ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว•ตอนที่ 27

กระแสไวรัลท่านประธานสายกาว

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
“คุณกรณ์คะ ยอดวิวในติ๊กต็อกตอนนี้ทะลุห้าสิบล้านครั้งไปแล้วค่ะ! คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาจนเซิร์ฟเวอร์แทบระเบิด!” เสียงของเลขาฯ สาวคนสนิทดังลั่นห้องทำงานหรูหราระดับเพนต์เฮาส์ ขณะที่เธอยื่นแท็บเล็ตแสดงกราฟพุ่งทะยานขึ้นฟ้าให้ชายหนุ่มดู กรณ์ หรือท่านประธานหนุ่มจอมกวนผู้กุมอาณาจักรหมื่นล้าน นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงลิบลิ่ว เขาสวมสูทแบรนด์เนมสั่งตัดพิเศษ แต่บนหัวกลับสวมหมวกกันน็อกรูปเป็ดเหลืองอ๋อยที่ส่งเสียงร้อง ‘กั๊บๆ’ ทุกครั้งที่เขาขยับตัว มุกตลกหน้าตายและความรวยระดับมหาเศรษฐีที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวนี้เอง ที่ทำให้คลิปสัมภาษณ์สั้นๆ เมื่อวานกลายเป็นชนวนระเบิดความฮาไปทั่วโลกออนไลน์ ในคลิปนั้น กรณ์ถูกนักข่าวสายเศรษฐกิจจี้ถามด้วยคำถามสุดฮิตว่า *“ท่านประธานครับ คิดอย่างไรกับคำดูถูกที่ว่า ผู้ชายจนๆ ไม่มีวันสร้างอนาคตได้?”* แทนที่เขาจะตอบด้วยหลักการบริหารธุรกิจสวยหรู กรณ์กลับควักกระเป๋าหยิบกระดาษทิชชูเปื้อนน้ำมันหมูปิ้งขึ้นมาเช็ดรองเท้าหนังราคาหลักล้าน พร้อมกับตอบด้วยสีหน้าซื่อตาใสว่า *“ผมไม่รู้เรื่องพวกนั้นหรอกครับ ปกติเวลาเครียดเรื่องไม่มีเงิน ผมชอบไปนั่งนับเงินทอนจากร้านส้มตำจนเผลอซื้อตึกแถวทั้งซอยเล่นๆ ประจำ… อ้อ แล้วก็ภรรยาเก่าผมเคยบอกว่าความจนมันน่ารังเกียจ ผมเลยจัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินไปสาดแบงก์ร้อยใส่หน้าบ้านเธอซะเลย สะใจดีครับ”* ความกวนประสาทที่ไร้การปรุงแต่ง ทว่าทรงพลังด้วยอำนาจเงินสดในมือ ทำให้ชาวเน็ตต่างขนานนามเขาว่า ‘ท่านประธานสายกาว’ ยอดผู้ติดตามบัญชีส่วนตัวของเขาพุ่งทะยานจากหลักสิบเป็นสิบล้านคนภายในเวลาไม่ถึงสิบสองชั่วโมง! “สิบล้านคนแล้วเหรอครับ?” กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปาก “แบบนี้แปลว่าเสียงเป็ดในหัวผมน่าจะดังไปทั่วประเทศแล้วสินะครับ” “ไม่ใช่แค่ดังธรรมดานะคะคุณกรณ์ ตอนนี้แบรนด์สินค้าหรูทั่วโลกติดต่อขอเป็นสปอนเซอร์ไม่ขาดสาย แม้แต่สำนักข่าวต่างประเทศยังขอคิวสัมภาษณ์พิเศษเลยค่ะ!” เลขาฯ สาวกล่าวด้วยความตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่นเทา ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลอดีตภรรยา บรรยากาศกลับอึมครึมราวกับมีเมฆฝนพายุใหญ่รอวันถล่ม แม่ยายจอมแสบผู้เคยเหยียดหยามกรณ์สารพัด นั่งหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาอยู่หน้าจอทีวีขนาดมหึมา นิ้วมือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตจิ้มหน้าจอโทรศัพท์มือถือเลื่อนดูคอมเมนต์นับแสนที่รุมประณามครอบครัวของเธอ *“นี่มันไอ้กรณ์ผัวจนๆ ของยัยมินตราไม่ใช่เหรอวะ! ทำไมมันกลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านไปได้!”* *“แม่ยายใจร้ายในคลิปสัมภาษณ์หน้าตาคุ้นๆ แฮะ ใช่คนที่เคยไล่พระเอกออกจากบ้านหรือเปล่า?”