบอร์ดไม้หน้าทำการประจำตำบลสั่นไหวเบาๆ ตามแรงกระแทกของค้อนไม้ที่หลี่ต้าเฉียงจงใจตอกย้ำลงไป เพื่อประกาศศักดาให้ชาวบ้านนับร้อยชีวิตได้ประจักษ์แก่สายตา "ปีนี้ เงินรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศการแข่งขันทำอาหารประจำตำบล สูงถึงสามร้อยหยวน พร้อมตั๋วซื้อจักรยานและแป้งสาลีชั้นดีอีกหนึ่งกระสอบ!" เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีท่ามกลางฝูงชน ชาวบ้านต่างเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เงินสามร้อยหยวนในยุค 70-80 นี้ มากพอที่จะใช้จ่ายอย่างสุขสบายไปได้เกือบครึ่งปี ยิ่งเป็นตั๋วซื้อจักรยานด้วยแล้ว ย่อมเป็นสมบัติล้ำค่าที่ทุกครอบครัวต่างหมายปอง หลี่ต้าเฉียงกวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความเย่อหยิ่ง ก่อนจะเหลือบมาเห็นหลี่เหมยหลิงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ถือโอกาสตะโกนเสียงดังเพื่อให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน "ฮ่าๆๆ! เหมยหลิง หลานอา อย่าได้แม้แต่จะคิดไปลงชื่อเชียวนา อาหารหมูที่เธอทำกินในบ้านหลังเล็กๆ นั่น คงไม่กล้าเอามาให้กรรมการผู้ทรงเกียรติชิมหรอกกระมัง? อย่าหาว่าอาคนนี้ไม่เตือน ขายหน้าเขาไปทั่วตำบลเปล่าๆ!" คำพูดถากถางนั้นเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากบรรดาญาติผู้พี่และกลุ่มคนสนิทของหลี่ต้าเฉียงได้เป็นอย่างดี ป้าซุนที่ยืนอยู่ข้างๆ เหมยหลิงถึงกับหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ "ไอ้คนแซ่หลี่นี่มันเหลืออดจริงๆ! เหมยหลิง ลูก อย่าไปฟังมันนะ ปากสุนัขแบบนั้นสักวันคงได้สำลักน้ำลายตัวเองตายแน่" ป้าซุนกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ทว่าหลี่เหมยหลิงกลับมิได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวอย่างที่ใครๆ คาดคิด ริมฝีปากบางเฉียบระบายยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววประกายคมปลาบราวกับคมมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก นางก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าอย่างช้าๆ เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบกับพื้นดินแห้งแล้งดังเป็นจังหวะหนักแน่น สะกดสายตาของทุกคนให้หันมามองเป็นตาเดียว "อาหารหมูที่ท่านลุงพูดถึง... น่าเสียดายนักที่ตลอดชีวิตนี้ ท่านคงไม่มีวาสนาได้ลิ้มลองแม้แต่ปลายลิ้น" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่กลับก้องกังวานบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "เธอกล้าดียังไง..." หลี่ต้าเฉียงหน้าตาถอดสี เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธ หลี่เหมยหลิงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ต่อความยาวสาวความยืด นางเดินตรงไปยังโต๊ะลงทะเบียนของเจ้าหน้าที่ประจำตำบล หยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาจรดปลายลงบนกระดาษอย่างมั่นคง ตัวอักษรภาษาจีนที่ถูกเขียนขึ้นมีความสวยงามและทรงพลัง สะท้อนถึงความเด็ดเดี่ยวในจิตใจ *หลี่เหมยหลิง - ตัวแทนจากหมู่บ้านรกร้าง* "ฉันลงชื่อแล้วครับ... อ้อ ไม่สิ เจ้าหน้าที่ผู้ทรงเกียรติ ช่วยบันทึกไว้ด้วยนะว่า ปีนี้แชมป์อันดับหนึ่ง จะตกเป็นของคนสกุลหลี่คนนี้... แต่ไม่ใช่สายโลหิตที่เห็นแก่ตัวและจ้องจะสูบเลือดเนื้อคนในครอบครัวเดียวกันอย่างแน่นอน" คำพูดตอกกลับอันเจ็บแสบทำเอาหลี่ต้าเฉียงหน้าเขียวคล้ำจนแทบจะเป็นสีม่วง ท่ามกลางเสียงปรบมือเบาๆ และเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านที่เริ่มหันมาเอาใจช่วยหญิงสาวผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร เมื่อเดินกลับออกมาจากฝูงชน