กลิ่นอับของฝุ่นผงที่เกาะตัวหนาบนวัตถุโบราณนับร้อยปี ผสมกับกลิ่นน้ำมันปืนจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก รินรดากลั้นหายใจ แผ่นหลังของเธอแนบสนิทไปกับเสาหินอ่อนเย็นเฉียบในห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ที่ควรจะปิดตายไปนานแล้ว หัวใจของเธอเต้นรัวเป็นจังหวะกระชั้น แต่สติสัมปชัญญะของเธอยังคงทำงานอย่างเป็นระบบ เธอรู้ดีว่าในวินาทีนี้ ตรรกะคืออาวุธเดียวที่จะทำให้เธอรอด
“ห้ามหันกลับมา...”
เสียงนั้นยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าแฝงด้วยอำนาจสั่งการที่ปฏิเสธไม่ได้ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ประเมินสถานการณ์ผ่านเงาสะท้อนจากกระจกตู้จัดแสดงเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ของชายปริศนาเบื้องหลังกำลังกดปลายกระบอกโลหะเย็นๆ ลงบนท้ายทอยของเธอ แรงกดนั้นหนักแน่น ทว่าไม่มีเจตนาสังหาร... อย่างน้อยก็ในตอนนี้
“คนอย่างคุณไม่น่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้ในเวลาตีสาม” ชายคนนั้นกระซิบ ความเย็นเยียบในน้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นความเย้ยหยันเล็กน้อย “หรือว่าทฤษฎีการตามรอยไฟล์ข้อมูลที่หายไป มันจะสำคัญกว่าชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณกันครับ คุณรินรดา”
รินรดาเหยียดยิ้มมุมปาก ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความท้าทายในทันที เธอตัดสินใจใช้แรงเหวี่ยงจากส้นเท้าหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคว้าข้อมือหนาของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ก่อนจะใช้ทักษะการป้องกันตัวที่เธอฝึกฝนมาอย่างดี บิดข้อมือนั้นเพื่อปลดอาวุธ
แต่การตอบสนองของชายตรงหน้าเร็วกว่าที่เธอคาด เขาลดตัวลงต่ำหลบวิถีการโจมตี ก่อนจะตวัดขาเกี่ยวข้อเท้าเธอจนเสียหลัก ร่างของรินรดาถลาไปปะทะกับกำแพงอย่างแรง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น มือของเธอก็คว้าคอเสื้อของเขาไว้ได้ ทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้นในสภาพที่กึ่งกอดกึ่งปะทะ
เมื่อแสงสลัวจากหน้าต่างฝ้าเผยให้เห็นใบหน้า รินรดาก็ต้องชะงัก ดวงตาคมกริบคู่นั้น... มันคือคนเดียวกับภัณฑารักษ์ที่เธอเคยเห็นในแฟ้มประวัติของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
“ศิลา?” เธอเค้นชื่อนั้นออกมาผ่านไรฟัน
ชายหนุ่มที่ชื่อศิลาไม่ได้ถอยห่าง เขายังคงกดข้อมือเธอไว้เหนือศีรษะ ร่างของเขาทาบทับอยู่เหนือเธอ แต่ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วนั้นกลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น สายตาของเขาสำรวจใบหน้าของเธอราวกับกำลังถอดรหัสลับที่ยากที่สุดในชีวิต
“คุณรู้จักชื่อผม แต่น่าเสียดายที่คุณไม่รู้จักวิธีเล่นเกมของผม” ศิลาแค่นยิ้ม “การบุกรุกเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามเพื่อขโมยข้อมูลที่ผมอุตส่าห์ซ่อนไว้... มันไม่ใช่วิสัยของนักวิชาการทั่วไปนะครับ”
“ข้อมูลนั่นไม่ใช่ของคุณ” รินรดาโต้กลับ นัยน์ตาของเธอวาวโรจน์ “นั่นเป็นรอยจารึกที่พ่อฉันทิ้งไว้ก่อนจะหายตัวไป และฉันจะไม่ยอมให้คนอย่างคุณเอาไปทำลายทิ้งเพื่อปกปิดความผิดพลาดของใครบางคนเด็ดขาด”
ศิลาขมวดคิ้วแน่น แววตานิ่งเฉยเมื่อครู่สั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม “คุณเข้าใจผิดไปไกลมาก รินรดา พ่อของคุณไม่ได้หายตัวไปเพราะความผิดพลาด เขาหายไปเพราะเขาค้นพบสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรจะรู้ และถ้าคุณยังดื้อรั้นจะขุดคุ้ยต่อ สิ่งที่คุณจะพบไม่ใช่คำตอบ แต่จะเป็นจุดจบ”
“แล้วคุณล่ะ?” รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “ทำไมถึงต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้ใคร? คุณเป็นภัณฑารักษ์ หรือแค่สุนัขรับใช้ที่คอยปกป้องกรงขังแห่งความลับนี้กันแน่?”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนความอดทนของศิลา เขาปล่อยข้อมือเธอทันที ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นยืนแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
ศิลาเดินเลี่ยงไปที่แท่นหินโบราณกลางห้อง ซึ่งมีลวดลายประหลาดสลักอยู่—รอยจารึกที่เธอตามหา “คุณอยากเห็นความจริงนักใช่ไหม?” เขาพูดโดยไม่หันมามอง “รอยจารึกนี้ไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่มันคือแผนผังของสิ่งที่เรียกว่า 'พิกัดที่แปด' ที่ที่คุณกำลังพยายามจะเปิดประตูเข้าไป”
รินรดาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามตัวพลางจ้องมองแผ่นหินด้วยความทึ่ง “พิกัดที่แปด... มันมีอยู่จริงงั้นเหรอ?”