* *“สมน้ำหน้า! ตาต่ำเห็นเงินดีกว่าความรัก ตอนนี้คงนอนกินน้ำตาต่างข้าวแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ”* มินตราอดีตภรรยาผู้ทะเยอทะยาน ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องรับแขก สายตาเธอกวาดมองภาพบนหน้าจอโซเชียลที่เต็มไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มกวนประสาทของอดีสามีผู้ที่เธอเคยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกเสียดาย ความอับอาย และความโกรธเกรี้ยวตีรวนกันจนหายใจแทบไม่ออก ภาพเฮลิคอปเตอร์ที่บินวนอยู่เหนือบ้านเมื่อวานนี้ยังคงหลอนอยู่ในหัว ทุกถ้อยคำดูถูกที่เธอเคยพ่นใส่เขา ย้อนกลับมาตบหน้าเธออย่างฉาดใหญ่ในวันที่เขากลายเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ “คุณแม่… ลูกเขยคนที่เราไล่ตะเพิดออกจากบ้าน… เขา… เขาคือเจ้าของกลุ่มบริษัท K-Group จริงๆ ด้วยค่ะ…” มินตราเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นคลอเบ้า มือเรียวบางกำโทรศัพท์แน่นจนข้อพับนิ้วขาวซีด แม่ยายจอมแสบหน้าเขียวคล้ำสลับขาวหลุดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความคลุ้มคลั่ง “ไม่ได้การ! แกต้องโทรหาไอ้กรณ์เดี๋ยวนี้! ไปบอกมันว่าแกยังเป็นภรรยาทางกฎหมายของมัน! ไปกราบเท้ามันซะ! เร็วเข้า!” “จะให้ฉันโทรไปเหรอคะแม่…” มินตราหน้าเสีย ความทระนงตนที่มีมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เมื่อรู้ว่าตัวเองเพิ่งปล่อยเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตหลุดมือไปเพียงเพราะความโลภ ตัดภาพกลับมาที่เพนต์เฮาส์หรู กรณ์กำลังนั่งจิบกาแฟราคาแพงลิบลิ่วพร้อมกับมองดูยอดวิวที่ยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลันเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะก็แผדเสียงดังลั่น หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคย—เบอร์ของ ‘มินตรา’ อดีตภรรยาผู้สูงส่งที่ตอนนี้คงกำลังนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ที่บ้าน กรณ์มองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างใจเย็น เขากดรับสายแล้วกรอกเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความกวนประสาทกลับไปทันที “สวัสดีครับคุณอดีตภรรยา โทรมาหาผมตอนนี้... จะมาขอซื้อหุ้นบริษัทผม หรือจะมาสมัครเป็นคนสวนล้างห้องน้ำส่วนตัวดีล่ะครับ?” สิ้นเสียงพูดของกรณ์ ปลายสายก็เงียบกริบไร้เสียงตอบรับ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ที่เล็ดลอดออกมาเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ เลขาฯ สาวรีบเดินไปเปิดประตู ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ผู้บริหารสูงสุดจากคู่แข่งทางธุรกิจที่เคยพยายามกลั่นแกล้งกรณ์ กำลังยืนคุกเข่าถือเอกสารโอนหุ้นบริษัททั้งหมดมาวางไว้ที่หน้าห้อง พร้อมกับตัวสั่นงันทว่าเอ่ยปากร้องขอชีวิตเสียงสั่นเครือ “ท่านประหารกรณ์ครับ… ผมยอมจำนนแล้ว! ได้โปรดไว้ชีวิตบริษัทผมด้วยเถอะครับ!” กรณ์หันไปมองภาพตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ เกมนี้... สนุกกว่าที่เขาคิดไว้เยอะเลยทีเดียว ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสียงหัวเราะนี้มาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%