บรรยากาศรอบตัวก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง สวีจิ้นที่ยืนรออยู่มุมตึกด้วยชุดนายทหารสีเขียวเข้ม ร่างสูงใหญ่กำยำก้าวเข้ามาหาภรรยาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบที่เคยดุดันยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด "เธอแน่ใจนะว่าจะลงแข่ง? งานนี้มีแต่พ่อครัวมือฉีดยาและแม่ครัวเก่าแก่จากภัตตาคารในเมืองมาร่วมด้วย..." สวีจิ้นเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ฝ่ามือหนากรำศึกเอื้อมไปจัดปมผ้าพันคอให้ภรรยาอย่างเบามือ เป็นความใส่ใจเงียบๆ ที่แสดงออกผ่านการกระทำมากกว่าคำพูด เหมยหลิงเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจผุดขึ้นบนใบหน้า "คุณสามี... คุณไม่เชื่อมือภรรยาคนนี้หรือครับ? อาหารที่ปรุงด้วยความใส่ใจ และวัตถุดิบพิเศษจาก 'ที่ของเรา' ไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับพวกยึดติดกับตำราคร่ำครึหรอกนะ" สวีจิ้นนิ่งงันไปชั่วขณะ ยามที่นางเรียกเขาว่า 'คุณสามี' พร้อมกับรอยยิ้มซุกซนเช่นนี้ หัวใจที่ด้านชาจากการผ่านสนามรบมานานนับปีก็มักจะเต้นระรัวราวกับเด็กหนุ่มแรกรุ่น เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขิน ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด "ถ้าเธอต้องการ... ฉันจะไปหาวัตถุดิบหายากบนยอดเขาให้เอง" สวีจิ้นเอพึมพำเสียงทุ้มต่ำ "ไม่ต้องถึงมือคุณหรอกครับ วันนี้ฉันเตรียมตัวไว้หมดแล้ว" เหมยหลิงยิ้มกริ่ม นางพลิกข้อมือเบาๆ ในมิติลับของฟาร์มวิเศษ บัดนี้เมล็ดพันธุ์ชาเขียวชั้นดีและเครื่องเทศสูตรลับโบราณกำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนใจ ทว่า สิ่งที่นางซ่อนเอาไว้ใต้ก้นครัว หาใช่เพียงแค่เครื่องเทศธรรมดาไม่ แต่เป็นวัตถุดิบชิ้นสำคัญที่จะทำให้การแข่งขันในวันพรุ่งนี้ต้องสั่นสะเทือน ตกดึกยามวิกาล ภายในห้องครัวเล็กๆ ของบ้านพักหลังน้อย แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องประกายวอมแวม เหมยหลิงกำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนผสมยอดชาอ่อน กลิ่นหอมละมุนล้ำลึกของชาที่ผสานเข้ากับความหวานเคี่ยวเค็มของเนื้อสัตว์ลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน ทะลุผ่านรอยแตกของหน้าต่างออกไปจนลอยไปแตะจมูกของเพื่อนบ้านในรัศมีร้อยเมตร ในขณะที่นางกำลังใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปในหม้อดินเผาอย่างเพลิดเพลิน เสียงเคาะประตูก็สดุดดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะที่หน้าบ้าน สวีจิ้นที่นั่งลับมีดอยู่มุมห้องลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวกระวัง เขาเดินไปเปิดประตูช้าๆ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับมิใช่ชาวบ้านหรือหลี่ต้าเฉียงผู้มาหาเรื่อง หากแต่เป็นร่างระหงของหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดคลุมกันหนาวสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งบนถูกปกกปิดไว้ด้วยผ้าคลุมโปร่งแสง ทว่ากลิ่นอายที่โชยมาจากตัวนาง กลับคุ้นเคยอย่างประหลาด—กลิ่นอายของใบชาตระกูลหลี่จากอีกมิติหนึ่งที่สาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน! "สวัสดีท่านเชฟ... ดูท่าทางเมนูเด็ดของคุณจะหอมหวลจนดึงดูดแขกที่ไม่ได้รับเชิญข้ามมิติมาเสียแล้วกระมัง" หญิงสาวปริศนายกยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นแววตาร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดมิด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยดีเสมอมาครับ / ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%