มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 1

ฟื้นจากขุมนรก

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
# ฟื้นจากขุมนรก “หากความตายคือจุดจบของความทุกข์ทน ไยข้าถึงยังได้กลิ่นคาวเลือดที่คุ้นเคยนี่อยู่อีกเล่า?” เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรอบที่บดขยี้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาถูก เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์ ลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ความมืดมิดของนรกภูมิที่นางควรจะไปถึง แต่มันคือเพดานหินอ่อนสลักลวดลายเครือเถาที่นางแสนเกลียดชังในคฤหาสน์ของตระกูลเอลเดอร์ ความเจ็บปวดจากการถูกคมดาบของเพชฌฆาตสะบั้นคอในวันประหารยังคงฝังลึกอยู่ในความรู้สึก มันเป็นความเย็นวาบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลังก่อนที่ทัศนวิสัยจะดับวูบไป ทว่าตอนนี้... เลือดลมที่เคยหยุดนิ่งกลับเริ่มสูบฉีด ลมหายใจที่ขาดห้วงกลับมาเป็นจังหวะที่สม่ำเสมออีกครั้ง มือเรียวบางที่เคยถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งนักโทษ บัดนี้กลับนุ่มนวลและไร้รอยแผลเป็นแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังสัมผัสกับเตียงกำมะหยี่สีแดงสดที่ชวนให้สะอิดสะเอียน “ยังไม่ตาย... หรือว่าข้าจะเกิดใหม่ในขุมนรกกันนะ?” นางพึมพำกับตัวเองขณะสำรวจห้องพัก สภาพแวดล้อมรอบตัวดูเหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อสามปีก่อน ช่วงเวลาที่องค์ชายอาร์เธอร์ยังไม่เริ่มแผนการกำจัดนางอย่างเปิดเผย กระจกเงาบานใหญ่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งสะท้อนใบหน้าของหญิงสาวผู้เลอโฉม ทว่าแววตานั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากดวงตาที่เคยใสซื่อและโง่งมด้วยความรัก กลายเป็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ตึก... ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นหินด้านนอกห้องดังใกล้เข้ามา เซเลสเทียขยับยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นเยียบ ความทรงจำจากชาติก่อนหลั่งไหลเข้ามาดุจน้ำป่าไหลหลาก นางไม่ใช่คนเดิมที่หลงใหลในคำหวานลวงโลกขององค์ชายอาร์เธอร์อีกต่อไป แต่คือนางร้ายที่ถูกเขากดขี่จนตาย และในครานี้... ทุกคนที่เคยเหยียบย่ำนางจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม ประตูห้องถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะตามมารยาท “ตื่นขึ้นมาได้เสียที เลดี้เซเลสเทีย” เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษร่างสูงในชุดเกราะเต็มยศ ดยุคคาสเซียน เรเวนฮาร์ต ชายผู้ที่เป็นหัวหอกสำคัญในการกวาดล้างตระกูลนางในชาติก่อน ดวงตาคมกริบของเขามองมาที่นางด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากำลังประเมินสินค้าที่ชำรุดรอการกำจัด เซเลสเทียไม่หลบสายตา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของนางนิ่งสงบเกินกว่าที่หญิงสาวผู้เพิ่งฟื้นจากไข้ควรจะเป็น “ท่านดยุค... ดูเหมือนท่านจะลืมธรรมเนียมปฏิบัติในการเข้าพบสตรีไปเสียแล้วนะคะ หรือว่าการเมืองในพระราชวังตอนนี้ทำให้ท่านลืมเลือนมารยาทพื้นฐานไปหมดสิ้นแล้ว?” คาสเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง บรรยากาศรอบตัวเขาคุกคามและกดดัน แต่เซเลสเทียกลับนิ่งเฉย นางลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า “ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า” คาสเซียนกล่าวเสียงต่ำ “องค์ชายอาร์เธอร์ทรงตัดสินใจที่จะยกเลิกงานเต้นรำหน้าหนาวนี้ และมีคำสั่งให้กักบริเวณเจ้าในคฤหาสน์... หากเจ้ายังทำตัวไร้เดียงสาเหมือนที่ผ่านมา เจ้าไม่รอดจากวังวนนี้แน่” เซเลสเทียหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมคมเหมือนใบมีด นางก้าวเข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นกายบุรุษที่โชยมาจากชุดเกราะและดาบประจำตัวของเขาคือกลิ่นที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือกลิ่นของความตายที่นางเคยสัมผัส “ท่านเตือนข้า... หรือท่านกำลังหยั่งเชิงข้ากันแน่คะ ดยุคเรเวนฮาร์ต?” นางลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ท่านรู้ดีว่าการกักบริเวณข้าคือแผนการขององค์ชาย เพื่อตัดกำลังสนับสนุนจากตระกูลของข้าออกจากการทหาร... ท่านคิดว่าท่านคุมเกมอยู่ แต่จริงๆ แล้ว ท่านก็เป็นเพียงหมากอีกตัวที่เดินตามเกมของอาร์เธอร์เท่านั้น” คาสเซียนนิ่งงันไป แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความฉงน เขามองนางราวกับเห็นตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของหญิงสาวผู้โง่เขลามาโดยตลอด “เจ้าพูดราวกับว่าเจ้าเห็นอนาคตเช่นนั้นแหละ” เขาแค่นยิ้มขื่นๆ “เจ้าเปลี่ยนไปมากจนน่าประหลาดใจ เซเลสเทีย” “คนเราเมื่อต้องเดินผ่านประตูแห่งความตายมาแล้ว ย่อมต้องเห็นสิ่งที่คนเป็นมองไม่เห็นนะคะ” นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจจุดประกายความท้าทาย “ท่านดยุค... ถ้าท่านไม่อยากให้ตระกูลเรเวนฮาร์ตต้องล่มสลายไปพร้อมกับราชวงศ์เอลเดอร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ข้าแนะนำให้ท่านหันมามองคู่แข่งที่แท้จริงเสียบ้าง” คาสเซียนหรี่ตาลง เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างตอบโต้ แต่เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและร้อนรนจากด้านนอกกลับแทรกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน “ท่านดยุค! เลดี้เซเลสเทีย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงหัวหน้าคนรับใช้ดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “องค์ชายอาร์เธอร์เสด็จมาถึงหน้าคฤหาสน์พร้อมกับราชโองการปลดตำแหน่งท่านหญิง เซเลสเทีย วอน เอลเดอร์... และสั่งให้คุมตัวท่านหญิงไปคุมขังในคุกใต้ดินทันที!” เซเลสเทียหันไปมองหน้าคาสเซียน รอยยิ้มที่มุมปากของนางขยายกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นางก้าวเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง หยิบกริชเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมาด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับดยุคที่ยืนตัวแข็งทื่อ “ดูเหมือนเวลาของข้าจะมาถึงเร็วกว่าที่คิดนะคะ ดยุคเรเวนฮาร์ต” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยแรงขับเคลื่อนที่ไม่มีใครต้านทานได้ “ท่านจะยืนมองดูหมากตัวนี้ถูกจับไป หรือท่านจะเลือกเดินเกมใหม่... โดยมีข้าเป็นพันธมิตรที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้?” นางยื่นกริชในมือให้เขาโดยที่คมมีดหันเข้าหาตัวเอง คาสเซียนมองการกระทำนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ในขณะที่เสียงฝีเท้าของทหารราชองครักษ์นับสิบชีวิตกำลังบุกเข้ามาพังประตูห้องนอนของนางในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ดัชเชสโพดำหวังว่าบทเปิดตัวนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับการเริ่มต้นแก้แค้นที่กำลังจะอุบัติขึ้นนะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มงกุฎกุหลาบดำ: องค์หญิงตัวร้ายที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%