“มันไม่ได้อยู่แค่ในตำนาน แต่มันกำลังจะตื่นขึ้น” ศิลาหันกลับมา ท่าทีของเขาดูจริงจังและเปี่ยมไปด้วยภาระหนักอึ้ง “และไฟล์ที่คุณถืออยู่ในแฟ้มนั้น... มันคือรหัสผ่านเดียวที่จะใช้เปิดประตูนี้ได้ ถ้ามันตกไปอยู่ในมือคนผิด โลกที่คุณอยู่อาจจะไม่เหลือแม้แต่ชื่อบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์”
รินรดาชะงักมือที่กำลังแตะลงบนผิวหิน ความเย็นของศิลาแผ่ซ่านขึ้นมาตามปลายนิ้ว เธอเงยหน้ามองเขาด้วยความสับสน “คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ศิลา? จะฆ่าฉัน จะขัดขวางฉัน หรือจะ... ร่วมมือกับฉัน?”
ศิลาเดินเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างของเขา เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันอ่อนโยนขึ้น แต่ก็แฝงด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
“ผมไม่ได้ต้องการให้คุณตาย แต่ผมต้องการให้คุณเป็นคนเดียวที่ไขรหัสนี้ได้... ก่อนที่พวกเขาจะตามมาถึงที่นี่”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินหลักของพิพิธภัณฑ์ แสงไฟฉายสาดส่องผ่านช่องประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว ศิลาคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่นก่อนจะดึงให้หลบเข้าหลังตู้จัดแสดงใบใหญ่
“พวกเขากำลังมา” ศิลาพึมพำ “และดูเหมือนว่า... คนที่นำขบวนมานั้น จะไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นคนที่คุณไว้ใจที่สุดในกรมวิจัย”
รินรดานิ่งงัน หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นเงาของชายผู้หนึ่งทอดผ่านประตูเข้ามา—เขาคืออดีตหัวหน้างานที่สอนงานเธอมากับมือ พร้อมกับอาวุธครบมือที่สะท้อนแสงไฟวับวาว
“ทิ้งรอยจารึกไว้ที่นั่น แล้วออกไปมอบตัวเถอะรินรดา...” เสียงของหัวหน้างานก้องกังวานในความมืด “ไม่อย่างนั้น... ผมคงต้องขออนุญาตสังหารผู้บุกรุกโดยไม่สนว่าจะเป็นใครก็ตาม”
รินรดามองหน้าศิลาในความมืด เขาหยิบปืนพกออกมาจากซองใต้เสื้อส่งให้เธออย่างรวดเร็ว สัมผัสที่ปลายนิ้วนั้นหนักแน่นและแนบสนิท
“เลือกว่าจะเชื่อใจผม หรือจะตายไปพร้อมกับความลับที่พ่อคุณทิ้งไว้” ศิลาถามทิ้งท้าย ก่อนจะขยับตัวเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะที่ไม่มีทางหวนกลับ
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเดินทางครั้งนี้ร่วมกับผมนะครับ
ประตูมิติที่แปด
พิกัดลับกับรอยจารึกที่เลือนหาย•ตอนที่ 2
การปะทะในพิพิธภัณฑ์ร้าง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิกัดลับกับรอยจารึกที่เลือนหาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
