เสียงเหล็กกระทบกันสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก ตามมาด้วยแรงลมกระโชกที่แผดเผาผิวหนังจนแสบร้อน กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วตรอกแคบ ๆ ของเขตสลัมชั้นนอก บรรยากาศที่บีบคั้นเช่นนี้ไม่ได้ทำให้คิริวผู้ยืนสงบนิ่งอยู่หลังกองลังไม้เก่า ๆ สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว สมองของอดีตแชมป์การ์ดเกมกลยุทธ์กำลังคำนวณความน่าจะเป็น ทิศทางลม และจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตตรงหน้าด้วยความเร็วระดับไมโครวินาที
ณ ใจกลางลานประลองเฉพาะกิจ มนุษย์หมาป่ากลายพันธุ์ร่างยักษ์สูงเกือบสามเมตรกำลังคำรามลั่น น้ำลายเหนียวหนืดหยดลงบนพื้นหินจนเกิดควันกรดจาง ๆ มันคือ ‘เฟนริลฮาวด์’ มอนสเตอร์ระดับ C ที่ไม่ควรจะหลุดรอดเข้ามาในเขตชุมชนได้เลย และเหยื่อผู้โชคร้ายที่กำลังใช้โล่เหล็กหนาเตอะรับคมเขี้ยวของมันไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ก็คือชายหนุ่มร่างหนาที่คุ้นตาเป็นอย่างดี
“โถเว้ย… แรงเยอะชะมัด!”
ลูคัสกัดฟันกรอดจนเส้นเลือดปูดโปーンที่ขมับ แขนที่สวมเกราะสนับเหล็กสั่นระริกด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะต้านทานแรงมหาศาล โล่เหล็กกล้าที่เคยภาคภูมิใจบัดนี้ปรากฏรอยยุบเป็นแอ่งลึกจากการกระแทกติดต่อกันหลายครั้ง เลือดสด ๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของนักรบหนุ่ม ทว่าดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยความดื้อรั้น ไม่ยอมคุกเข่าลงแม้แต่น้วเดียว
คิริวถอนหายใจเบา ๆ อย่างระอาปนเอ็นดู ลูคัสก็ยังเป็นลูคัสวันยังค่ำ—นักรบสายแทงก์ผู้มีดีเอ็นเอของความหัวรั้นอยู่ในสายเลือด เลือดร้อนจนบางครั้งก็นับเป็นความโง่เขลาในมุมมองของนักกลยุทธ์ แต่ในยามคับขันเช่นนี้ ความดื้อรั้นนี่แหละคือโล่ชั้นดีที่ซื้อเวลาให้เขาได้เตรียมการ
นิ้วเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังตวัดขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว การ์ดเวทมนตร์สามใบถูกดึงออกมาจากเด็คส่วนตัวอย่างไร้สุ้มเสียง แสงสีฟ้าจาง ๆ เปล่งประกายขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะสลายกลายเป็นอณูมานาบริสุทธิ์ที่ล่องลอยไปตามกระแสลม
[ระบบตรวจพบการสนับสนุนการต่อสู้...]
[ผู้เล่น ‘คิริว’ ทำการใช้งานการ์ดกลยุทธ์: ‘กับดักภาพลวงตา (Illusionary Trap)’ ระดับ E]
[ผู้เล่น ‘คิริว’ ทำการใช้งานการ์ดสนับสนุน: ‘เพิ่มประสิทธิภาพเกราะชั่วคราว (Armor Boost)’ ระดับ D]
พริบตาเดียว ภาพร่างของลูคัสและเฟนริลฮาวด์ก็สะท้อนซ้อนทับกันด้วยม่านพลังงานโปร่งใส มอนสเตอร์ยักษ์คำรามด้วยความสับสนเมื่อจู่ ๆ เหยื่อตรงหน้ามันกลายเป็นเงาซ้อนสามร่างที่เคลื่อนไหวไปคนละทิศคนละทาง มันสะบัดกรงเล็บตะปบเข้าใส่ร่างเงาอย่างเกรี้ยวกราด จนเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ที่กลางลำตัว
“ลูคัส! แทงสวนเข้าที่ซี่โครงซ้ายของมันตอนนี้!” เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของคิริวัยสั่งการดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามก้อง
แม้จะประหลาดใจกับเสียงที่ได้ยินและเงาร่างที่เกิดขึ้น แต่สัญชาตญาณนักรบของลูคัสก็ตอบสนองเร็วกว่าความคิด เขาอาศัยจังหวะที่มอนสเตอร์เสียหลัก เหวี่ยงดาบใหญ่ในมือขวาพุ่งทะลวงเข้าใส่จุดอ่อนที่คิริวระบุไว้อย่างแม่นยำราวจจับวาง
ฉวะ!
