“ถ้าคุณคิดว่าการถอดรหัสนี้คือเกมแก้เบื่อ ผมแนะนำให้คุณเอาเวลานี้ไปเลือกซื้อโลงศพให้ตัวเองดีกว่าครับ”
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของศิลาดังขึ้นผ่านลำโพงของเครื่องดักฟัง รินรดาชะงักมือที่กำลังแตะหน้าจอโฮโลกราฟิก แสงสีฟ้าหม่นของรหัสฐานสิบหกสะท้อนอยู่ในดวงตาสีเทาคู่สวยของเธอ เธอไม่ตอบโต้ แต่เลือกที่จะเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเนิบช้า ราวกับกำลังกดดันคนที่อยู่อีกฝั่งของสายให้เผยไต๋ออกมา
“ศิลา... คุณไม่ได้โทรมาเพื่อขู่ผมหรอกนะ” รินรดากล่าว พลางเอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง ความเงียบในห้องทำงานชั้นที่สี่สิบสองของตึกสูงเสียดฟ้าในกรุงเทพฯ นั้นน่าอึดอัดเสียจนได้ยินเสียงระบบระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ทำงาน “บอกธุระของคุณมา แล้วจบเรื่องนี้เสียที”
“พัสดุถูกส่งไปที่โต๊ะทำงานคุณแล้ว รินรดา”
“ผมไม่รับของที่ไม่ทราบที่มา”
“คราวนี้คุณต้องรับ” เสียงของเขาสั่นไหวเพียงเล็กน้อย แต่มันคมกริบพอที่จะทำให้รินรดาใจเต้นผิดจังหวะ “เพราะสิ่งที่อยู่ในนั้น... มันคือลายเซ็นดิจิทัลของคนที่คุณเฝ้าตามหามาตลอดสิบปี”
รินรดานิ่งงัน หัวใจในอกกระตุกวูบ เธอไม่ได้วางสาย แต่ทิ้งตัวลุกขึ้นยืนแล้วก้าวตรงไปยังห้องรับพัสดุหน้าออฟฟิศ กล่องพัสดุขนาดกะทัดรัดวางอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีดำสนิท มันไม่มีที่อยู่ผู้ส่ง ไม่มีตราประทับไปรษณีย์ มีเพียงรอยนิ้วมือจางๆ ที่มุมกล่อง
เธอกลับเข้ามาในห้องทำงาน ปิดระบบรักษาความปลอดภัยทุกจุดด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะใช้คัตเตอร์กรีดเทปกาวอย่างประณีต ด้านในไม่ได้บรรจุเอกสารลับหรืออาวุธ แต่มันคือไดรฟ์เก็บข้อมูลโลหะสีเงินวาววับที่ดูเก่าแก่จนน่าประหลาด
เมื่อเธอเสียบไดรฟ์เข้ากับพอร์ตเชื่อมต่อ ความเงียบงันในห้องก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงการทำงานของอัลกอริทึมที่ดุดัน หน้าจอตรงหน้าแตกตัวออกเป็นรหัสสีแดงฉาน มันไม่ใช่การเข้ารหัสทั่วไป แต่มันคือโปรโตคอลความปลอดภัยระดับกองทัพที่หายสาบสูญไปเมื่อทศวรรษก่อน
“คุณเห็นมันแล้วใช่ไหม” เสียงของศิลาแทรกเข้ามาอีกครั้ง ราวกับเขานั่งมองดูเธออยู่จากที่ไหนสักแห่งในความมืด “นั่นไม่ใช่แค่ไฟล์ข้อมูล รินรดา แต่มันคือ ‘รอยจารึก’ ที่จะเปลี่ยนความจริงที่คุณเชื่อมาตลอดชีวิตให้กลายเป็นฝุ่นผง”
“คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ ศิลา” รินรดากัดฟันกรอด ขณะที่มือของเธอกำลังรัวคีย์บอร์ดด้วยความเร็วระดับเซียนเพื่อฝ่าด่านรหัสชั้นที่หนึ่ง “นี่มันข้อมูลระดับความลับสุดยอด... คนอย่างคุณไปเอามาได้ยังไง”
“ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้ ‘เอามา’ แต่ผมเป็นคน ‘เก็บรักษา’ มันไว้ให้คุณมาตลอดล่ะ?”