เสียงเนื้อและเกราะถูกเฉือนขาดออกจากกัน เลือดสีดำพุ่งกระฉูดรดพื้นถนน มนุษย์หมาป่าส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้นฝุ่นตลบอบอวล ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของลูคัสที่ยืนค้ำยันดาบของตนไว้
“ฮộc… แฮ่ก… ให้ตายเถอะ เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้วไหมล่ะนาย!” ลูคัสหันมามองคิริวที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสุขุมเรียบร้อย พร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดเช็ดขอบแว่นอย่างไร้ความเร่งรีบ “นาย… นายไปเอาคาถาภาพลวงตาแบบนั้นมาจากไหนกันวะ คิริว? ฉันนึกว่านายเป็นแค่พวกนักวางแผนนั่งโต๊ะสำอางซะอีก”
“ถ้าฉันเป็นแค่นักวางแผนนั่งโต๊ะ นายคงกลายเป็นอาหารมื้อเที่ยงของเจ้าตัวนี้ไปนานแล้วค่ะคุณลูคัส” คิริวปรายตามองสภาพสะินซื่อของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก “อีกอย่าง การใช้กำลังอย่างเดียวโดยไม่ใช้สมอง เขาไม่เรียกว่ากล้าหาญหريكนะคะ เขาเรียกว่ารนหาที่ตายต่างหาก”
ลูคัสหัวเราะร่วนกลบเกลื่อนความเขินอาย แม้จะเจ็บตัวแต่ก็ยอมรับโดยดุษฎีว่าหากไม่มีคิริวในวันนี้ เขากลัวว่าคงไม่มีโอกาสได้มานั่งเถียงกับใครอีกแล้ว “เออน่า! อย่างน้อยฉันก็เป็นคนดึงความสนใจมันไว้ให้รอดจนนายวางแผนไม่ใช่หรือไง เลิกบ่นเป็นแม่แก่ได้แล้วน่า พ่อคนเก่ง”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนพักเหนื่อยและเตรียมจะเก็บกวาดซากมอนสเตอร์เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นแต้มประสบการณ์ ทว่าบรรยากาศรอบข้างกลับเยือกเย็นลงอย่างกะทันหัน ลมที่เคยพัดเอื่อย ๆ กลับหยุดนิ่งสนิท ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจากพื้นที่บริเวณนั้น
คิริวชะงักฝีเท้า สีหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับเคร่งเครียดขึ้นในเสี้ยววินาที ดวงตากวาดมองรอบทิศทางผ่านหน้าต่างระบบสเตตัสที่จู่ ๆ ก็กะพริบเตือนรัวด้วยแสงสีแดงฉาน
[คำเตือน! ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนาภายนอกพิกัด]
[ระบบตรวจพบการแทรกแซงจาก: ‘ผู้เล่นระดับสูง’ ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม]
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: การเผชิญหน้าในเขตหวงห้ามระดับ 4]
“คิริว… นายรู้สึกได้ใช่ไหม?” ลูคัสเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังในทันที เขากระชับดาบในมือมั่น สัญชาตญาณนักรบกรีดร้องเตือนภัยอันตรายที่รุนแรงกว่าเฟนริลฮาวด์เมื่อครู่หลายเท่าตัว
หมอกหนาทึบก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ปิดกั้นทางออกทุกเส้นทางของตรอกแคบแห่งนี้ และในสายหมอกสีเทานนั้นเอง รองเท้าบูทหนังสีดำสนิทก็ก้าวเหยียบย่างเข้ามา เสียงกระทบพื้นหินดัง กัป… กัป… ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง
เงาร่างของใครบางคนค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นภายใต้แสงจันทร์สลัว ร่างนั้นสวมฮู้ดสีดำสนิทปกปิดใบหน้าครึ่งบน ทว่ารอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากกลับเด่นชัดเสียจนคิริวต้องหรี่ตาลง
“ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอ ‘นักจัดสำรับการ์ด’ นอกกฎหมายที่นี่… คิริว แห่งกิลด์รกร้าง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับโยนการ์ดสีทองอร่ามใบหนึ่งลงแทบเท้าของทั้งคู่ การ์ดใบนั้นสลายกลายเป็นโซ่ตรวนเวทมนตร์ตรึงพื้นดินไว้รอบตัวพวกเขาอย่างแน่นหนา
[แจ้งเตือนด่วนระดับ SSS!]
[คุณถูกท้าทายโดย: ‘ผู้บัญชาการเงา’ — บอสลับประจำเขตสลัมเปิดเผยตัวแล้ว!]
[เงื่อนไขบังคับ: หากพ่ายแพ้ เด็คการ์ดทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์ และสูญเสียสเตตัสสะสม 50%]
ดวงตาของคิริวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญ… พวกมันถูกดักล่าตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในเขตนี้แล้ว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับการจับคู่และการเผชิญหน้าครั้งใหม่นี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนการ์ดกลยุทธ์กับระบบสเตตัสพารอด•ตอนที่ 3
พบพานนักรบผู้ดื้อรั้น
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนการ์ดกลยุทธ์กับระบบสเตตัสพารอด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