ศิลาไม่ได้ตอบในทันที แต่เขากลับถอนหายใจยาวผ่านสายโทรศัพท์ ความตึงเครียดของสถานการณ์ทำให้บรรยากาศในห้องดูหนักอึ้งเหมือนอากาศกำลังจะหมดไป รินรดาเริ่มรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ยิ่งเธอถอดรหัสลึกเท่าไหร่ ข้อมูลที่ค่อยๆ เผยออกมาก็ยิ่งทำให้โลกที่เธอเคยรู้จักบิดเบี้ยวไปมากขึ้นเท่านั้น
ภาพกราฟิกโครงสร้างสารเคมีบางอย่างปรากฏขึ้น พร้อมกับบันทึกเสียงที่ถูกเข้ารหัสไว้ซ้อนทับ รินรดาหยุดมือทันทีเมื่อเสียงที่คุ้นเคยที่สุดดังออกมาจากลำโพง... มันเป็นเสียงของพ่อเธอ ผู้ที่หายตัวไปในคดีทุจริตโครงการวิจัยลับเมื่อสิบปีก่อน
‘หากเจ้าได้ยินไฟล์นี้... หมายความว่าศิลาได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อแล้ว’
รินรดาชาวาบไปทั้งร่าง เธอเงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิดในห้องราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงชายหนุ่มที่เธอมองว่าเป็นเพียงคู่กัดทางอุดมการณ์มาตลอดหลายปี
“ศิลา... พ่อฉัน...”
“อย่าเพิ่งถามตอนนี้” เสียงของศิลาเข้มขึ้นและเต็มไปด้วยความกดดัน “คุณต้องดูไฟล์สุดท้ายให้จบเสียก่อน รินรดา... เพราะสิ่งที่กำลังจะปรากฏบนหน้าจอของคุณในอีกสิบวินาทีข้างหน้า จะทำให้คุณกลายเป็นบุคคลที่อันตรายที่สุดในโลกนี้ทันที”
รินรดาจ้องมองแถบสถานะการโหลดที่วิ่งไปถึง 99 เปอร์เซ็นต์ นิ้วของเธอยังคงค้างอยู่บนแป้นพิมพ์ ในวินาทีที่ตัวเลขเปลี่ยนเป็น 100 หน้าจอหลักก็ดับพรึบลงทันที เหลือเพียงแสงสีเขียวจากระบบสำรองไฟที่ส่องกระทบใบหน้าของเธอให้ดูซีดเซียว
ความมืดปกคลุมห้องทำงานไปชั่วขณะ ก่อนที่หน้าจอจะเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับภาพถ่ายดาวเทียมตำแหน่งพิกัดลับแห่งหนึ่ง... พิกัดที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นสถานที่ที่พ่อของเธอหายตัวไป แต่มันไม่ใช่ที่ร้างอย่างที่รายงานข่าวเคยระบุไว้
ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด คือเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนถืออาวุธอยู่ในพิกัดนั้น... ชายคนนั้นสวมเครื่องแบบหน่วยพิเศษที่เธอจำได้ว่าถูกยุบไปแล้ว และเมื่อซูมภาพเข้าไปใกล้ขึ้น ความจริงก็ฟาดเข้าใส่ใจเธออย่างจัง
เงาร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น... หากแต่คือศิลาที่ยืนอยู่ข้างกายพ่อของเธอในภาพถ่ายที่เพิ่งถูกถ่ายขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เอง!
เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอ รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบคว้าไดรฟ์ข้อมูลออกมา แต่ก่อนที่เธอจะได้ขยับหนี มือที่มองไม่เห็นจากด้านหลังก็เอื้อมมาปิดปากเธอแน่นพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“เงียบไว้...” เสียงกระซิบที่ข้างหูนั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบ “ถ้าคุณไม่อยากตายในวินาทีนี้... อย่าหันกลับมามองผม”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางเข้าสู่มิติที่แปดไปพร้อมกับผมนะครับ
พิกัดลับกับรอยจารึกที่เลือนหาย•ตอนที่ 1
ไฟล์ที่ไม่มีตัวตน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิกัดลับกับรอยจารึกที่เลือนหาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
